ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เรื่อง ขยายกําหนดเวลาการยื่นแบบแจ้งการใช้สิทธิเสียภาษีเงินได้ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 584) พ.ศ. 2558
ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 584) พ.ศ. 2558 ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 254) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราภาษีเงินได้ของกิจการที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ลงวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558 กําหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ โดยการลดอัตราภาษีสําหรับ เงินได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ถึง พ.ศ. 2560 หรือตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชี 2558 ที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 ถึงรอบระยะเวลาบัญชี 2560 ที่สิ้นสุดภายในหรือหลังวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ให้แก่ ผู้มีเงินได้และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการใน เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อันได้แก่ท้องที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลาเฉพาะในท้องที่อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบ้าย้อย และจังหวัดสตูล โดยกําหนดให้ผู้มีเงินได้และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประสงค์จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แจ้งการใช้สิทธิต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในหกสิบวันนับแต่วันแรกของทุกปีภาษี หรือวันแรกของทุกรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีการแจ้งใช้สิทธิสําหรับปีภาษี 2558 ให้แจ้งการใช้สิทธิต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และกรณีผู้มีเงินได้เริ่มประกอบกิจการในระหว่างปีภาษี ให้แจ้งการใช้สิทธิต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในหกสิบวันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ นั้น
เนื่องจากมีผู้มีเงินได้และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจดังกล่าวจํานวนมาก ไม่สามารถยื่นแบบแจ้งการใช้สิทธิเสียภาษีเงินได้ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวที่ไม่ได้ยื่นแบบแจ้งการใช้สิทธิเสียภาษีเงินได้ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด และเพื่อจูงใจให้มี การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเพิ่มขึ้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 3 อัฏฐ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรจึงประกาศ ดังต่อไปนี้