法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขนส่ง เก็บรักษา เคลื่อนย้าย และกำจัดหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตราย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขนส่ง เก็บรักษา

เคลื่อนย้าย และกําจัดหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตราย

อาศัยอํานาจตามความในข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ลงวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2534 อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขนส่ง เก็บรักษา เคลื่อนย้าย และกําจัดหีบห่อ ภาชนะบรรจุหรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตรายไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้นายจ้างปฏิบัติเกี่ยวกับการขนส่งเคลื่อนย้ายสารเคมีอันตราย ดังต่อไปนี้

(1) ป้องกันฝุ่น ฟูม ไอ ละออง เส้นใย และการกระเด็นของสารเคมีอันตรายมิให้เป็นอันตรายต่อลูกจ้าง

(2) การขนถ่ายด้วยท่อหรือราง ต้องมีโครงสร้างที่ป้องกันการกระเด็น หก/ล้น รั่วไหล ตกหล่น

(3) ก่อนที่นายจ้างจะให้ลูกจ้างทํางานเกี่ยวกับการขนส่งเคลื่อนย้ายสารเคมีอันตรายให้นายจ้างตรวจสอบยานพาหนะให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยฝึกซ้อมให้ลูกจ้างรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และต้องจัดให้มีการฝึกซ้อมเป็นประจําอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งจัดให้มีคู่มือหรือข้อปฏิบัติในการแก้ไขปัญหากรณีฉุกเฉินเป็นภาษาไทยเก็บไว้ในยานพาหนะ พร้อมที่จะใช้ได้ทันที

(4) ต้องจัดให้มีเครื่องดับเพลิงชนิดมือถือที่มีคุณสมบัติสามารถดับเพลิงจากสารเคมีอันตราย และจัดให้มีหน้ากากป้องกันสารเคมีอันตรายหรือเครื่องช่วยหายใจ ติดประจําไว้ในยานพาหนะที่บรรทุกสารเคมีอันตรายพร้อมที่จะใช้งานได้ทันที

(5) หีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตรายขณะบรรทุกต้องยึดแน่นกับฐานรองรับและยานพาหนะเพื่อมิให้เคลื่อนหรือลอยตัวได้ ฐานรองรับและยานพาหนะต้องมีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ําหนักของหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มรวมกับน้ําหนักของสารเคมีอันตรายในอัตราสูงสุดไม่เกินน้ําหนักที่จะบรรทุกได้

(6) ห้ามบรรทุกสารเคมีอันตรายที่อาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันไว้รวมกันเว้นแต่มีมาตรการที่ปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้นายจ้างปฏิบัติเกี่ยวกับท่อส่งสารเคมีอันตราย ดังต่อไปนี้

(1) ท่อและข้อต่อที่ใช้ต้องไม่รั่ว ผุกร่อน หรือชํารุด

(2) ต้องติดตั้งหรือวางในลักษณะที่ไม่ทําให้เกิดการชํารุด เสียหาย และมีการป้องกันการชน การกระแทกจากยานพาหนะ หรือสิ่งอื่นใด

(3) หากฝังใต้พื้นดิน ต้องป้องกันการเสียหายเนื่องจากยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใด และมีเครื่องหมายแสดงตําแหน่งของท่อที่ฝังอยู่เป็นระยะตลอดแนวให้เห็นได้โดยชัดเจน

(4) ท่อส่งสารเคมีอันตรายต่างชนิดกัน ต้องใช้สีต่างกัน หรือทําเครื่องหมายแสดงความแตกต่างให้ชัดเจน

(5) หากผิวภายนอกท่อมีความร้อน ต้องมีฉนวนหุ้มโดยรอบ

(6) สารเคมีอันตรายที่มีคุณสมบัติไวไฟหรือระเบิดได้ต้องวางท่อส่งให้อยู่ห่างจากแหล่งความร้อน หรือแหล่งกําเนิดไฟฟ้า และให้ต่อสายดินที่ท่อนั้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้นายจ้างจัดสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย ดังต่อไปนี้

(1) มีระยะห่างจากบริเวณที่ลูกจ้างทํางานไม่น้อยกว่าแปดเมตร

(2) ต้องสร้างด้วยวัสดุทนไฟที่สามารถทนไฟได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง และต้องให้อยู่ในสภาพที่ไม่ชํารุด ผุ กร่อน ถ้าเป็นสารเคมีอันตรายที่มีคุณสมบัติไวไฟหรือระเบิดได้ สถานที่เก็บรักษาต้องเป็นวัสดุที่สามารถทนไฟได้ไม่น้อยกว่าสามชั่วโมง

(3) พื้นต้องเรียบไม่ขรุขระ เปียก ลื่น และสามารถรับน้ําหนักได้

(4) ให้จัดทําเขื่อน กําแพง ทํานบ ผนังหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกันเพื่อป้องกันมิให้สารเคมีอันตรายรั่วไหลออกมาภายนอก และมีรางระบายสารเคมีอันตรายที่รั่วไหลไปยังที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้มีการสะสมตกค้างโดยรางระบายต้องแยกจากระบบระบายน้ํา

(5) ภายในสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย ต้องสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยปราศจากเชื้อเพลิง เศษขยะ วัชพืช

(6) ต้องจัดให้มีการระบายอากาศ เพื่อระบายความร้อนที่เกิดขึ้นและ/หรือระบบกําจัดการปนเปื้อนของสารเคมีอันตรายในอากาศ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อลูกจ้างที่ปฏิบัติงาน

(7) สถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายต้องมีลักษณะปิดมิดชิดมีทางเข้าออกไม่น้อยกว่า 2 ทาง ประตูต้องเป็นชนิดที่เปิดออกภายนอก และปิดประตูตลอดเวลาที่ไม่มีการปฏิบัติงาน ทางเดินภายในและภายนอก ต้องกว้างพอที่จะนําเอาเครื่องมือและอุปกรณ์สําหรับดับเพลิงมาใช้ได้อย่างสะดวกไม่มีสิ่งกีดขวาง และต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยตลอดทาง

(8) สถานที่เก็บสารเคมีอันตรายที่อยู่นอกอาคาร ต้องจัดทํารั้วล้อมรอบสูงไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร และต้องไม่ชํารุด ผุ กร่อน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายจ้างเก็บรักษาสารเคมีอันตรายที่อาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันแยกไว้ไม่ปะปนกัน

ในกรณีเป็นสารเคมีอันตรายที่มีคุณสมบัติไวไฟ หรือระเบิดได้ห้ามเก็บรักษาไว้ปะปนกับสารเคมีอันตรายอื่น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้นายจ้างจัดให้มีอุปกรณ์ดับเพลิงชนิดที่สามารถดับเพลิงจากสารเคมีอันตรายที่เก็บรักษาไว้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้นายจ้างป้องกันสาเหตุที่อาจทําให้เกิดอัคคีภัยในบริเวณสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย เช่น ประกายไฟ เปลวไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า การเสียดสี ท่อร้อน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้นายจ้างจัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยเกี่ยวกับหีบห่อภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตราย ดังต่อไปนี้

(1) ต้องทําด้วยวัสดุที่แข็งแรง ไม่ชํารุด ผุ กร่อน

(2) ต้องเป็นชนิดที่เคลื่อนย้ายได้ด้วยความปลอดภัย หากมีการเคลื่อนย้ายหรือขนส่ง

(3) ห้ามบรรจุสารเคมีอันตรายเกินพิกัดที่กําหนดไว้สําหรับภาชนะนั้น

(4) หากปรากฏรอยรั่ว รอยกัดกร่อน รอยบุบ รอยบวม สึกกร่อน หรือถูกไฟไหม้ห้ามใช้จนกว่าจะได้มีการซ่อม และทดสอบว่ามีความปลอดภัยในการใช้งาน

(5) กรณีมีความดันอยู่ภายใน ต้องมีอุปกรณ์นิรภัย เพื่อระบายความดันให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

(6) ต้องทําการตรวจสอบ และซ่อมบํารุงให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัยไม่น้อยกว่าปีละหนึ่งครั้ง

(7) การบรรจุสารเคมีอันตรายที่มีคุณสมบัติไวไฟ หรือระเบิดได้ต้องห่างจากแหล่งความร้อนไม่น้อยกว่า 8 เมตร

(8) หากสารเคมีอันตรายที่บรรจุอยู่ในภาชนะทําให้ผิวภายนอกของภาชนะมีความร้อนต้องมีฉนวนหุ้มโดยรอบภาชนะนั้น

(9) สิ่งที่นํามายึดติดหรือต่อ ต้องไม่ทําให้หีบห่อ ภาชนะบรรจุหรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมี อันตราย รั่ว ชํารุด เสียหาย

(10) การต่อท่อหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ากับภาชนะ หากมีลิ้นปิดเปิดต้องจัดให้ลิ้นปิดเปิดอยู่ใกล้กับผู้ปฏิบัติงาน

(11) กรณีเก็บไว้ใต้ดิน ต้องมีการป้องกันการเสียหายอันอาจเกิดจากยานพาหนะ มีเครื่องหมายแสดงตําแหน่งจัดเก็บให้เห็นชัดเจน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ หากพบว่ามีสารเคมีอันตรายรั่วไหล หรือคาดว่าจะรั่วไหลออกจากหีบห่อภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้ม ต้องแยกเก็บหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตรายที่รั่วไหลหรือคาดว่าจะรั่วไหลนั้นไว้ต่างหากในที่ที่ปลอดภัยและทําความสะอาดสิ่งที่รั่วไหลโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้นายจ้างจัดเก็บสารเคมีอันตรายโดยไม่ทําให้หีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตราย ชํารุดหรือพังทลาย

ในกรณีสารเคมีอันตรายที่มีคุณสมบัติไวไฟหรือระเบิดได้ให้จัดเก็บไว้ในชั้นแรกที่ไม่ใช่ชั้นใต้ดินของสถานที่เก็บรักษา

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้นายจ้างป้องกันไม่ให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดชนกระแทกหีบห่อ ภาชนะบรรจุหรือวัสดุห่อหุ้มที่มีสารเคมีอันตรายบรรจุอยู่

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้นายจ้างควบคุมดูแลมิให้หีบห่อ ภาชนะบรรจุหรือวัสดุห่อหุ้มที่มีสารเคมีอันตรายบรรจุอยู่เปิดทิ้งไว้ ในสถานที่ทํางาน เว้นแต่เพื่อการตรวจสอบหรือใช้ประโยชน์ โดยต้องป้องกันให้ปลอดภัย เมื่อเลิกใช้ในแต่ละวันโดยต้องปิดฝาให้มิดชิด และนําไปเก็บในสถานที่เก็บรักษา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้นายจ้างปฏิบัติเกี่ยวกับหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตรายที่ไม่ต้องการใช้ หรือจะกําจัด ดังต่อไปนี้

(1) เก็บรวบรวมไว้ในภาชนะ หรือในที่ที่ปลอดภัยนอกบริเวณที่ลูกจ้างทํางานทุกวัน

(2) ให้กําจัดโดยวิธีที่ปลอดภัย เช่น การเผา การฝัง หรือการใช้สารเคมีเพื่อให้มีการสลายตัว

(3) ห้ามใช้บรรจุสิ่งของอื่น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขนส่ง เก็บรักษา เคลื่อนย้ายและกําจัดหีบห่อภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตราย ที่มิได้กําหนดไว้ในประกาศนี้ให้นายจ้างปฏิบัติตามคู่มือหรือคําแนะนําของผู้ผลิต

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2535

สิทธิ ไชยทองพันธ์

นักบริหาร 9 รักษาราชการแทน

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขนส่ง เก็บรักษา เคลื่อนย้าย และกำจัดหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตราย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ab5ea1b6bd8e4392

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com