法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิด ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิด

ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.

๒๕๔๑

เพื่อให้การดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบตามมาตรา

๑๕๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นไปโดยเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.

๒๕๓๔ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมรักษาการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“การดำเนินคดี”

หมายถึง การดำเนินคดีโดยการเปรียบเทียบ

รวมทั้งการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

“พนักงานเจ้าหน้าที่”

หมายถึง พนักงานตรวจแรงงานและนิติกร

“นิติกร” หมายถึง

ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งนิติกร กองนิติการ กรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน

“พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ”

หมายถึง พนักงานตรวจแรงงานหรือนิติกรที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินคดี

“ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ”

หมายถึง อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร

ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจัดหวัดมอบหมาย

สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น

หมวด

การพิจารณาการดำเนินคดี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีและการรวบรวมพยานหลักฐาน

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติดังนี้

(๑) บันทึกวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ ชื่อตัว

ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด

หากผู้ถูกกล่าวหาเป็นนิติบุคคลให้ระบุชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลในขณะกระทำความผิดและในขณะที่บันทึกข้อเท็จจริง

(๒)

บันทึกรายละเอียดแห่งการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดทั้งบุคคล

และสิ่งของที่เกี่ยวข้องและตรวจพบ หรือพบเห็นพยานหลักฐาน

และให้บันทึกไว้ด้วยว่าผู้กระทำผิดยอมรับหรือไม่ว่าได้กระทำความผิด

(๓) สอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้อง

หรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำและบันทึกรายละเอียดไว้

(๔) อ่านบันทึกให้ผู้ให้ถ้อยคำฟัง

หรือให้ผู้ให้ถ้อยคำอ่านด้วยตนเอง ถ้ามีข้อความแก้ไข ทักท้วง

หรือเพิ่มเติมให้แก้ไขให้ถูกต้อง หรือมิฉะนั้นให้บันทึกไว้

และให้ผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อรับรองว่าถูกต้อง

ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคำไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ให้ผู้นั้นพิมพ์ลายนิ้วมือแทน แต่ถ้าผู้ให้ถ้อยคำไม่ยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกเหตุนั้นไว้

(๕) บันทึกจะต้องระบุสถานที่ วัน เดือน ปี ที่ทำ

นาม ตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้ทำ

และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึกลงลายมือชื่อของตนในบันทึกนั้น

การบันทึกถ้ามีผิดที่ใดห้ามมิให้ลบออก

ให้เพียงแต่ขีดฆ่าคำผิดนั้นแล้วเขียนใหม่ และให้ผู้ทำบันทึกลงนามย่อรับรอง

(๖) มีหนังสือเรียกพยานหลักฐาน

หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องจากผู้ครอบครองมารวบรวมไว้ในสำนวนโดยเฉพาะเอกสารหลักฐานที่นายจ้างจะต้องจัดทำไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ รวมทั้งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้

สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวกับคดี

เอกสารที่ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้จัดทำเป็นภาษาไทย

ถ้าเป็นเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ ให้แปลเป็นภาษาไทยและให้ผู้แปลลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องมาให้ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด

ในกรณีนี้ให้ถือว่าเอกสารดังกล่าวได้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำแปลนั้น

เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่จะยอมรับเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ

และในกรณีนี้ให้ถือว่าวันที่ได้ยื่นเอกสารฉบับที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศเป็นวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารดังกล่าว

(๗) มีอำนาจกระทำการอื่นๆ

ตามที่พระราชบัญญัตินี้ให้อำนาจไว้

โดยให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงแน่ชัดในการกระทำความผิด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เมื่อได้ข้อเท็จจริงซึ่งเป็นองค์ประกอบของความผิดให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะสามารถทำได้

เพื่อทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา

และเพื่อจะรู้ตัวหรือยืนยันหรือชี้ชัด และพิสูจน์ให้เห็นความผิดของผู้กระทำความผิด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

(๑) ความผิดที่สามารถเปรียบเทียบได้

ให้ดำเนินการตามขั้นตอนการเปรียบเทียบก่อน เว้นแต่กรณีมีพฤติการณ์พิเศษ

หรือที่เกิดผลกระทบกับลูกจ้างจำนวนมาก

ให้ดำเนินคดีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเปรียบเทียบ

(๒) ความผิดที่ไม่สามารถเปรียบเทียบได้

หรือเป็นความผิดที่สามารถเปรียบเทียบได้แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบ

หรือผู้มีอำนาจเปรียบเทียบเห็นสมควรไม่เปรียบเทียบ หรือผู้ถูกกล่าวหาไม่ชำระค่าปรับตามความเห็นของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบภายในเวลาที่กำหนด

แต่ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งให้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

(๓)

ความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กโดยมีการทารุณ หน่วงเหนี่ยว กักขัง

หรือซึ่งมีการกระทำความผิดอาญาอื่นๆ รวมอยู่ด้วยให้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนทันที

(๔)

คดีเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานที่ลูกจ้างได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ความตายโดยมิได้เกิดจากความประมาทของลูกจ้าง

ให้ดำเนินคดีโดยการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนทันที

(๕) สอบสวนเบื้องต้นในความผิดฐานล่วงเกินทางเพศต่อลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงหรือเด็กตามมาตรา

๑๖

ก่อนนำเรื่องไปร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนโดยมีลูกจ้างผู้ถูกล่วงเกินทางเพศเป็นผู้เสียหายร่วมและพยานในคดี

(๖) ความผิดตามมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา

๔๒ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ หรือมาตรา ๕๐ ซึ่งมีโทษตามมาตรา ๑๔๔ วรรคสอง

เป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจหรือถึงแก่ความตาย

ให้ดำเนินคดีทางพนักงานสอบสวน

(๗) ดำเนินคดีผู้ไม่อำนวยความสะดวก

ไม่มาให้ถ้อยคำ ไม่ส่งเอกสารฯ ตามมาตรา ๑๕๐

หรือกรณีดำเนินคดีผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๕๑ เว้นแต่กรณีตามมาตรา

๑๕๑ วรรคสอง ให้ดำเนินคดีทางพนักงานสอบสวนโดยพนักงานตรวจแรงงานผู้มีคำสั่ง

หรือผู้ถูกขัดขวางเป็นผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่เกิดเหตุ

(๘)

ดำเนินคดีนายจ้างผู้จัดทำเอกสารหรือหลักฐานหรือรายงานอันเป็นเท็จหรือไม่จัดทำเอกสารหรือหลักฐาน

ตามมาตรา ๑๕๔

หรือดำเนินคดีผู้รับรองหรือตรวจสอบเอกสารหลักฐานหรือรายงานอันเป็นเท็จตามมาตรา ๑๕๕

ให้ดำเนินคดีทางพนักงานสอบสวน

(๙) ถ้ามีการกระทำความผิดอาญาอื่นๆ

รวมอยู่ในความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้ดำเนินคดีทางพนักงานสอบสวน

หมวด

การดำเนินคดีเปรียบเทียบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถพิสูจน์

หรือเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดจริง และผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำความผิดนั้น

หากคดีสามารถเปรียบเทียบได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบ

หรือพบผู้ถูกกล่าวหาด้วยตนเองแล้วให้แจ้งข้อกล่าวหาเป็นหนังสือหรือวาจาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ

จากนั้นถามว่าผู้ถูกกล่าวหาจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธแล้วบันทึกคำให้การตามแบบ

กสร. นก. ๑ ท้ายระเบียบนี้

ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพให้สอบถามว่าจะยินยอมให้เปรียบเทียบหรือไม่

หากผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบให้บันทึกถ้อยคำยินยอมให้เปรียบเทียบของผู้ถูกกล่าวหาในแบบ

กสร. นก. ๑ และบันทึกคำยินยอมให้เปรียบเทียบตามแบบ กสร. นก. ๒ ท้ายระเบียบนี้

ถ้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นนิติบุคคลบันทึกคำยินยอม

ต้องทำในฐานะนิติบุคคลโดยประทับตราเป็นสำคัญ และกรรมการผู้จัดการ

หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาในฐานะส่วนตัวแล้วแต่กรณีจะต้องลงชื่อด้วยตนเอง

หากผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อยินยอมหรือไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบ

อาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ผู้อื่นซึ่งเป็นผู้ที่รู้หรือเข้าใจในการปฏิบัติเกี่ยวกับสภาพการจ้างและอื่นๆ

ที่เกี่ยวข้องในกิจการของผู้ถูกกล่าวหามาพบแทนก็ได้แต่ผู้รับมอบอำนาจจะลงนามในบันทึกคำยินยอมให้เปรียบเทียบ

ตามแบบ กสร. นก. ๒ แทนผู้ถูกกล่าวหามิได้

ถ้าเป็นกรณีการค้างจ่ายเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑

ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องนำเงินดังกล่าวมาชำระตามจำนวนที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับก่อน

โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเจ้าของสำนวนเป็นผู้รับเงินดังกล่าวแทนลูกจ้าง

และเรียกลูกจ้างมารับเงินนั้นภายหลังหรือให้มีการจ่ายเงินที่ค้างจ่ายนั้นต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่

ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบจึงสามารถเปรียบเทียบได้

หากลูกจ้างไม่มารับเงินภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่นายจ้างหรือผู้ถูกกล่าวหานำมาวางต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเจ้าของสำนวนนำส่งเงินนั้นเพื่อเก็บรักษาในกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างต่อไป

พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ถูกกล่าหาทราบว่าเป็นดุลพินิจของผู้มีอำนาจทำการเปรียบเทียบที่จะทำการเปรียบเทียบหรือไม่ก็ได้

ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คำนึงถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาตามข้อ ๗ ประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

คดีที่ผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนจัดทำประวัติการกระทำความผิดรวมทั้งพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดพร้อมความเห็นควรเปรียบเทียบเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นภายในเจ็ดวันนับจากได้รับบันทึกคำยินยอมให้เปรียบเทียบตามแบบ

กสร. นก. ๒ ดังนี้

ในกรุงเทพมหานครให้หัวหน้าสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่

ผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงาน ผู้อำนวยการกองแรงงานหญิงและเด็ก

ผู้อำนวยการกองตรวจความปลอดภัย ผู้อำนวยการกองสวัสดิการแรงงาน

ส่งสำนวนคดีที่จะทำการเปรียบเทียบให้กองนิติการเพื่อพิจารณาตรวจสำนวนคดีเสนอผู้มีอำนาจเปรียบเทียบโดยนิติกรตรวจสำนวนสรุปข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นเกี่ยวกับจำนวนเงินค่าปรับโดยไม่ชักช้าหลังจากรับสำนวนคดี

สำหรับจังหวัดอื่นให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเสนอความเห็นให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบพิจารณาโดยไม่ชักช้า

เมื่อได้รับสำนวนคดีจากพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ

ทั้งนี้

ให้เป็นดุลพินิจของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบพิจารณาอีกครั้งหนึ่งที่จะเปรียบเทียบหรือไม่รับเปรียบเทียบก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การสรุปข้อเท็จจริงและความเห็นให้เป็นไปตามแบบ กสร. นก. ๓ ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในการเปรียบเทียบ ให้ดำเนินการเปรียบเทียบโดยคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด

ความหนักเบาแห่งข้อหา ฐานะของผู้กระทำความผิด จำนวนลูกจ้าง

เหตุบรรเทาโทษหรือเหตุเพิ่มโทษ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เมื่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบมีคำสั่งให้เปรียบเทียบ

ในกรุงเทพมหานครให้นิติกรแจ้งความเห็นคำสั่งให้เปรียบเทียบให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหานำเงินค่าปรับมาชำระ

ณ กองคลัง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือ

สำหรับจังหวัดอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนแจ้งความเห็นคำสั่งให้เปรียบเทียบให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ

โดยกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหานำเงินค่าปรับมาชำระ ณ

ที่ทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือ

ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบให้มีอำนาจเปรียบเทียบได้เฉพาะความผิดที่มีเหตุเกิดในท้องที่ที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบดำรงตำแหน่งในท้องที่หรือภายในจังหวัดนั้น

ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานกระทำในหลายท้องที่หรือหลายจังหวัด

ให้ท้องที่หรือจังหวัดที่พบการกระทำความผิดก่อนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี

ในกรณีที่ลูกจ้างร้องทุกข์ตามมาตรา ๑๒๓

และพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งตามมาตรา ๑๒๔ ให้พนักงานตรวจแรงงานผู้นั้นหรือพนักงานตรวจแรงงานในเขตพื้นที่หรือท้องที่นั้นเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการดำเนินคดี

ถ้าเหตุเกิดในท้องที่อื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำร้องทุกข์เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับชำระค่าปรับออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา

และพนักงานเจ้าหน้าที่เจ้าของเรื่องบันทึกหมายเหตุการชำระค่าปรับไว้ท้ายบันทึกความเห็นของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับชำระเงินค่าปรับ

นำเงินค่าปรับส่งเป็นรายได้ของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างว่าด้วยการส่งเงินค่าปรับ

การเก็บรักษาและการจ่ายเงินสงเคราะห์ลูกจ้าง

หมวด

การดำเนินคดีชั้นพนักงานสอบสวน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

ให้ดำเนินการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนที่ความผิดเกิด

อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตท้องที่ และนำพยานหลักฐานที่รวบรวมได้อันเกี่ยวกับการกระทำความผิดพร้อมบันทึกเหตุที่ผู้กระทำความผิดไม่ยอมให้เปรียบเทียบ

หรือไม่ชำระค่าปรับหรือความเห็นของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ

หรือพฤติการณ์พิเศษที่ไม่ดำเนินคดีตามขั้นตอนการเปรียบเทียบ

ไปมอบให้พนักงานสอบสวนผู้รับเรื่องร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบในชั้นพนักงานสอบสวนหรือชั้นพนักงานอัยการ

ให้พนักงานสอบสวน

หรือพนักงานอัยการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาไปพบพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการเปรียบเทียบ

เมื่อทำการเปรียบเทียบเสร็จเรียบร้อยแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้พนักงานสอบสวน

หรือพนักงานอัยการทราบว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในการดำเนินคดีทางพนักงานสอบสวน

ซึ่งพนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบหรือมีการนำคดีไปสู่ศาล

หากศาลมีคำพิพากษาให้ปรับผู้กระทำความผิดให้พนักงานเจ้าหน้าที่เจ้าของสำนวนแจ้งให้พนักงานสอบสวน

หรือเจ้าพนักงานศาลส่งเงินค่าปรับเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

หมวด

การรายงานผลการดำเนินคดี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการดำเนินคดี การชำระค่าปรับและการส่งเงินค่าปรับเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

โดยผ่านกองนิติการทราบทันทีที่มีการดำเนินคดี โดยส่งสำเนาแบบ กสร. นก. ๑, กสร. นก.

๒, กสร. นก. ๓ และหลักฐานการส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

และหลักฐานการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ หมายจับ

สำเนาคำฟ้องต่อศาลและสำเนาคำพิพากษาของศาลประกอบการรายงาน

ส่วนสำนวนคดีให้เก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของพนักงานเจ้าหน้าที่

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

บรรดาความผิดตามข้อกำหนดในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ที่ได้เกิดก่อนระเบียบนี้ประกาศใช้

ให้นำระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการตรวจสถานประกอบการและการดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิดตามประกาศของคณะปฏิบัติ

ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

จองชัย เที่ยงธรรม

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ

ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน บันทึกคำให้การของผู้ถูกกล่าวหา (แบบ กสร.

นก. ๑)

๒.

บันทึกความยินยอมให้เปรียบเทียบ (แบบ กสร. นก. ๒)

๓.

สรุปข้อเท็จจริงและความเห็นในการเปรียบเทียบ (แบบ กสร. นก. ๓)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

สุกัญญา/พิมพ์

๒๓

กรกฎาคม ๒๕๕๐

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๑๑

เมษายน ๒๕๕๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๕/ตอนพิเศษ ๑๓๐ ง/หน้า ๑๒/๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๑

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิด ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_aba7cb61dd17c399

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com