法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมท่าอากาศยานว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
74
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมท่าอากาศยาน

ระเบียบกรมท่าอากาศยาน

ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๒ กำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีหน่วยงานของรัฐได้ใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ หรือกรณีเจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง แต่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเพิกเฉยไม่ชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด หน่วยงานของรัฐอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นและขายทอดตลาดเพื่อชำ ระเงินให้ครบถ้วนได้ตามบทบัญญัติมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ แต่พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวยังไม่ได้กำหนดกฎกระทรวงเกี่ยวกับรายละเอียดวิธีปฏิบัติว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร และกระทรวงการคลังก็ยังมิได้กำหนดระเบียบกลางที่กำหนดขั้นตอน วิธีปฏิบัติในการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินให้ส่วนราชการถือปฏิบัติให้เป็นแนวทางเดียวกันไว้ อันทำให้การใช้มาตรการบังคับทางปกครองไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และเพื่อให้การใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมท่าอากาศยาน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และมีการบังคับให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนข้างต้น โดยกระทบกระเทือนผู้อยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครองน้อยที่สุด จึงเห็นควรกำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ประกอบกับมาตรา ๕๖ และมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ อธิบดีกรมท่าอากาศยานในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจสั่งยึด อายัด และขายทอดตลาด จึงกำหนดระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมท่าอากาศยานว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้อธิบดีกรมท่าอากาศยานเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่ง หรือประกาศ ตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมท่าอากาศยานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมท่าอากาศยานมอบหมาย

“เจ้าพนักงาน” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวในสังกัดกรมท่าอากาศยาน หรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้มีหน้าที่ทำการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

“เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน” หมายความว่า ผู้อยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินแก่กรมท่าอากาศยานตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

“การบังคับทางปกครอง” หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ได้รับชำระเงิน ตามคำสั่งตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

“ยึด” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความควบคุมดูแลหรือครอบครองของเจ้าพนักงาน

“อายัด” หมายความว่า การสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและหรือบุคคลภายนอก มิให้จำหน่าย จ่าย โอน หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้ รวมตลอดถึงการสั่งให้บุคคลภายนอกมิให้นำส่งทรัพย์สินหรือชำระหนี้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน แต่ให้ส่งมอบหรือชำระ ณ ที่ซึ่งผู้มีอำนาจออกคำสั่งอายัดกำหนด

“ขายทอดตลาด” หมายความว่า การนำเอาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินออกขายโดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิบดีเป็นผู้มีอำนาจออกคำสั่งยึด อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คำสั่งและประกาศยึดทรัพย์สิน คำสั่งอายัดทรัพย์สิน คำสั่งและประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สิน คำสั่งถอนการยึดและอายัดทรัพย์สิน ให้ใช้ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การส่งหนังสือ คำสั่งหรือประกาศตามข้อ ๖ ให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด ๔ ว่าด้วยการแจ้งแห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินให้ชำระเงิน ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน และได้มีหนังสือเตือนให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน ให้ใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้นและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วน

ในกรณีที่มีการอุทธรณ์คำสั่งเรียกให้ชำระเงินตามวรรคหนึ่งหรือมีการฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งเรียกให้ชำระเงินดังกล่าว ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามระเบียบนี้ เว้นแต่จะมีการสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนโดยเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งนั้นเอง หรือผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์ หรือโดยศาล หากได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไว้แล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑) กรณีการยึด หากมีการฟ้องคดีต่อศาลให้ชะลอการขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เว้นแต่ทรัพย์สินที่ยึดมีสภาพเป็นของสดของเสียได้ง่ายให้เจ้าพนักงานมีอำนาจขายได้ทันที โดยวิธีการขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นตามที่เห็นสมควร

(๒) กรณีการอายัด ให้ระบุในคำสั่งอายัดว่า “ห้ามเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและหรือบุคคลภายนอกผู้ได้รับคำสั่งอายัด จำหน่าย จ่าย โอน หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้จนกว่าเจ้าพนักงานจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้กรมท่าอากาศยานดำเนินการใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินให้ชำระเงิน

ให้กรมท่าอากาศยานในฐานะเจ้าหนี้ผู้ออกคำสั่งเรียกให้ชดใช้เงิน มีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามระเบียบนี้ และดำเนินการเข้าขอเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงิน หรือจำหน่ายทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดหรืออายัดไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และขอเข้ารับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย กรณีที่ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดหลักเกณฑ์ หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินใดไว้ ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหรือพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การใช้มาตรการบังคับทางปกครองในกรณีเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินถึงแก่ความตายต้องสอบสวนให้ได้ความว่าตายเมื่อใด บุคคลใดเป็นผู้จัดการมรดก เป็นทายาท หรือเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน และให้ดำเนินการฟ้องคดีกับบุคคลเหล่านั้นต่อศาลให้รับผิดภายในอายุความหนึ่งปี นับแต่เมื่อกรมท่าอากาศยานได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินถึงแก่ความตาย

การสืบ ยึด อายัดทรัพย์สิน

คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้มีคณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สิน ประกอบด้วย รองอธิบดีกรมท่าอากาศยานที่อธิบดีเห็นสมควรแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการกองกฎหมายเป็นรองประธานกรรมการ หัวหน้ากลุ่มนิติกรรมสัญญาและคดี หัวหน้ากลุ่มกฎหมายและระเบียบ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินสังกัดหรือเคยสังกัดอยู่ เป็นกรรมการ และนิติกรผู้เป็นเจ้าของสำนวน เป็นกรรมการและเลขานุการ

หากประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่แทน

การสืบหาทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ภายใต้บังคับข้อ ๘ วรรคหนึ่ง เพื่อให้การดำเนินการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นไปโดยไม่ชักช้า ให้นิติกรผู้เป็นเจ้าของสำนวน ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ประสานงานกับสำนักงานที่ดินเพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ปรากฏชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน คู่สมรส และบุตรของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน และบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมหรือเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมีสิทธิเรียกร้อง ซึ่งอาจยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้ โดยให้ตรวจสอบตามภูมิลำเนาเดิมที่เคยอยู่อาศัย สถานที่ที่เคยย้ายไปดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนตามภูมิลำเนาปัจจุบัน

(๒) ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ เครื่องจักร หุ้น เงินปันผล หรือหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์โดยประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่จัดทำทะเบียนหรือมีบัญชีควบคุมสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

(๓) สืบหาทรัพย์สินอื่นนอกจาก (๑) และ (๒) ของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินในสำนักงาน บ้าน และที่อยู่อาศัยของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน หรือจากคู่สมรสและบุตรหรือบุคคลภายนอก ซึ่งอาจมีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไว้ในความครอบครอง

(๔) ขอความร่วมมือจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อตรวจสอบหลักทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากในธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ

(๕) ดำเนินการอื่นใดเพื่อสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล

ทั้งนี้ เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ในกรณีพบหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ให้นิติกรผู้เป็นเจ้าของสำนวนรายงานคณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินโดยไม่ชักช้า และกรณีที่มีความจำเป็น ให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินทำการประเมินราคาทรัพย์สินนั้นในเบื้องต้น

การแต่งตั้งเจ้าพนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อพบหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินรายงานการสืบหาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน พร้อมเสนอให้อธิบดีลงนามในคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานไม่เกินสองคนไปทำการยึดทรัพย์สิน คำสั่งให้ยึดทรัพย์สินประกาศยึดทรัพย์สิน หรือคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่นร่วมไปช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามวรรคหนึ่งด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่ออธิบดีลงนามในคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงาน คำสั่งยึดทรัพย์สิน ประกาศยึดทรัพย์สิน หรือคำสั่งอายัดทรัพย์สินแล้ว ให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินแจ้งเจ้าพนักงานเพื่อดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินต่อไป

วิธีการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ถ้าในคำสั่งยึดทรัพย์สินสิ่งใดเป็นการเฉพาะเจาะจง ให้เจ้าพนักงานยึดแต่เฉพาะทรัพย์สินสิ่งนั้น ทั้งนี้ ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินที่สามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยวิธีการยึด ได้แก่ สังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ก่อนไปทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานผู้ไปทำการยึดทรัพย์สินพิจารณาตรวจสอบให้ชัดเจนว่าจะต้องยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือไม่ และจำนวนราคาทรัพย์สินที่จะยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด พร้อมทั้งนำประกาศยึดทรัพย์สินไปด้วย เพื่อปิดไว้ ณ สถานที่ที่ยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้เจ้าพนักงานไปทำการยึดทรัพย์สินโดยเร็วและให้นำคำสั่งยึดทรัพย์สินกับเครื่องมือ และอุปกรณ์สำหรับทำการยึดทรัพย์สินไปดำเนินการด้วย เช่น คาดเทปกาว และลงลายมือชื่อกำกับ ตราประทับ เป็นต้น ทั้งนี้ จะมีบุคคลอื่นร่วมไปช่วยเหลือด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้เจ้าพนักงานที่ทำการยึดทรัพย์สินดำเนินการด้วยความสุภาพ และระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จำเป็น ถ้ามีผู้ขัดขวางการทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานชี้แจงว่ากล่าวแต่โดยดีก่อน ถ้าผู้นั้นยังขัดขวางอยู่อีกให้เจ้าพนักงานขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อทำการยึดทรัพย์สินต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เจ้าพนักงานจะต้องทำการยึดทรัพย์สินในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในวันทำการงานปกติ เว้นแต่ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินจะทำการยึดทรัพย์สินในวันหยุดราชการก็ได้ ทั้งนี้ จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ก่อนทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานแสดงคำสั่งยึดทรัพย์สิน พร้อมแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือบุคคลที่ระบุไว้ในคำสั่งยึดทรัพย์สิน ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าวให้แสดงต่อผู้ที่อยู่ในสถานที่นั้น และหากทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมให้แจ้งการยึดทรัพย์สิน ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การทำการยึดทรัพย์สิน เจ้าพนักงานมีอำนาจเท่าที่จำเป็นเพื่อค้นสถานที่ใด ๆ อันเป็นของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือได้ครอบครองอยู่ เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย คลังสินค้าโรงงานหรือร้านค้าขาย เป็นต้น ทั้งมีอำนาจยึดและตรวจสมุดบัญชี เอกสารหรือแผ่นกระดาษ และกระทำการใด ๆ ตามสมควรเพื่อเปิดสถานที่ดังกล่าว รวมทั้งตู้นิรภัย ตู้ หรือที่เก็บของอื่น ๆ แล้วเสนอคณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อรายงานให้อธิบดีทราบ

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากเห็นสมควรเจ้าพนักงานอาจขอความร่วมมือจากเจ้าพนักงานตำรวจให้อยู่ร่วมในการดำเนินการ และอาจแจ้งความให้เจ้าพนักงานตำรวจแห่งท้องที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้เจ้าพนักงานยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแต่เพียงพอกับหนี้ที่ต้องชำระตามคำสั่งยึดทรัพย์สิน พร้อมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สินและขายทอดตลาด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนหนี้ และไม่อาจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา เช่น ทำให้เปลี่ยนสภาพและราคาตกต่ำ ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้เพียงพอกับจำนวนหนี้ไม่ปรากฏด้วยแล้ว ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาดทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ห้ามเจ้าพนักงานยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานอื่นได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้ว หรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นไม่อาจยึดได้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานรีบแจ้งคณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อรายงานต่ออธิบดีพิจารณาสั่งงดการยึดทรัพย์ไว้ก่อน

เมื่อยึดทรัพย์สินมาแล้วปรากฏในภายหลังว่า ทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นของบุคคลอื่น ให้เจ้าพนักงานแจ้งคณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อรายงานให้อธิบดีทราบและพิจารณาดำเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์นั้น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ถ้าจะยึดที่ดิน ให้เจ้าพนักงานผู้ไปทำการยึดทรัพย์สินดำเนินการให้ได้เอกสารสิทธิในที่ดินหรือสำเนาซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรอง เพื่อตรวจสอบจำลองแผนที่หลังโฉนดที่ดินว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม่ หากเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันแล้ว ให้จัดการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดินในรายการยึดที่ดิน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ถ้าที่ดินที่ยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างหรือไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปีเป็นของผู้อื่นปลูกอยู่ ให้เจ้าพนักงานบันทึกถ้อยคำของเจ้าของสิ่งนั้น ๆ ให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างไร เช่น สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิตามสัญญาเช่า เป็นต้น

ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร การยึดที่ไร่ นา ซึ่งมีไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวได้ตามฤดูกาล จะทำการยึดแต่ที่ดิน โดยไม่ยึดไม้ล้มลุกและธัญชาติหรือจะยึดทั้งที่ดินและไม้ล้มลุกหรือธัญชาติด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การยึดที่ดินซึ่งมีไม้ยืนต้น ให้เจ้าพนักงานจดชนิดและประมาณจำนวนต้นไม้ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีดอกผลธรรมดาที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินจะต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยวหรือบุคคลอื่นเป็นผู้เก็บเกี่ยวในนามของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน เมื่อมีผู้ร้องขอให้เจ้าพนักงานเก็บเกี่ยวและเจ้าพนักงานเห็นสมควรจัดการให้แล้ว ให้มีหนังสือแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินทราบในขณะทำการยึดแล้วให้ทำการเก็บดอกผลนั้นเมื่อถึงกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การยึดเรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ให้เจ้าพนักงานทำการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพของสิ่งนั้น ๆ เช่น พื้น ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง เสา เครื่องบนและหลังคา ใช้วัสดุชนิดใด มีกี่ชั้น กี่ห้อง ขนาดกว้างยาวสูงเท่าใด เก่าหรือใหม่เพียงใด เลขทะเบียนเท่าไร ถ้าเป็นสถานที่ให้เช่ามีค่าเช่าเป็นจำนวนเท่าใด เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ ย่อมครอบไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้เจ้าพนักงานแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งตามวิธีที่เห็นสมควรว่าได้มีการยึดทรัพย์สินไว้แล้ว เช่น

(๑) การยึดสิ่งของ ให้เจ้าพนักงานปิดหรือผูกแผ่นเลขหมายบนสิ่งของที่ยึดให้ตรงตามบัญชีทรัพย์สิน ถ้าสามารถจะเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้ก็ให้รวมไว้ แล้วปิดหีบหรือตู้ คาดเทปกาว และลงลายมือชื่อกำกับตราประทับอีกชั้นหนึ่ง

(๒) การยึดที่ดิน ห้องชุด เรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ให้ปิดประกาศหรือทำเครื่องหมายไว้

(๓) การยึดสัตว์ สัตว์พาหนะ หรือปศุสัตว์ จะใช้สีทาที่เขาหรือที่ตัวหรือจะใช้แผ่นเลขหมายผูกคอหรือจะต้อนเข้าคอกแล้วผูกเชือกที่ประตูคอกก็ได้แล้วแต่จะเห็นสมควร แต่อย่าให้เป็นการขัดข้องต่อการเลี้ยงรักษาสัตว์นั้น

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ เมื่อได้ยึดเรือกำปั่นหรือเรือมีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟหรือเรือยนต์มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพหรือสัตว์พาหนะ ให้แจ้งการยึดไปยังกรมเจ้าท่า หรือนายทะเบียนแห่งท้องที่ แล้วแต่กรณี

กรณียึดทรัพย์สินอื่นที่มีทะเบียน เช่น รถยนต์ เครื่องจักร ให้แจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนแห่งทรัพย์สินนั้น

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานจัดทำบันทึกรายงานการดำเนินการโดยสังเขป หากมีพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐานก็ให้บันทึกไว้แล้วอ่านบันทึกนั้นให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ผู้มีส่วนได้เสีย บุคคลที่อยู่ ณ ที่ยึดฟัง แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย ถ้าผู้ใดไม่ยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกว่า อ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อ พร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานและพยานรับรองไว้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ห้ามยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องนุ่งห่มหลับนอน หรือเครื่องใช้ในครัวเรือน โดยประมาณราคารวมกันตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ในกรณีอธิบดีเห็นสมควรจะกำหนดทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้เป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในบังคับแห่งระเบียบนี้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของอธิบดี

(๒) เครื่องมือ หรือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพ หรือประกอบวิชาชีพโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมีคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่ออธิบดีขออนุญาตใช้เครื่องมือหรือเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อการดำเนินการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพอันมีราคาเกินกว่าจำนวนราคาดังกล่าวแล้ว ให้อธิบดีมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่เห็นสมควร

(๓) วัตถุ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

(๔) ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมายหรือสมุดบัญชีต่าง ๆ นั้น อาจยึดมาตรวจดูเพื่อประโยชน์แห่งการยึดทรัพย์สินได้ถ้าจำเป็น แต่ห้ามมิให้เอาออกขายทอดตลาด

(๕) ทรัพย์สินของกสิกรตามกฎหมายว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร ได้แก่ พืชพันธุ์ที่ใช้ในปีต่อไปตามสมควร พืชผลที่เก็บไว้สำหรับเลี้ยงตัวและครอบครัวตามฐานานุรูปสำหรับหนึ่งปี สัตว์และเครื่องมือประกอบอาชีพที่มีไว้พอแก่การดำเนินอาชีพต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้เจ้าพนักงานจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ยึดโดยแสดงรายละเอียด เช่น ชื่อ ประเภท จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพและราคาประเมินแห่งทรัพย์สิน เป็นต้น ตามลำดับหมายเลขไว้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การจดบัญชีทรัพย์สิน ถ้าเป็นทรัพย์สินหลายสิ่งราคาเล็กน้อย จะมัดรวมหรือกองรวมกันแล้วจดเป็นเลขหมายเดียวกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ เมื่อทำการยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแล้ว ให้แจ้งรายการยึด และราคาประเมินให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินทราบ และถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมให้แจ้งการยึดให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมทราบด้วย

หากไม่สามารถจะกระทำตามความในวรรคก่อนได้ ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้ ณ สถานที่ที่ยึดหรือประกาศแจ้งการยึดทางหนังสือพิมพ์รายวัน ไม่เกินเจ็ดวัน

ถ้าทรัพย์สินที่ยึดเป็นที่ดินและห้องชุด ให้แจ้งการยึดนั้นให้เจ้าพนักงานที่ดินท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ทราบ เพื่อบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ ให้เจ้าพนักงานรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อรายงานการยึดทรัพย์สิน พร้อมบัญชีทรัพย์สินที่ยึดต่ออธิบดีเพื่อสั่งการให้คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดดำเนินการขายทอดตลาดต่อไป

บัญชียึดทรัพย์สิน ให้ใช้ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

วิธีการประเมินราคาทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การประเมินราคาที่ดิน ให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินพิจารณาตามหลักเกณฑ์เหล่านี้ประกอบกัน คือ

(๑) ราคาซื้อขายกันในท้องตลาดโดยคำนึงถึงสภาพแห่งที่ดินนั้นว่าเป็นที่ดินประเภทใด เช่น ที่อยู่อาศัย ที่โรงงาน ที่ให้บริการหรือค้าขาย ที่สวน ที่นา ที่ไร่ เป็นต้น และที่นั้นอยู่ในทำเลอย่างใด เช่น อยู่ในทำเลค้าขาย ที่ชุมนุมชน อยู่ติดถนนหรือแม่น้ำลำคลองหรือไม่ รถยนต์เข้าถึงหรือไม่ หากเป็นที่ให้เช่ามีผลประโยชน์หรือรายได้มากน้อยเพียงใด

(๒) ราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเจ้าพนักงานเคยขายทอดตลาดไปแล้ว

(๓) ราคาซื้อขาย หรือจำนอง หรือขายฝากครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึดและที่ดินข้างเคียง

(๔) ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

การประเมินราคาที่ดินตามวรรคหนึ่ง อาจขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการพิเศษหรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบและประเมินราคาก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การประเมินราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ดิน ให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินประเมินตามราคาซื้อขายในท้องตลาดตามสภาพความเก่าใหม่ของทรัพย์สินนั้น ๆ

การประเมินราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ดินตามวรรคหนึ่ง อาจขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สิน ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการพิเศษหรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญ ช่วยตรวจสอบและประเมินราคาก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ การประเมินราคาทรัพย์สินที่มีการจำนองหรือจำนำให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ ๓๙ และข้อ ๔๐ แต่ให้หมายเหตุไว้ด้วยว่า จำนองหรือจำนำเมื่อใด ต้นเงินเท่าใด เพื่อประกอบดุลพินิจในการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ หากอธิบดีเห็นว่า ราคาทรัพย์สินที่คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินประเมินไม่เหมาะสม หรือผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สินร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร อธิบดีมีอำนาจแก้ไขราคาประเมินหรือมีคำสั่งให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินทำการประเมินราคาใหม่ หรือขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือผู้เชี่ยวชาญในการประเมินราคาทรัพย์สินช่วยประเมินราคาให้

กรณีประเมินราคาตามคำร้องขอของผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สิน ให้ผู้ร้องขอเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย และเมื่อได้มีการแก้ไขราคาประเมินแล้ว ให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินแจ้งราคาประเมินที่ได้แก้ไขใหม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ

การคัดค้านการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ถ้าบุคคลใดจะยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สิน โดยกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานได้ยึดไว้ ก่อนนำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดให้บุคคลนั้น ยื่นคำร้องขอต่ออธิบดีเพื่อให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น และเมื่ออธิบดีได้รับคำร้องขอเช่นว่านี้ ให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของอธิบดีต่อไป เว้นแต่

(๑) หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้ล่าช้า อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อกรมท่าอากาศยานในเวลาที่กำหนด ตามจำนวนเงินที่เห็นสมควรเพื่อประกันความเสียหายใด ๆ ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดอันเกิดแต่การยื่นคำร้องขอนั้น ถ้าผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านี้ ให้อธิบดียกคำร้องนั้นเสียและมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป

(๒) ถ้าทรัพย์สินที่พิพาทนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีเหตุผลอันควรฟัง หรือถ้าปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้ อธิบดีมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดดำเนินการจำหน่ายทรัพย์สินนั้น โดยไม่ชักช้า

การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ทรัพย์สินที่ยึดไว้แล้วให้นำมาเก็บรักษาไว้ที่กรมท่าอากาศยาน หรือสถานที่อื่นตามที่คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินจะเห็นสมควร แต่ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสิ่งของอื่นซึ่งลำบากต่อการขนย้าย ให้มอบแก่บุคคลที่สมควรเป็นผู้ดูแลรักษาไว้

การมอบทรัพย์สินที่ยึดให้บุคคลอื่นดูแลรักษาให้ถือหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินยอมรับรักษาทรัพย์สินที่ยึด และเจ้าพนักงานเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินนั้นให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ดูแลรักษาก็ได้

(๒) ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไม่รับรักษาทรัพย์สินที่ยึด และเจ้าพนักงานเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินไว้ในความดูแลของบุคคลอื่นซึ่งครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ก็ได้

(๓) ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตาม (๑) และ (๒) ได้ กรมท่าอากาศยานจะเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สินและจ้างผู้ดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ก็ได้ ทั้งนี้ การเช่าให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการพัสดุ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ให้เจ้าพนักงานจดไว้ในรายการยึดทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่าได้จัดการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นอย่างไร และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สิน ค่าเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สิน ค่าจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินเท่าใด ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้ผู้รับรักษาทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทนหรือไม่มีค่าตอบแทน หรือผู้ให้เช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินก็ดี หรือผู้รับจ้างดูแลทรัพย์สินก็ดี ทำสัญญารักษาทรัพย์สินกับกรมท่าอากาศยาน ทั้งนี้ การเช่าให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการพัสดุ

วิธีการอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ เมื่ออธิบดีลงนามในคำสั่งอายัดทรัพย์สินแล้ว ให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินดำเนินการส่งคำสั่งอายัดให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและบุคคลภายนอกซึ่งต้องส่งมอบเงินหรือสิ่งของนั้น

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินอายัดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่าง อสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งสิทธิทั้งปวงอันมีอยู่ในทรัพย์สินเหล่านั้น หรือเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องส่งมอบ โอน หรือชำระให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ในการอายัดดังกล่าวเจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิแก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินในอันที่จะได้รับมอบหรือรับโอนทรัพย์สิน สิทธิหรือได้รับชำระเงินเช่นว่านั้น

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ห้ามอายัดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ดังต่อไปนี้

(๑) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ และเงินรายได้เป็นคราว ๆ อันบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพเป็นจำนวนตามที่อธิบดีเห็นสมควร

(๒) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ และเบี้ยหวัดของข้าราชการหรือลูกจ้างของรัฐบาล และเงินสงเคราะห์ หรือบำนาญที่รัฐบาลได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น

(๓) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (๒) ที่นายจ้างจ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้นหรือคู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้นเป็นจำนวนตามที่อธิบดีเห็นสมควร

(๔) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินได้รับอันเนื่องมาจากความตายของบุคคลอื่น เป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่อธิบดีเห็นสมควร

ในการกำหนดจำนวนเงินตาม (๑) และ (๓) ให้คณะกรรมการยึดอายัดทรัพย์สินเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของอธิบดี โดยกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้น ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและจำนวนบุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินด้วย

การคัดค้านการอายัดทรัพย์สิน

74 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมท่าอากาศยานว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_abc1b8900bb68919

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com