ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 04/2551
เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจแฟ๊กเตอริง (Factoring)
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินอันมีเจตนารมณ์ที่จะให้การประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์กับลูกค้าเป็นไปตามลักษณะของธุรกรรมอย่างแท้จริงและมีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการเสริมสภาพคล่องสําหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อแก่ลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ โดยการรับซื้อรับโอนลูกหนี้ทางการค้าจากลูกค้าซึ่งเรียกว่าธุรกิจแฟ็กเตอริงได้ตั้งแต่ปี 2547ธุรกรรมดังกล่าวครอบคลุมถึงการบริหารบัญชีลูกหนี้ เรียกเก็บหนี้ทางการค้า และรับผิดชอบในหนี้ที่ลูกหนี้ของลูกค้าผิดนัด
ในการออกประกาศฉบับนี้เพื่อให้การอ้างอิงอํานาจตามกฎหมายสอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 โดยไม่ได้เปลี่ยนสาระสําคัญของประกาศ ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ใดที่ได้รับการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวแล้วให้ดําเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาตใหม่อีก
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงได้ตามข้อกําหนดในประกาศนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง ลงวันที่ 3 เมษายน 2549 (หนังสือเวียนนําส่ง ที่ ฝนส.(21)ว. 90/2549 ลงวันที่ 20 เมษายน 2549)
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 ในประกาศฉบับนี้
"ธนาคารพาณิชย์" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
"ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
"ธุรกิจเเพ็กเตอริง" หมายความว่า ธุรกิจที่ลูกค้าตกลงจะโอนหนี้ทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง โดยผู้ประกอบธุรกิจเฟ็กเตอริงนั้นตกลงจะให้สินเชื่อซึ่งรวมถึงการรับที่จะดําเนินธุรกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(1) การบริหารบัญชีลูกหนี้
(2) เรียกเก็บหนี้ทางการค้า
(3) รับผิดชอบในหนี้ที่ลูกหนี้ของลูกค้าผิดนัด
ผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงอื่นซึ่งรับโอนหรือตกลงที่จะรับโอนหนี้ทางการค้าจากผู้ประกอบธุรกิจเฟีกเตอริงตามวรรคหนึ่งและรับที่จะดําเนินการตาม (1) (2) หรือ (3) ของวรรคหนึ่งด้วย
"สัญญาแฟ็กเตอริง" หมายความว่า สัญญาที่ทําขึ้นระหว่างธนาคารพาณิชย์ฝ่ายหนึ่งกับลูกค้าอีกฝ่ายหนึ่ง โดยลูกค้าตกลงโอนและธนาคารพาณิชย์ตกลงรับโอนหนี้ทางการค้าที่ลูกค้ามีสิทธิเรียกร้องเหนือลูกหนี้ เพื่อดําเนินธุรกรรมภายใต้ธุรกิจแฟ็กเตอริง และให้หมายความรวมถึงกรณีที่ธนาคารพาณิชย์รับโอนหรือตกลงที่จะรับโอนหนี้ทางการค้าจากผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงมาอีกทอดหนึ่งด้วย
"สัญญาแฟ็กเตอริงแบบไม่มีสิทธิไถ่เบี้ย (Without Recourse)" หมายความว่า สัญญาแฟ็กเตอริงที่ธนาคารพาณิชย์ไม่มีสิทธิเรียกร้องหรือไถ่เบี้ยให้ลูกค้าชําระหนี้แทนลูกหนี้หากลูกหนี้ผิดนัด
"ลูกค้า" หมายความว่า ผู้ขายสินค้าหรือบริการแก่ลูกหนี้ และมีสิทธิได้รับชําระหนี้สําหรับจํานวนหนี้ทางการค้าจากลูกหนี้
"ลูกหนี้" หมายความว่า ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการจากลูกค้าและมีหน้าที่ต้องชําระหนี้อันเนื่องมาจากหนี้ทางการค้าให้แก่ลูกค้า ซึ่งต่อมาลูกค้าได้โอนสิทธิการรับชําระหนี้ทางการค้านั้นให้แก่ธนาคารพาณิชย์ตามสัญญาแฟ็กเตอริง
"หนี้ทางการค้า" หมายความว่า เงินค่าสินค้าหรือบริการที่ลูกหนี้ต้องชําระให้แก่ลูกค้าอันเนื่องมาจากการขายสินค้าหรือบริการ
"การบริหารบัญชีลูกหนี้" หมายความว่า การจัดทําทะเบียนและ/หรือรายงานบัญชีลูกหนี้ที่ลูกค้านํามาโอนให้แก่ธนาคารพาณิชย์ตามสัญญาแฟ็กเตอริง การตรวจสอบข้อมูลเครดิตและสถานภาพของลูกหนี้ การควบคุมดูแลยอดหมุนเวียนและยอดคงค้างของลูกหนี้ให้เหมาะสม
5.2 หลักการ
การประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงนั้นเป็นธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อระยะสั้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการ ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์จึงต้องมีความพร้อมในด้านระบบการวิเคราะห์สินเชื่อ การบริหารความเสี่ยง การติดตามหนี้ และการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเช่นเดียวกับที่ใช้ในการประกอบธุรกิจให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ นอกจากนั้นธนาคารพาณิชย์ต้องคํานึงถึงคุณภาพของลูกค้าและลูกหนี้เป็นหลัก มิใช่มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มปริมาณธุรกรรม เนื่องจากปัจจัยดังกล่าว จะมีผลกระทบโดยตรงต่อฐานะและผลการดําเนินงานของธนาคารพาณิชย์
หลักเกณฑ์การกํากับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยจะมุ่งเน้นให้ธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารความเสี่ยงของตนเองได้อย่างเหมาะสม โดยธนาคารพาณิชย์ต้องมีความรู้ความเข้าใจในลักษณะธุรกรรม ธุรกิจของลูกค้าและลูกหนี้และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีและมีการกําหนดนโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติในการประกอบธุรกิจ รวมถึงระบบงานและระเบียบการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนและเหมาะสมเพียงพอที่จะรองรับการประกอบธุรกิจได้ และต้องมีระบบการควบคุมภายในที่ดี อาทิ จัดให้มีขั้นตอนและวิธีการประเมินเครดิตของลูกค้าและลูกหนี้อย่างเหมาะสม เป็นต้น
5.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงโดยธนาคารพาณิชย์ที่จะประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามข้อกําหนดดังต่อไปนี้
(1) มีฐานะการเงินและฐานะการดําเนินงานอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถกันเงินสํารองได้ครบถ้วนและดํารงอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์และภาระผูกพันไม่ต่ํากว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหรือสั่งการเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งสามารถดํารงอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ ได้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการสั่งการเป็นกรณีพิเศษด้วย
(2) มีระบบงาน ระบบข้อมูล และมีบุคลากรเพียงพอเพื่อรองรับการทําธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบุคลากรดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และประสบการณ์เพียงพอ
(3) ให้ความร่วมมือกับทางการในการปฏิบัติตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินในการปรับบทบาทและรูปแบบสถาบันการเงิน โดยธนาคารพาณิชย์ที่มีสถาบันการเงินที่รับฝากเงินจากประชาชนอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจเดียวกันมากกว่า 1 แห่ง/รูปแบบ ต้องจัดทําแผนการควบกิจการรวมกิจการ ขายกิจการ คืนใบอนุญาต รับโอนสินทรัพย์เละหนี้สินจากสถาบันการเงินแห่งอื่น เพื่อการดําเนินการตามนโยบายสถาบันการเงิน 1 รูปแบบ (One Presence) ตามแนวทางที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงต้องยื่นหนังสือแสดงความจํานงที่จะประกอบธุรกิจดังกล่าวที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ ให้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยธนาคารพาณิชย์ที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายสถาบันการเงิน 1 รูปแบบ (One Presence) ของแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินต้องให้การรับรองมาในหนังสือแสดงความจํานงดังกล่าวด้วยว่าจะปฏิบัติตามแผนการควบกิจการ รวมกิจการ ขายกิจการ คืนใบอนุญาตรับโอนสินทรัพย์และหนี้สินจากสถาบันการเงินแห่งอื่น เพื่อการดําเนินการตามนโยบายสถาบันการเงิน 1 รูปแเบบ (One Presence) ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบ รวมทั้งเงื่อนไขต่างๆ ที่รัฐมนตรีจะกําหนดประกอบการให้ความเห็นชอบ
ทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์จัดส่งหนังสือแสดงความจํานงไปที่สายกํากับสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเมื่อธนาคารพาณิชย์ได้ยื่นหนังสือแสดงความจํานงแล้ว ให้มีผลเป็นการอนุญาตเมื่อพ้นกําหนด 30 วัน นับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือดังกล่าว เว้นแต่ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีข้อทักท้วงหรือให้ชี้แจงเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ถือว่าธนาคารพาณิชย์ได้รับอนุญาตเมื่อได้รับแจ้งการอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
5.4 หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจสําหรับธนาคารพาณิชย์ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
5.4.1 ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงจะต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการทําธุรกรรมดังนี้
(1) คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
(2) คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีระบบงานอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเป็นผู้กําหนด อนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบ นโยบาย กลยุทธ์ ขั้นตอนการปฏิบัติในการประกอบธุรกิจ ระเบียบและวิธีการบริหารความเสี่ยง ระบบการควบคุมภายในระบบการจัดการ และระบบบัญชี
(3) ระบบงานที่เกี่ยวกับระเบียบและวิธีการบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงอย่างน้อยต้องครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้
(3.1) ระบบการวิเคราะห์เครคิตของลูกค้าและลูกหนี้ โดยเฉพาะกรณีการประกอบธุรกิจเฟิกเตอริงแบบไม่มีสิทธิไถ่เบี้ย ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์ ข้อมูลเครดิตลูกค้าและลูกหนี้ที่จะรับโอนทุกรายอย่างเพียงพอ และมีระบบการกําหนดวงเงินสินเชื่อของลูกค้า โดยพิจารณาถึงหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณาให้สินเชื่อตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดด้วย เช่น การกําหนดเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อที่จําเป็น ได้แก่ ใบกํากับสินค้า (Invoice) และเอกสารการค้าอื่น ๆ เป็นต้น
(3.2) ระบบการติดตามหนี้ที่รับโอนมาตามสัญญาแฟ็กเตอริง ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารพาณิชย์ทราบข้อมูลเกี่ยวกับลูกหนี้และลูกค้า เช่น ความมีอยู่จริงของหนี้ทางการค้าที่รับโอน คุณภาพการชําระหนี้ของลูกหนี้ คุณภาพสินค้าที่จัดส่ง และการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้า
(3.3) การบริหารความเสี่ยงด้วยเครื่องมือต่าง ๆ เช่น การประกันภัยหรือการเรียกเงินประกันตามคุณภาพของลูกค้าและประเภทของธุรกรรม รวมทั้งการกระจายความเสี่ยงอันเกิดจากการกระจุกตัวของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมประเภทใดประเภทหนึ่ง เป็นต้น
(3.4) ระบบการจัดเก็บข้อมูลและการจัดทํารายงานเพื่อการติดตามวิเคราะห์ และประเมินผลการประกอบธุรกิจ เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้
5.4.2 เพื่อเป็นการเปิดเผยข้อมูลและทําความเข้าใจกับลูกค้าเกี่ยวกับธุรกรรมธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีสัญญาแฟ็กเตอริงเป็นหนังสือและมอบให้แก่ลูกค้าเก็บไว้เป็นหลักฐาน 1 ฉบับ โดยในสัญญาดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
(1) จํานวนวงเงินที่จะรับโอน
(2) สิทธิเรียกร้องที่จะรับโอน หรือวิธีการเลือกสิทธิเรียกร้องดังกล่าว
(3) วิธีการในการคํานวณอัตราดอกเบี้ย ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้าอย่างชัดเจน โดยให้แนบรายละเอียดไว้กับคู่ฉบับของสัญญาที่มอบให้แก่ลูกค้า
(4) ค่าใช้จ่ายและเบี้ยปรับต่างๆ
(5) อายุสัญญา
ทั้งนี้ รายละเอียดตาม (3) และ (4) ธนาคารพาณิชย์อาจจัดทําเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญาอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาได้
5.4.3 การแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ค่าตอบแทนผลประโยชน์ที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้า ค่าใช้จ่าย หรือเบี้ยปรับต่าง ๆ ตามสัญญาแฟ็กเตอริงนั้น ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหนังสือแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนที่จะมีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มิฉะนั้น ธนาคารพาณิชย์จะสามารถเรียกดอกเบี้ย ค่าตอบแทน ผลประโยชน์ที่เรียกเก็บจากลูกค้า ค่าใช้จ่าย หรือเบี้ยปรับต่าง ๆ ได้เพียงเท่าที่ระบุไว้ในสัญญา
5.4.4 การกํากับดูแล
(1) ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีที่ยอมรับทั่วไปและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
(2) ในการคํานวณจํานวนเงินสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมแฟ็กเตอริงกับบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ธนาคารพาณิชย์นับรวมกับธุรกรรมการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพันหรือการทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อประเภทอื่น เพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือแก่บุคคลหลายคนรวมกันในโครงการหนึ่งโครงการใด หรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์นั้น ตามที่กําหนดไว้ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้ร้ายใหญ่ (Single Lending Limit)
ทั้งนี้ ในการคํานวณการทําธุรกรรมกับบุคคลหนึ่งบุคคลใดข้างต้นให้ปฏิบัติดังนี้
(2.1) กรณีสัญญาแฟ็กเตอริงแบบมีสิทธิไล่เบี้ยให้นับลูกค้าที่นําสิทธิการรับชําระหนี้มาโอนแก่ธนาคารพาณิชย์ในการคํานวณ
(2.2) กรณีสัญญาแฟ็กเตอริงแบบไม่มีสิทธิไล่เบี้ยให้นับลูกหนี้ในการคํานวณ
(3) ในการประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง ธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารอง การดํารงเงินกองทุน การสอบทานเงินให้สินเชื่อและภาระผูกพัน และแบบรายงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการระงับการรับรู้รายได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
(4) ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจยับยั้งหรือสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(4.1) ธนาคารพาณิชย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกําหนดข้างต้น
(4.2) ธนาคารพาณิชย์ไม่ดําเนินการตามแผนการควบกิจการ รวมกิจการขายกิจการ คืนใบอนุญาต รับโอนสินทรัพย์และหนี้สินจากสถาบันการเงินแห่งอื่นเพื่อการดําเนินการตามนโยบายสถาบันการเงิน 1 รูปแบบ (One Presence) ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบ
(4.3) ธนาคารพาณิชย์ไม่ดําเนินการตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดประกอบการให้ความเห็นชอบแผนการควบกิจการ รวมกิจการ ขายกิจการคืนใบอนุญาต รับโอนสินทรัพย์และหนี้สินจากสถาบันการเงินแห่งอื่น เพื่อการดําเนินการตามนโยบายสถาบันการเงิน 1 รูปแบบ (One Presence)
(4.4) กรณีอื่น ๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่ากระทบกับความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน
5.5 หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจสําหรับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
ในการประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ 5.4 เว้นแต่เรื่องขอบเขตในการประกอบธุรกิจ และเรื่องการนับลูกหนี้รายใหญ่
5.5.1 ขอบเขตในการประกอบธุรกิจ
ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงได้ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศนี้ โดยจํากัดขอบเขตธุรกรรมเฉพาะธุรกิจแฟ็กเตอริภายในประเทศซึ่งลูกค้าและลูกหนี้จะต้องเป็นผู้ประกอบการในประเทศและมีมูลหนี้ที่จะรับโอนสิทธิเรียกร้องในการรับชําระหนี้เป็นสกุลเงินบาท ทั้งนี้ ขอบเขตการประกอบธุรกิจต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 23 มกราคม 2547 รวมทั้งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
5.5.2 การนับลูกหนี้รายใหญ่
ในการคํานวณจํานวนเงินสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทําธุรกรรมแฟ็กเตอริงกับบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยนับธุรกรรมการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพันหรือการทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อประเภทอื่น เพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือโครงการหนึ่งโครงการใด เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินกว่าที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทําได้ตามที่กําหนดไว้ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย