法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน พ.ศ. 2555 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
96
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน

พ.ศ. ๒๕๕๕

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๙

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ประกอบกับข้อ ๕

และข้อ ๑๘ (๒) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๙

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน

การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน พ.ศ. ๒๕๕๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงินและการตรวจเงิน พ.ศ. ๒๕๓๐

(๒) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงินและการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๒

(๓) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงินและการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๓

(๔) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงินและการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๘

(๕) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงินและการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๐

(๖) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงินและการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๐

(๗) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน

การนำส่งเงินและการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๑

(๘) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงินและการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๔

(๙) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน

การนำส่งเงินและการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๘

บรรดาระเบียบ

ข้อบังคับหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกประกาศและคำสั่ง

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

รวมทั้งให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“หน่วยงาน” หมายความว่า

หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครและส่วนราชการตามประกาศกรุงเทพมหานครว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการภายในหน่วยงาน

และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการกรุงเทพมหานคร ที่ไม่ต่ำกว่าระดับกอง

“หัวหน้าหน่วยงาน” หมายความว่า

หัวหน้าหน่วยงานตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนัก

หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขต

ผู้อำนวยการสำนักงาน เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้อำนวยการกอง

เลขานุการสำนัก หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ดำรงตำแหน่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้

“หน่วยการคลัง”[๒] หมายความว่า กองการเงิน กองตรวจจ่าย

สำนักการคลัง กองคลัง สำนักการศึกษา ฝ่ายการคลังหรือกลุ่มงานการคลัง

หรือฝ่ายหรือกลุ่มงานที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงิน การถอนเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน

การตรวจสอบก่อนและหลังการจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงิน

และให้หมายความรวมถึงฝ่ายงบประมาณการเงินและบัญชีของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ด้วย

“หัวหน้าหน่วยการคลัง”

หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การถอนเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน การตรวจสอบก่อนและหลังการจ่ายเงิน

และการเก็บรักษาเงิน ทั้งนี้

ให้รวมถึงหัวหน้าฝ่ายการคลัง สำนักงานเลขานุการสำนัก หัวหน้าฝ่ายการคลังกองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร หัวหน้าฝ่ายการคลัง สำนักงานเขต

หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานครvหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

หัวหน้าฝ่ายการคลัง กองบริหารทั่วไปสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

และให้หมายความรวมถึงหัวหน้าฝ่ายหรือหัวหน้ากลุ่มงาน

ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

ให้ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานการคลัง ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงิน การถอนเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน

การตรวจสอบก่อนและหลังการจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินด้วย

“เจ้าของงบประมาณ” หมายความว่า

หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณรายจ่ายไม่ว่าจะเป็นงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับหน่วยงานนั้น

ๆ โดยเฉพาะ

หรือเป็นงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้ในงบกลางและให้หมายความรวมถึงหน่วยงานที่ทำการเบิกและจ่ายเงินแทนเจ้าของงบประมาณด้วย

“ข้าราชการ” หมายความว่า

ข้าราชการกรุงเทพมหานคร

“อนุมัติฎีกา” หมายความว่า

อนุญาตให้จ่ายเงินจากหน่วยการคลัง

“หลักฐานการจ่าย” หมายความว่า

หลักฐานแสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับ หรือเจ้าหนี้ตามข้อผูกพันถูกต้องแล้ว

และให้รวมตลอดถึงใบนำส่งเงินต่อหน่วยการคลังด้วย

“ใบสำคัญคู่จ่าย” หมายความว่า

หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองการจ่ายเงินหลักฐานของธนาคารแสดงการจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้

หรือหลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้รับที่ธนาคาร ทั้งนี้ รวมถึงใบนำส่งเงินต่อหน่วยการคลัง

“เงินยืม” หมายความว่า

เงินที่หน่วยงานจ่ายให้แก่บุคคลใดยืมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานคร

หรือปฏิบัติราชการอื่นใดในหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ไม่ว่าจะจ่ายจากงบประมาณรายจ่าย

หรือเงินอื่นใดของกรุงเทพมหานคร

“ระบบ” หมายความว่า

ระบบการบริหารการเงินการคลังของกรุงเทพมหานครด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

ซึ่งปฏิบัติผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง หรือผ่านช่องทางอื่นที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนดก่อนนำข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์

“ปี” หมายความว่า ปีงบประมาณ

“งบเงินรายรับรายจ่าย”

หมายความว่า

งบรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบปีงบประมาณโดยแสดงรายรับจริงและรายจ่ายจริง

“ข้อมูลหลักเจ้าหนี้”

หมายความว่า ข้อมูลของหน่วยงานผู้เบิกหรือเจ้าหนี้ หรือผู้มีสิทธิรับเงินเกี่ยวกับ

ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อและเลขที่บัญชีธนาคาร

เลขที่สัญญา เงื่อนไขการชำระเงิน หรือข้อมูลอื่นใดที่จำเป็น แล้วแต่กรณี

เพื่อใช้สำหรับการรับเงินขอเบิกจากหน่วยการคลัง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บรรดาแบบพิมพ์

แบบรายงานการเงิน เอกสาร สมุดบัญชี และทะเบียนต่าง ๆ

ที่ใช้ในการเบิกจ่ายเงินและรายงานทางการเงิน ตลอดจนวิธีใช้

ให้เป็นไปตามที่สำนักการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้ จะมอบอำนาจเป็นหนังสือ

หรือทำเป็นคำสั่งมอบอำนาจให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้

โดยให้คำนึงถึงระดับตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจเป็นสำคัญ

หากเกิดการเสียหายขึ้นผู้มอบและผู้รับมอบจะต้องรับผิดตามกฎหมาย

การใช้งานในระบบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่หัวหน้าหน่วยงานมอบหมายเป็นผู้มีสิทธิถือรหัสผู้ใช้งาน

(user name) และรหัสผ่าน (password)

เพื่อใช้งานในระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมสำหรับใช้ในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานทั้งในด้านการเงิน

การคลัง การวางฎีกา การลงบัญชีที่เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ทั้งนี้ ให้หัวหน้าหน่วยงานกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับมอบหมายไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้ผู้มีสิทธิตามข้อ ๘ เก็บรหัสผู้ใช้งาน และรหัสผ่าน เป็นความลับ

และมีสิทธิใช้รหัสเข้าสู่ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของหน่วยงาน

เพื่อปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย อาทิเช่น

การเรียกดูข้อมูล บันทึก ปรับปรุง ประมวลผล หรือเรียกรายงานจากระบบคอมพิวเตอร์

เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนดแนวทางการควบคุมการปฏิบัติงานของหน่วยงานเพื่อเป็นหลักในการเข้าใช้งานในระบบ

ให้หัวหน้าหน่วยงานจัดทำคำสั่งหรือมอบหมายกำหนดตัวบุคคลที่จะได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร

การเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเบิกเงิน

ให้หน่วยงานเจ้าของงบประมาณหรือหน่วยงานผู้ทำการเบิกแทนหรือหน่วยงานเจ้าของเงินนอกงบประมาณ

หรือเงินอุดหนุนรัฐบาล จัดทำใบขอเบิกเงินในระบบพร้อมเอกสารประกอบการขอเบิก

กรณีเบิกเงินจากกระทรวงการคลังให้กองตรวจจ่าย สำนักการคลัง

ส่งข้อมูลคำขอเบิกเงินและข้อมูลหลักเจ้าหนี้ในระบบไปยังกรมบัญชีกลาง

กระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เมื่อหน่วยการคลังได้รับใบขอเบิกเงินและตรวจสอบแล้วให้ดำเนินการจัดทำฎีกาเบิกเงินในระบบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การเบิกเงินกับหน่วยการคลังใด ให้กระทำได้แต่เฉพาะภายในวงเงินประจำงวดที่ได้รับอนุมัติ

เว้นแต่กรณีการเบิกเงินที่ไม่เกี่ยวกับเงินงบประมาณรายจ่าย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

หน่วยงานเจ้าของงบประมาณจะมอบหมายให้หน่วยงานอื่นหรือส่วนราชการภายในหน่วยงานเดียวกันเป็นผู้ทำการเบิกแทนก็ได้

โดยแจ้งให้สำนักการคลังทราบก่อนทำการเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การขอเบิกเงินงบประมาณรายจ่ายปีใด

ให้กระทำได้จนถึงวันทำการสุดท้ายของปีนั้น

หากได้มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีหรือการขยายเวลาเบิกเหลื่อมปี

ให้ขอเบิกได้จนถึงวันทำการสุดท้ายของระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติไว้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การขอเบิกเงินทุกกรณีให้ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินนั้นไปจ่ายและห้ามขอเบิกเงินจนกว่าหนี้จะถึงกำหนด

หรือใกล้จะถึงกำหนดจ่ายเงิน โดยอยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าหน่วยงาน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้หน่วยงานที่เบิกเงินส่งหลักฐานตามข้อ ๘๒ แก่หน่วยการคลัง

เพื่อทำการตรวจสอบ

ทุกสิ้นเดือนให้หน่วยการคลังจัดทำงบเดือนแสดงรายการจ่ายเงินจากระบบส่งให้หน่วยตรวจสอบภายในและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภายในวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป

ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด

สำหรับใบสำคัญพร้อมหลักฐานการส่งคืนเงินเหลือจ่าย

ใบสำคัญคู่จ่ายและเอกสารอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้หรือหลักฐานการจ่ายให้เก็บรักษาไว้ที่หน่วยงานนั้น

จนกว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและหรือหน่วยตรวจสอบภายในจะตรวจสอบจนแล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณใด

โดยปกติให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของปีนั้นในกรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถเบิกจากเงินงบประมาณรายจ่ายของปีนั้นได้ทัน

ให้เบิกข้ามปีจากเงินงบประมาณรายจ่ายของปีงบประมาณถัดไปได้

แต่ต้องไม่เป็นค่าใช้จ่ายซึ่งดำเนินการตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการพัสดุ

โดยให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ค่าใช้จ่ายที่เบิกในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้าง เงินค่าตอบแทนรายเดือน

เงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ เงินประจำตำแหน่ง

เงินสมทบกองทุนประกันสังคม เงินค่าสาธารณูปโภคหรือรายการอื่นที่สำนักการคลังกำหนด

ในกรณีที่จำเป็นต้องค้างเบิกให้นำมาเบิกจากเงินงบประมาณของรายการนั้น ๆ

หรือเงินอื่นที่ได้รับอนุมัติของปีงบประมาณต่อ ๆ ไปได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การเบิกเงินค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปีงบประมาณตามข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙

ให้นำความในข้อ ๓๓ วรรคสอง มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ค่าใช้จ่ายซึ่งมีลักษณะเป็นค่าใช้จ่ายประจำ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามประเภทที่สำนักการคลังกำหนด

ให้ถือว่าค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้นเมื่อหน่วยงานได้รับแจ้งให้ชำระหนี้

และให้นำมาเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับแจ้งให้ชำระหนี้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การซื้อพัสดุ

การจ้างทำของ หรือการเช่า เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องชำระเงิน ให้หน่วยงานเจ้าของงบประมาณทำใบขอเบิกโดยเร็ว

อย่างช้าต้องไม่เกินเจ็ดวันทำการ นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้ชำระหนี้

เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลอันสมควรให้หัวหน้าหน่วยงานผู้เบิกชี้แจงประกอบไว้เป็นหลักฐานประกอบใบขอเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านให้เบิกในลักษณะค่าตอบแทน โดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานคร

หากเป็นระยะเวลาติดต่อคาบเกี่ยวไปถึงปีงบประมาณใหม่

จะเบิกเงินล่วงหน้าจากปีงบประมาณปัจจุบันเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับระยะเวลาในปีงบประมาณใหม่ได้

แต่กรณีจะเป็นประการใดก็ตามต้องไม่เกินหกเดือนของปีงบประมาณใหม่

และให้ถือเป็นใบสำคัญคู่จ่ายที่เบิกจากปีงบประมาณเก่าได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นเงินเดือน

หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ต้องจ่ายประจำเดือนให้หน่วยงานปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน

เงินปี บำเหน็จ บำนาญ เงินอื่นในลักษณะเดียวกัน และระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด

เว้นแต่ระเบียบนี้จะกำหนดเป็นอย่างอื่น

การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นเงินเดือนในกรณีบรรจุใหม่

กลับเข้ารับราชการใหม่ เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน พักราชการ ย้าย โอน ถูกลงโทษ

พ้นจากราชการ หรือขอรับเงินเดือนทางหน่วยงานอื่นในสังกัดเดียวกัน

หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทุกกรณี ให้มีสำเนาคำสั่งหรือเอกสารหลักฐานในกรณีนั้น ๆ

ประกอบการขอเบิกด้วย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าจ้าง หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ต้องจ่ายประจำเดือนให้หน่วยงานปฏิบัติตามกฎหมาย

ข้อบัญญัติ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด เว้นแต่ระเบียบนี้จะกำหนดเป็นอย่างอื่น

ลูกจ้างรายเดือนให้จ่ายค่าจ้างในวันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนสามวันทำการ

ส่วนลูกจ้างรายวันและลูกจ้างรายชั่วโมง ให้จ่ายค่าจ้างในวันสิ้นเดือน

ถ้าวันสิ้นเดือนตรงกับวันหยุดราชการก็ให้จ่ายได้ในวันทำการก่อนวันสิ้นเดือน

การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าจ้างในกรณีบรรจุใหม่ เปลี่ยนอัตรา

เพิ่มค่าจ้าง ย้าย ถูกลงโทษ เลิกจ้าง หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทุกกรณี

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ ๒๕ วรรคสอง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การเบิกเงินเดือน

ค่าจ้าง

หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ต้องจ่ายประจำเดือนให้หน่วยงานทำการขอเบิกภายในวันที่สิบห้าของเดือนนั้น

สำหรับวันจ่ายให้เป็นไปตามที่ระเบียบนี้กำหนด

เว้นแต่ปลัดกรุงเทพมหานครจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

การจ่ายเงินตามข้อ ๒๕ และข้อ ๒๖ ที่ต้องจ่ายประจำเดือน

ยกเว้นค่าจ้างชั่วคราวค่าจ้างลูกจ้างรายวัน และค่าจ้างลูกจ้างรายชั่วโมง

ให้หน่วยการคลังโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับแทนการจ่ายเงินสด

โดยผู้รับไม่ต้องลงลายมือชื่อรับเงิน

แต่ให้แนบหลักฐานการจ่ายเงินประกอบเป็นใบสำคัญคู่จ่ายให้ครบถ้วนตามฎีกาที่ขอเบิกเงิน ทั้งนี้

หน่วยงานต้องจัดให้มีระบบการควบคุมภายในเพื่อตรวจสอบและป้องกันการทุจริตให้รัดกุมเพียงพอด้วย

การจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

เจ้าของงบประมาณจะก่อหนี้ผูกพันหรือจ่ายเงินได้แต่เฉพาะที่มีกฎหมาย ระเบียบ

ข้อบังคับ หรือคำสั่ง อนุญาตให้จ่ายได้

การได้รับเงินจากหน่วยการคลังไปแล้วไม่ปลดเปลื้องความรับผิดของเจ้าของงบประมาณที่จะต้องดูแลให้มีการจ่ายเงินตามหนี้ผูกพันให้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง

กรณีที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจส่งเจ้าหน้าที่และหรือมอบพัสดุที่ใช้ในการปฏิบัติราชการมาให้กรุงเทพมหานครปฏิบัติงานหรือดำเนินกิจการใดตามที่กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือ

ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่พึงเกิดจากการนั้น

เจ้าของงบประมาณอาจถือปฏิบัติตามระเบียบของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจนั้นก็ได้

กรณีที่กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือหรือมอบหมายภารกิจให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจอื่นใดดำเนินการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจนั้นถือปฏิบัติตามระเบียบของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจนั้น

และส่งหลักฐานรายการค่าใช้จ่าย และหรือหลักฐานการตรวจรับพัสดุให้แก่กรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ กรณีข้าราชการ

บุคลากรกรุงเทพมหานครของหน่วยงาน หรือผู้มีสิทธิซึ่งจ่ายเงินไปโดยได้รับใบเสร็จรับเงินอันมีรายการไม่ครบถ้วนหรือตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้

ให้ผู้นั้นทำใบรับรองการจ่ายเงินเพื่อนำมาเป็นเอกสารประกอบการขอเบิกเงินเสนอขออนุมัติต่อหัวหน้าหน่วยงานและเมื่อมีการจ่ายเงินแล้ว

ให้ทำใบสำคัญรับเงินและลงชื่อในใบสำคัญรับเงินนั้นเพื่อเป็นหลักฐานการจ่าย

กรณีที่ได้รับใบเสร็จรับเงินแล้วแต่เกิดสูญหาย

ให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินรับรองเป็นเอกสารประกอบการขอเบิกเงินแทนได้

กรณีที่ไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินตามวรรคสองได้ ให้ข้าราชการ บุคลากรกรุงเทพมหานครของหน่วยงาน

หรือผู้มีสิทธิทำใบรับรองการจ่ายเงิน

โดยชี้แจงเหตุผลพฤติการณ์ที่สูญหายหรือไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินได้

และรับรองว่ายังไม่เคยนำใบเสร็จรับเงินนั้นมาเบิกจ่ายแม้พบภายหลังจะไม่นำมาเบิกจ่ายอีก

แล้วเสนอหัวหน้าหน่วยงานเพื่อพิจารณาอนุมัติ

เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ใช้ใบรับรองนั้นเป็นหลักฐานประกอบการขอเบิกเงินได้

และเมื่อมีการจ่ายเงินแล้วให้ทำใบสำคัญรับเงินและลงชื่อในใบสำคัญรับเงินนั้นเพื่อเป็นหลักฐานการจ่าย

กรณีเอกสารอื่นประกอบการเบิกจ่ายเงินสูญหายให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาอนุมัติให้ใช้สำเนาเอกสารแทนได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

กรณีหลักฐานการจ่ายของหน่วยงานสูญหายให้ถือปฏิบัติตามวิธีการที่สำนักการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

เงินที่ขอเบิกจากหน่วยการคลังเพื่อการใด

เมื่อได้รับมาแล้วให้นำไปจ่ายได้เฉพาะเพื่อการนั้น จะนำไปจ่ายเพื่อการอื่นมิได้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓[๓] การจ่ายเงินให้กระทำได้ภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี

และภายในระยะเวลาของปีงบประมาณนั้น

หากไม่สามารถจ่ายได้ทันให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานเพื่อขอผ่อนผันได้ไม่เกินสิบห้าวัน

เว้นแต่มีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

การสั่งก่อหนี้และการอนุมัติจ่ายเงินทุกกรณีจะต้องได้รับเงินประจำงวดตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

การอนุมัติการจ่ายเงินให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงิน

ดังต่อไปนี้ เว้นแต่มีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

(๑)

ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักงาน ผู้อำนวยการกอง

หรือเทียบเท่า ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒)

เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขต ผู้อำนวยการโรงพยาบาล

ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๓)

ผู้อำนวยการสำนัก หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นอกจากวงเงินใน

(๑) และ (๒) แต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๔)

ปลัดกรุงเทพมหานคร นอกจากวงเงินใน (๑) (๒) และ (๓) แต่ไม่เกิน ๗๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๕)

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เกินกว่า ๗๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

กรณีงบประมาณกำหนดรายการในหมวดเงินอุดหนุนเพื่อสนับสนุนงบประมาณให้แก่ส่วนราชการ

องค์กร หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งหน่วยงานเจ้าของงบประมาณมิได้ดำเนินการเอง

การจ่ายเงินให้เป็นอำนาจของผู้มีอำนาจตามวรรคสามพิจารณา

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครมีอำนาจอนุมัติให้หน่วยงานใดแยกไปทำการรับเงิน

จ่ายเงิน และเก็บรักษาเงินได้

และให้หน่วยงานที่แยกไปนั้นดำเนินการตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน

การเบิก - จ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

การจ่ายเงินให้จ่ายเป็นเช็ค ยกเว้น

(๑) กรณีที่จ่ายจากเงินทดรองราชการ

ซึ่งเก็บรักษาไว้เป็นเงินสดให้จ่ายเป็นเงินสด

(๒) การจ่ายเงินที่มีวงเงินต่ำกว่าห้าพันบาทจะจ่ายเป็นเงินสดก็ได้

(๓) กรณีการจ่ายเงินจากบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีอื่นใด

ซึ่งไม่อาจสั่งจ่ายเป็นเช็คได้หัวหน้าหน่วยการคลังอาจพิจารณาให้จ่ายเป็นเงินสดก็ได้

โดยสั่งจ่ายในนามคณะกรรมการรับหรือส่งเงิน

เว้นแต่การจ่ายเงินที่มิใช่เงินสวัสดิการ และวงเงินเกินห้าพันบาท

ให้จ่ายเป็นแคชเชียร์เช็ค

การจ่ายเงินผ่านธนาคารหรือด้วยวิธีอื่นใด

ให้เป็นไปตามที่สำนักการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน

ในกรณีซื้อทรัพย์สิน จ้างทำของ

หรือเช่าทรัพย์สินให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามของเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน

พร้อมระบุเลขที่บัญชีธนาคารที่ผู้นั้นแจ้งไว้ด้วยและขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก และขีดคร่อมทั่วไป โดยระบุข้อความห้ามเปลี่ยนมือว่า “A/C Payee Only”

(๒) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินนอกจากกรณีตาม

(๑) ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามของเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน โดยขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออกและจะขีดคร่อมหรือไม่ก็ได้

(๓) กรณีสั่งจ่ายเงินเพื่อขอรับเงินสดมาจ่าย

ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามคณะกรรมการรับหรือส่งเงินของหน่วยงานและขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ออก โดยห้ามออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด

การเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินในเช็คที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรให้เขียนหรือพิมพ์ให้ชิดเส้นและชิดคำว่า

“บาท”

หรือขีดเส้นหน้าจำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษรมิให้มีช่องว่างที่จะเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินเพิ่มเติมได้

และให้ขีดเส้นตรงหลังชื่อผู้รับเงินจนชิดคำว่า “หรือผู้ถือ” โดยมิให้มีการเขียนหรือพิมพ์ชื่อบุคคลอื่นเพิ่มเติมได้

ห้ามลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คไว้ล่วงหน้า

โดยยังมิได้มีการเขียนหรือพิมพ์ชื่อผู้รับเงิน วันที่ที่ออกเช็ค

และจำนวนเงินที่สั่งจ่าย

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

การจ่ายเงินต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

และในกรณีที่เป็นใบสำคัญคู่จ่ายให้ผู้จ่ายเงินประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” และลงลายมือชื่อ พร้อมวัน เดือน ปี

กำกับไว้ด้วย ส่วนหลักฐานอื่นให้ประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” โดยไม่ต้องลงลายมือชื่อกำกับไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

หลักฐานการจ่ายต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึก

การแก้ไขหลักฐานการจ่ายให้ใช้วิธีขีดฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่และให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง

ให้หน่วยงานเก็บรักษาหลักฐานการจ่ายไว้ในที่ปลอดภัย

มิให้สูญหายหรือเสียหายได้

ทั้งนี้เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบแล้วให้เก็บอย่างเอกสารธรรมดา

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

ใบสำคัญคู่จ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงิน

ซึ่งผู้รับเงินออกให้อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อและสถานที่อยู่ หรือที่ทำการของผู้รับเงิน

(๒) วัน เดือน ปี ที่รับเงิน

(๓) ลายมือชื่อผู้รับเงิน

(๔) รายการแสดงการรับเงินระบุว่าเป็นค่าอะไร

(๕) จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร

ใบเสร็จรับเงินเป็นภาษาต่างประเทศ

ให้มีคำแปลเป็นภาษาไทยได้ความตามรายการในวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ในการจ่ายเงินของหน่วยงานต้องปฏิบัติดังนี้

(๑) เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงินต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินทุกราย เช่น

ต้องเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงิน

เว้นแต่จะได้ลงชื่อรับเงินในทะเบียนจ่ายเงินเดือนหรือหลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้รับที่ธนาคารหรือเงินอื่นไว้อีกทางหนึ่งแล้ว

(๒)

ห้ามมิให้เรียกใบสำคัญคู่จ่ายจากเจ้าหนี้หรือผู้รับเงินก่อนการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้รับเงิน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

การจัดจ้างทุกกรณี

ยกเว้นการจ้างที่ปรึกษาหรือการจัดจ้างอื่นใดที่มีลักษณะของการคำนวณราคากลางตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจ้างก่อสร้าง

ต้องจัดทำประมาณการรายละเอียด ประกอบการเบิกจ่ายเงิน

โดยเสนอหัวหน้าหน่วยงานพิจารณาอนุมัติ

การจัดทำประมาณการรายละเอียดให้แยกรายละเอียดเนื้องานให้ละเอียดมากที่สุด

โดยแยกออกเป็นรายการ ๆ ไป ทั้งนี้

ให้แสดงราคาต่อหน่วยและจำนวนเงินรวมที่ประมาณว่าจะต้องจ่ายไว้ด้วยประมาณการรายละเอียดการจ้างต้องลงลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้จัดทำกำกับไว้

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

การจ่ายเงินทุกรายการต้องมีการบันทึกรายการจ่ายเงินนั้นในระบบบัญชีของกรุงเทพมหานครในวันที่มีการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

การจ่ายเงินทุกกรณี ถ้าผู้จ่ายมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องหักภาษีใด ๆ ไว้ ณ

ที่จ่ายเพื่อนำส่งส่วนราชการใด ให้ดำเนินการตามกฎหมายนั้น

การจ่ายเงินในกรณีที่มีการโอนสิทธิเรียกร้องให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

การเบิกจ่ายเงินยืม

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

การอนุมัติให้ยืมเงินเพื่อใช้ในราชการ

ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติให้ยืมเฉพาะเท่าที่จำเป็น

และห้ามมิให้อนุมัติให้ยืมเงินรายใหม่หากผู้ยืมมิได้ชำระคืนเงินยืมรายเก่าให้เสร็จสิ้นไปก่อน

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

การจ่ายเงินยืมใช้ในราชการจะจ่ายได้แต่เฉพาะที่ผู้ยืมได้ทำสัญญาการยืมเงินและผู้มีอำนาจได้อนุมัติให้จ่ายเงินยืมตามสัญญาการยืมเงินแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ในการยืมเงินต้องไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่อสัญญา

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

สัญญาการยืมเงินให้จัดทำขึ้นสองฉบับ

เมื่อผู้ยืมได้รับเงินตามสัญญาการยืมเงินแล้วให้ลงลายมือชื่อรับเงินในสัญญาการยืมเงินทั้งสองฉบับ

มอบให้หน่วยงานเจ้าของเงินยืมเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานหนึ่งฉบับและผู้ยืมเก็บไว้หนึ่งฉบับ

เมื่อผู้ยืมส่งใช้เงินยืม

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคืนเงินยืมบันทึกการรับคืนในสัญญาการยืมเงิน

พร้อมทั้งออกใบเสร็จรับเงินและหรือใบรับใบสำคัญให้ผู้ยืมเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ให้หน่วยงานเจ้าของเงินยืมเก็บรักษาสัญญาการยืมเงินที่ยังมิได้ชำระคืนเงินยืมไว้ในที่ปลอดภัยอย่าให้สูญหาย

และเมื่อผู้ยืมได้ชำระคืนเงินยืมเสร็จสิ้นแล้ว

ก็ให้เก็บเช่นเดียวกับหลักฐานการจ่าย

ทั้งนี้ ให้หน่วยงานเจ้าของเงินยืมจัดทำทะเบียนเงินยืมไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

การยืมเงินของผู้ยืมที่มิใช่ข้าราชการกรุงเทพมหานครต้องนำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันเงินยืมพร้อมทั้งทำสัญญาวางหลักทรัพย์หรือหาบุคคลทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อหน่วยงานเจ้าของงบประมาณ

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ สัญญาการยืมเงิน

สัญญาวางหลักทรัพย์ และสัญญาค้ำประกันให้เป็นไปตามแบบที่สำนักการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้

เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินยืม

(๑) เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

และผู้อำนวยการเขต ครั้งหนึ่งไม่เกิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) ผู้อำนวยการสำนัก

และหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ครั้งหนึ่งไม่เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) ปลัดกรุงเทพมหานคร ไม่จำกัดวงเงิน

96 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน พ.ศ. 2555 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ac334150356e16fc

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com