法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ

ป.ป.ท.

พ.ศ. ๒๕๕๔

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการประชุมของคณะกรรมการ

ป.ป.ท. เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๑๓

แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑

คณะกรรมการ ป.ป.ท. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ

ป.ป.ท. พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“การประชุม” หมายความว่า

การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท.

“ประธาน” หมายความว่า

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐและให้หมายความรวมถึงประธานในที่ประชุมด้วย

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

และให้หมายความรวมถึงประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐด้วย

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

“เลขานุการ” หมายความว่า

เลขานุการในการประชุม

“ผู้ช่วยเลขานุการ” หมายความว่า

ข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ท. ที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการ

ป.ป.ท. รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความหรือวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประธานมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) นัดประชุมและกำหนดระเบียบวาระการประชุม

(๒) ควบคุมและดำเนินการประชุมให้เป็นไปโดยเรียบร้อย

(๓) ออกคำสั่งใด ๆ ตามความจำเป็นเพื่อรักษาความเรียบร้อยในการประชุม

(๔) วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการประชุม

(๕) แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการตามมติที่ประชุม

(๖)

ดำเนินการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติหรือตามที่กำหนดในระเบียบนี้

กรณีที่ประธานไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่ประธานมอบหมายมีอำนาจนัดประชุมและกำหนดระเบียบวาระการประชุม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เลขาธิการเป็นเลขานุการในการประชุม

กรณีเลขาธิการไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ผู้รักษาราชการแทนหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทน

ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เลขานุการมีหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) แจ้งนัดประชุมตามคำสั่งของประธาน

(๒) จัดระเบียบวาระการประชุม และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง

(๓) รับผิดชอบและควบคุมการจัดทำรายงานการประชุม

(๔) แจ้งหรือยืนยันมติของที่ประชุมไปยังผู้เกี่ยวข้อง

(๕) จัดเก็บรักษาเอกสารทั้งปวงที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องกับการประชุม

(๖) ดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้

หรือตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือประธานมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การนัดประชุมต้องทำเป็นหนังสือและแจ้งให้กรรมการทุกคนทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าสามวัน

เว้นแต่กรรมการนั้นจะได้ทราบวันนัดในที่ประชุมแล้ว

กรณีดังกล่าวจะทำหนังสือนัดประชุมเฉพาะกรรมการที่ไม่ได้มาประชุมก็ได้

ในกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ประธานจะนัดประชุมเป็นอย่างอื่นก็ได้

ในกรณีที่มีเหตุอันควร

ประธานอาจสั่งงดการประชุมตามที่นัดไว้แล้วก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่อาจเข้าชื่อกันเพื่อขอให้ประธานบรรจุเรื่องใดเรื่องหนึ่งเข้าในระเบียบวาระการประชุมได้

เมื่อมีการขอให้บรรจุเรื่องใดเข้าในระเบียบวาระการประชุมตามวรรคหนึ่ง

ให้ประธานบรรจุเรื่องนั้นเข้าในระเบียบวาระการประชุม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้เลขานุการส่งระเบียบวาระการประชุมและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นอาจส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้ในภายหลังก็ได้

แต่ต้องส่งล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน

ในกรณีที่มีระเบียบวาระการประชุมหรือเอกสารเพิ่มเติม ให้เลขานุการรีบดำเนินการส่งระเบียบวาระการประชุมหรือเอกสารดังกล่าวให้แก่กรรมการโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจัดระเบียบวาระการประชุมให้จัดลำดับดังนี้

(๑) เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(๒) เรื่องรับรองรายงานการประชุม

(๓) เรื่องเพื่อทราบ

(๔) เรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน

(๕) เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

(๖) เรื่องอื่น ๆ

ในกรณีที่ประธานเห็นสมควรจะจัดลำดับระเบียบวาระการประชุมให้แตกต่างจากที่กำหนดในวรรคหนึ่งก็ได้

การประชุม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การประชุมต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม

และมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับประธาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการประชุม

ให้เฉพาะประธาน กรรมการ เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ

และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากประธานเข้าร่วมประชุม

และให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในการประชุมทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการประชุม

ให้ดำเนินการประชุมตามลำดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติเป็นอย่างอื่น

เรื่องที่จัดตามระเบียบวาระการประชุมแล้ว ประธานจะถอนเรื่องออกจากวาระการประชุมได้เมื่อที่ประชุมมีมติอนุญาตและให้บันทึกเหตุผลไว้ในรายงานการประชุม

ในกรณีมีเรื่องเร่งด่วนนอกเหนือจากระเบียบวาระการประชุม

ประธานอาจมีคำสั่งให้นำเรื่องเร่งด่วนมาพิจารณาเพิ่มเติมได้นอกเหนือจากระเบียบวาระการประชุมที่ได้มีการกำหนดแล้ว

โดยให้บันทึกความเห็นไว้ในรายงานการประชุมด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในระหว่างการประชุม

ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องบันทึกเสียง เครื่องบันทึกภาพหรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ

เว้นแต่เพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงานการประชุม หรือได้รับอนุญาตจากประธาน

ในกรณีมีการบันทึกเสียงหรือบันทึกภาพเพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงานการประชุมให้เก็บรักษาเสียงหรือภาพไว้จนกว่าที่ประชุมได้พิจารณารับรองรายงานการประชุมครั้งนั้นแล้ว

หรือจนกว่ากรรมการที่ได้ร่วมประชุมแต่มิได้ร่วมพิจารณารับรองรายงานการประชุมได้กลับมาร่วมประชุมและมิได้ทักท้วง

จึงอาจทำลายหรือลบเสียงหรือภาพดังกล่าวก็ได้

การลงมติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ คณะกรรมการ

ป.ป.ท. อาจให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณา

เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท. เมื่อชี้แจงครบถ้วนแล้ว

ให้ออกจากห้องประชุมหลังจากนั้นที่ประชุมจึงจะมีมติในเรื่องที่พิจารณา

เว้นแต่ที่ประชุมจะให้อยู่เพื่อรับทราบมติของที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ไม่ว่าเป็นการลงมติในการวินิจฉัยหรือให้ความเห็นชอบในเรื่องใด

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

การออกเสียงลงมติให้กระทำโดยเปิดเผย

เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติให้ใช้วิธีการลงคะแนนลับ ส่วนวิธีการลงคะแนนลับให้เป็นไปตามที่ประธานกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ประธานจะสั่งให้รวมหรือแยกประเด็นในการพิจารณาหรือลงมติก็ได้

เว้นแต่ที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ มติของคณะกรรมการให้มีผลทันที

เว้นแต่คณะกรรมการจะมีมติเป็นอย่างอื่น

รายงานการประชุมและเอกสารการประชุม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ รายงานการประชุม

อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

(๑) รายชื่อกรรมการที่มาและไม่มาประชุม

รวมทั้งรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม

(๒) เรื่องที่ที่ประชุมพิจารณา

(๓) ความเห็นของที่ประชุม

ถ้ามีความเห็นแย้งให้บันทึกความเห็นแย้งพร้อมทั้งเหตุผลไว้ในรายงานการประชุม

และถ้ากรรมการฝ่ายข้างน้อยเสนอความเห็นแย้งเป็นหนังสือก็ให้บันทึกไว้ด้วย

(๔) มติของที่ประชุม

รายงานการประชุมตามวรรคหนึ่ง ให้เลขานุการจัดทำเป็นหนังสือ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ รายงานการประชุมครั้งใดที่กรรมการรับรองแล้ว

ให้ประธานในการประชุมครั้งนั้นลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

แต่ถ้ามิได้มีการลงลายมือชื่อด้วยเหตุใด ๆ ให้เลขานุการบันทึกเหตุนั้นไว้

รายงานการประชุมที่กรรมการยังมิได้รับรองเพราะเหตุที่วาระของกรรมการสิ้นสุดลง

ให้เลขานุการแจ้งเป็นหนังสือให้กรรมการที่พ้นวาระตรวจสอบความถูกต้อง

แล้วให้เลขานุการบันทึกเหตุนั้นไว้

และเป็นผู้รับรองความถูกต้องของรายงานการประชุมนั้น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ระเบียบวาระการประชุม เอกสารที่เกี่ยวข้อง

และรายงานการประชุมให้เก็บรักษาไว้เป็นเอกสารลับในที่ปลอดภัยไม่น้อยกว่าสิบปี

การทำลายเอกสารให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

ระเบียบวาระการประชุม เอกสารที่เกี่ยวข้อง

และรายงานการประชุมที่เกิดขึ้นก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง

โดยอนุโลม

ประกาศ

ณ วันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔

โสภณ จันเทรมะ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๓ ธันวาคม

๒๕๕๔

ณัฐพร/ผู้ตรวจ

๑๓ ธันวาคม

๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๘๘ ก/หน้า ๑๖/๘ ธันวาคม ๒๕๕๔

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ac8f76ba4902b4a1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com