法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2)

พ.ศ. 2554

ตามที่ได้มีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 และต่อมาได้มีประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2553 กําหนดประเภทการลงทุนที่ให้บริษัทประกันวินาศภัยสามารถลงทุนเพิ่มเติมได้ นั้น

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และมาตรา 3 (1) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. 2550 ประกอบมติที่ประชุมคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยครั้งที่ 12/2553 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 และครั้งที่ 3/2554 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554 คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เพิ่มบทนิยามคําว่า “การทําธุรกิจติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์” ระหว่างคําว่า “งานสนับสนุน” และ “อันดับความน่าเชื่อถือ” ในข้อ 2 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

““การทําธุรกิจติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์” หมายความว่า การเผยแพร่ข้อมูลและบริการของบริษัทหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้า และติดต่อชักชวนลูกค้าให้มาใช้บริการของบริษัทหลักทรัพย์ เช่น การเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงการแจก รวบรวมตรวจสอบเอกสารคําขอ และหลักฐานประกอบในการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (30) ของข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

“(30) การทําธุรกิจติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความใน (8) ของข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(8) ซื้อพันธบัตร หุ้นกู้ หรือตั๋วเงิน ซึ่งออกหรือค้ําประกันโดยองค์กรระหว่างประเทศ รัฐบาลต่างประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจต่างประเทศ หรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ โดยหลักทรัพย์ดังกล่าวได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังหรือสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี ให้ออกหรือเสนอขายในประเทศไทย”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 5/1 และข้อ 5/2 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

“ข้อ 5/1 บริษัทที่มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดํารงตามกฎหมายน้อยกว่าร้อยละสามร้อย ห้ามมิให้ลงทุนประกอบธุรกิจดังต่อไปนี้ จนกว่าจะสามารถดํารงอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดํารงตามกฎหมายไม่น้อยกว่าร้อยละสามร้อยติดต่อกันเป็นเวลาสามเดือน

(1) ซื้อหุ้น ตามข้อ 3 (8)

(2) ซื้อหน่วยลงทุน ตามข้อ 3 (8) เว้นแต่หน่วยลงทุนตามข้อ 18 (4.1) และ (4.2)

(3) ให้กู้ยืมโดยมีหุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุน จํานําเป็นประกัน ตามข้อ 3 (13)

(4) ให้กู้ยืมโดยมีอสังหาริมทรัพย์จํานองเป็นประกัน ตามข้อ 3 (14)

(5) ให้กู้ยืมโดยมีเครื่องจักรจํานองเป็นประกัน ตามข้อ 3 (15)

(6) ให้กู้ยืมแก่สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จํากัด ตามข้อ 3 (17)

(7) ให้กู้ยืมแก่เกษตรกร ตามข้อ 3 (18)

(8) ให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง (leasing) ตามข้อ 3 (20)

(9) ให้เช่าซื้อรถ ตามข้อ 3 (21)

(10) ซื้อขายหรือมีฐานะอนุพันธ์ ตามข้อ 3 (24) เว้นแต่เป็นการซื้อขายเพื่อลดฐานะอนุพันธ์ที่มีอยู่ หรือเพื่อการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนนอกราชอาณาจักร

เมื่อประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กําหนดประเภทและชนิดของเงินกองทุน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคํานวณเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัยมีผลใช้บังคับ อัตราส่วนเงินกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้ร้อยละหนึ่งร้อยห้าสิบ

มาตรา ข้อ 5/2

ข้อ 5/2 อัตราส่วนเงินกองทุนตามข้อ 5/1 ให้พิจารณาจากรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและกิจการของบริษัทตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง ให้บริษัทประกันวินาศภัยยื่นรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและกิจการของบริษัทที่บริษัทนําส่งทุกรอบเดือน

เมื่อประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กําหนดประเภทและชนิดของเงินกองทุน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคํานวณเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัยมีผลใช้บังคับ อัตราส่วนเงินกองทุนตามข้อ 5/1 ให้พิจารณาจากรายงานการดํารงเงินกองทุนตามประกาศนายทะเบียน เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัยที่บริษัทนําส่งทุกรอบเดือน

บริษัทใดไม่ส่งรายงานตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ห้ามมิให้บริษัทนั้นลงทุนประกอบธุรกิจตามที่กําหนดไว้ในข้อ 5/1 จนกว่าบริษัทจะส่งรายงานที่ขาดส่งให้ครบถ้วน”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 8/1 และข้อ 8/2 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

“ข้อ 8/1 การลงทุนดังต่อไปนี้ เมื่อรวมกันแล้ว ให้บริษัทลงทุนได้ไม่เกินร้อยละสี่สิบของสินทรัพย์ที่ได้มาหรือมีอยู่จากการลงทุนตามข้อ 3 ทั้งหมด

(1) ซื้อหุ้น ตามข้อ 3 (8)

(2) ซื้อหน่วยลงทุน ตามข้อ 3 (8) เว้นแต่หน่วยลงทุนตามข้อ 18 (4.1) และ (4.2)

(3) ให้กู้ยืมโดยมีหุ้น หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุน จํานําเป็นประกัน ตามข้อ 3 (13)

(4) ให้กู้ยืมโดยมีอสังหาริมทรัพย์จํานองเป็นประกัน ตามข้อ 3 (14)

(5) ให้กู้ยืมโดยมีเครื่องจักรจํานองเป็นประกัน ตามข้อ 3 (15)

(6) ให้กู้ยืมแก่สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จํากัด ตามข้อ 3 (17)

(7) ให้กู้ยืมแก่เกษตรกร ตามข้อ 3 (18)

(8) ให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง (leasing) ตามข้อ 3 (20)

(9) ให้เช่าซื้อรถ ตามข้อ 3 (21)

(10) ซื้อขายหรือมีฐานะอนุพันธ์ ตามข้อ 3 (24) เว้นแต่เป็นการซื้อขายเพื่อลดฐานะอนุพันธ์ที่มีอยู่หรือเพื่อการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ 8/2

ข้อ 8/2 การลงทุนในตราสารหนี้ที่ผู้ออกตราสารหนี้หรือตราสารหนี้ต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามประกาศนี้ หากต่อมาผู้ออกตราสารหนี้หรือตราสารหนี้ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ํากว่าเกณฑ์ที่สามารถลงทุนได้ตามประกาศนี้ ให้บริษัทจําหน่ายตราสารหนี้นั้นในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ 9 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

“เมื่อประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กําหนดประเภทและชนิดของเงินกองทุน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคํานวณเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัยมีผลใช้บังคับ ให้ใช้ราคาประเมินทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ 35 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 35 การทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์ โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน ตามข้อ 3 (27) บริษัทสามารถทําได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) บริษัทสามารถทําธุรกรรมดังกล่าวได้เฉพาะกับสถาบันการเงินหรือผู้ลงทุนประเภทสถาบันดังนี้

(ก) ธนาคาร

(ข) บริษัทเงินทุน หรือบริษัทหลักทรัพย์

(ค) บริษัทประกันภัย

(ง) สถาบันการเงินระหว่างประเทศ

(จ) นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(ฉ) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(ช) กองทุนบําเหน็จบํานาญ

(ซ) กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

(ฌ) กองทุนรวม

(ญ) ธนาคารแห่งประเทศไทย

(ฎ) ส่วนราชการหรือองค์การ หรือรัฐวิสาหกิจ

(2) หลักทรัพย์ที่ใช้ทําธุรกรรมดังกล่าวอาจเป็นตราสารอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(ก) พันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือตั๋วเงินคลัง

(ข) พันธบัตร หุ้นกู้องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ

(ค) ตราสารอื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด

(3) ต้องทําสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยต้องเป็นสัญญาที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เว้นแต่เป็นสัญญาที่บริษัททํากับธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ จะมีเอกสารแนบท้ายสัญญา (annex) ด้วยก็ได้ ธุรกรรมดังกล่าวให้ทําได้เฉพาะสกุลเงินบาท และมีระยะเวลาการขายและซื้อคืนไม่เกินหนึ่งปี

(4) การคํานวณมูลค่าหลักทรัพย์ ให้คํานวณตามมาตรฐานการปฏิบัติงานในตลาดตราสารหนี้ (market convention) ในการทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืนที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)

(5) การทําธุรกรรมซื้อหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายคืน ให้ราคาซื้อ ณ วันเริ่มต้นสัญญาต่ํากว่ามูลค่าหลักทรัพย์ โดยมีส่วนลดในอัตราที่เหมาะสมและสะท้อนความเสี่ยงของคู่สัญญาและหลักทรัพย์ที่ใช้ทําธุรกรรมนั้น

ในระหว่างที่สัญญามีผลใช้บังคับ บริษัทต้องดํารงมูลค่าหลักทรัพย์ ณ สิ้นวัน ไม่น้อยกว่าราคาซื้อรวมกับผลประโยชน์ที่พึงได้รับจากการทําธุรกรรมนับแต่วันเริ่มต้นสัญญาจนถึงวันที่คํานวณมูลค่าหลักทรัพย์ คูณด้วย (1+อัตราส่วนลดหลักทรัพย์) หากมูลค่าไม่เป็นไปตามที่กําหนด บริษัทต้องเรียกให้คู่สัญญาโอนเงินหรือโอนกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ให้บริษัท เพื่อให้มูลค่ารวมของหลักทรัพย์ที่ทําธุรกรรมและทรัพย์สินที่โอนมาดังกล่าวเป็นไปตามที่กําหนดภายในวันทําการถัดจากวันที่มูลค่าหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป เว้นแต่ได้มีการกําหนดส่วนต่างขั้นต่ําที่บริษัทไม่ต้องเรียกให้คู่สัญญาโอนเงินหรือโอนกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ไว้ โดยการกําหนดส่วนต่างดังกล่าวต้องคํานึงถึงปัจจัยความเสี่ยงของคู่สัญญา

(6) ให้บริษัทนับหลักทรัพย์ที่ได้จากการทําธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาขายคืนรวมกับหลักทรัพย์ประเภทเดียวกันที่บริษัทลงทุนไว้แล้ว ในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนของบริษัทในหลักทรัพย์ดังกล่าว

ยอดคงค้างสุทธิของธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน ณ สิ้นวันใด เมื่อรวมกันทุกสัญญาแล้วต้องมีอัตราส่วนไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ที่ได้มาหรือมีอยู่จากการลงทุนตามข้อ 3 ทั้งหมด

ในกรณีที่บริษัทไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้นี้ นายทะเบียนอาจสั่งให้บริษัทชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง และในกรณีที่เห็นสมควร นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้บริษัทปฏิบัติหรือสั่งให้ยกเลิกการทําธุรกรรมในข้อนี้ได้”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในข้อ 36 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 36 การทําธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ตามข้อ 3 (28) บริษัทสามารถทําได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) คู่สัญญาของการทําธุรกรรม จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ เว้นแต่คู่สัญญาเป็นบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด หรือธนาคารแห่งประเทศไทย

(2) ต้องทําสัญญายืมและให้ยืมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสัญญาดังกล่าวต้องมีลักษณะและสาระสําคัญ ตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กําหนด เว้นแต่กรณีทําธุรกรรมให้ยืมตราสารหนี้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ทําสัญญาตามรูปแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

หลักทรัพย์ที่ยืมหรือให้ยืม ต้องเป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในระบบรับฝากหลักทรัพย์ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือที่ธนาคารแห่งประเทศไทยทําหน้าที่เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์

(3) ในกรณีที่คู่สัญญาเป็นผู้ดูแลรักษาหลักทรัพย์ของลูกค้า (custodian) หากต้องการยืมหลักทรัพย์จากบริษัท หรือต้องการนําหลักทรัพย์ของบริษัทไปให้บุคคลอื่นยืม ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร

(4) ยอดคงค้างสุทธิของธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ณ สิ้นวันใดรวมกันทุกสัญญา เว้นแต่การทําธุรกรรมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ที่ได้มาหรือมีอยู่จากการลงทุนตามข้อ 3 ทั้งหมด

การคํานวณมูลค่าธุรกรรมให้คํานวณจากมูลค่าหลักทรัพย์ที่ยืมหรือให้ยืม ณ วันที่ตกลงทําธุรกรรม”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นส่วนที่ 16/1 เงื่อนไขการทําธุรกิจติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์ และข้อ 37/1 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

“ส่วนที่ 16/1

เงื่อนไขการทําธุรกิจติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ 37/1

ข้อ 37/1 การทําธุรกิจติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้า บริษัทต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของบริษัท

(2) บริษัทต้องมีความพร้อมในการประกอบธุรกิจดังกล่าว และใช้ความระมัดระวังไม่ให้การให้บริการดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการตามปกติของบริษัท

(3) จัดให้มีการบันทึกบัญชีโดยแยกรายได้และรายจ่ายของการให้บริการออกจากธุรกิจประกันวินาศภัย

ในกรณีที่บริษัทไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้นี้ นายทะเบียนอาจสั่งให้บริษัทชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง และในกรณีที่เห็นสมควร นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้บริษัทปฏิบัติหรือสั่งให้ยกเลิกการทําธุรกรรมในข้อนี้ได้”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ บริษัทใดลงทุนประกอบธุรกิจอื่นเกินสัดส่วนที่กําหนดไว้ในข้อ 8/1 ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้บริษัทนั้นลดสัดส่วนการลงทุนส่วนที่เกินให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_acc21abebb82968a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com