法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง

และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด

พ.ศ. ๒๕๕๐

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่ทำการสำรวจ

เพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม ในท้องที่ ๗๒ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๙

ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ดด้วย

และเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.

๒๕๑๘ และโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมือง

ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง

จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชย์กรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า

อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไปแต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด

แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึงบริเวณที่ได้มีการประกาศใช้บังคับผังเมืองรวม

หรือบริเวณที่เคยมีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๒

ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้างดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ดังต่อไปนี้

(๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลแวง อำเภอโพนทอง

(๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกลาง อำเภอเสลภูมิ

(๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ อำเภอสุวรรณภูมิ

(๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเกษตรวิสัย อำเภอเกษตรวิสัย

(๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลชัยวารี อำเภอโพธิ์ชัย

(๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเชียงใหม่ อำเภอโพธิ์ชัย

(๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองพอก อำเภอหนองพอก

(๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลธงธานี อำเภอธวัชบุรี

(๙) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี

(๑๐) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลจตุรพักตรพิมาน อำเภอจตุรพักตรพิมาน

(๑๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลพนมไพร อำเภอพนมไพร

(๑๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย

(๑๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโพนทราย อำเภอโพนทราย

(๑๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ

(๑๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลปทุมรัตต์ อำเภอปทุมรัตต์

(๑๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง

(๑๗) ในท้องที่ตำบลสะอาดสมบูรณ์ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด

(๑๘) ในท้องที่ตำบลโนนตาล อำเภอเมืองร้อยเอ็ด

(๑๙) ในท้องที่ตำบลสีแก้ว อำเภอเมืองร้อยเอ็ด

(๒๐) ในท้องที่ตำบลปอภาร อำเภอเมืองร้อยเอ็ด

(๒๑) ในท้องที่ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมืองร้อยเอ็ด

(๒๒) ในท้องที่ตำบลขอนแก่น อำเภอเมืองร้อยเอ็ด

(๒๓) ในท้องที่ตำบลเมืองเปลือย อำเภอศรีสมเด็จ

(๒๔) ในท้องที่ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอศรีสมเด็จ

(๒๕) ในท้องที่ตำบลเมืองน้อย อำเภอธวัชบุรี

(๒๖) ในท้องที่ตำบลเขวาทุ่ง อำเภอธวัชบุรี

(๒๗) ในท้องที่ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี

(๒๘) ในท้องที่ตำบลหนองพอก อำเภอธวัชบุรี

(๒๙) ในท้องที่ตำบลจังหาร อำเภอจังหาร

(๓๐) ในท้องที่ตำบลปาฝา อำเภอจังหาร

(๓๑) ในท้องที่ตำบลอุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี

(๓๒) ในท้องที่ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี

(๓๓) ในท้องที่ตำบลน้ำใส อำเภอจตุรพักตรพิมาน

(๓๔) ในท้องที่ตำบลเมืองหงส์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน

(๓๕) ในท้องที่ตำบลศรีโคตร อำเภอจตุรพักตรพิมาน

(๓๖) ในท้องที่ตำบลหนองบัว อำเภออาจสามารถ

(๓๗) ในท้องที่ตำบลคูเมือง อำเภอเมืองสรวง

(๓๘) ในท้องที่ตำบลบ้านดู่ อำเภออาจสามารถ

(๓๙) ในท้องที่ตำบลป่าสังข์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน

(๔๐) ในท้องที่ตำบลมะบ้า กิ่งอำเภอทุ่งเขาหลวง

(๔๑) ในท้องที่ตำบลนาเมือง อำเภอเสลภูมิ

(๔๒) ในท้องที่ตำบลหน่อม อำเภออาจสามารถ

(๔๓) ในท้องที่ตำบลอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ

(๔๔) ในท้องที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ

(๔๕) ในท้องที่ตำบลหนองใหญ่ อำเภอโพนทอง

(๔๖) ในท้องที่ตำบลวังสามัคคี อำเภอโพนทอง

(๔๗) ในท้องที่ตำบลโนนชัยศรี อำเภอโพนทอง

(๔๘) ในท้องที่ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอโพนทอง

(๔๙) ในท้องที่ตำบลสระนกแก้ว อำเภอโพนทอง

(๕๐) ในท้องที่ตำบลบัวคำ อำเภอโพธิ์ชัย

(๕๑) ในท้องที่ตำบลดอนโอง อำเภอโพธิ์ชัย

(๕๒) ในท้องที่ตำบลอัคคะคำ อำเภอโพธิ์ชัย

(๕๓) ในท้องที่ตำบลขามเปี้ย อำเภอโพธิ์ชัย

(๕๔) ในท้องที่ตำบลหนองพอก อำเภอหนองพอก

(๕๕) ในท้องที่ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก

(๕๖) ในท้องที่ตำบลน้ำอ้อม อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๗) ในท้องที่ตำบลเหล่าหลวง อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๘) ในท้องที่ตำบลเกษตรวิสัย อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๙) ในท้องที่ตำบลโนนสว่าง อำเภอเกษตรวิสัย

(๖๐) ในท้องที่ตำบลหินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ

(๖๑) ในท้องที่ตำบลเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย

(๖๒) ในท้องที่ตำบลดอกล้ำ อำเภอปทุมรัตต์

(๖๓) ในท้องที่ตำบลโนนสง่า อำเภอปทุมรัตต์

(๖๔) ในท้องที่ตำบลแสนสุข อำเภอพนมไพร

(๖๕) ในท้องที่ตำบลโพธิ์ใหญ่ อำเภอพนมไพร

(๖๖) ในท้องที่ตำบลวารีสวัสดิ์ อำเภอพนมไพร

(๖๗) ในท้องที่ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร

(๖๘) ในท้องที่ตำบลนาใหญ่ อำเภอสุวรรณภูมิ

(๖๙) ในท้องที่ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ

(๗๐) ในท้องที่ตำบลเมืองทุ่ง อำเภอสุวรรณภูมิ

(๗๑) ในท้องที่ตำบลศรีสว่าง อำเภอโพนทราย

(๗๒) ในท้องที่ตำบลสามขา อำเภอโพนทราย

ทั้งนี้

ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๑๖)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ และในท้องที่ตาม (๑๗) ถึง (๗๒)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ และข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรแต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า๔

ช่องทางหรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๘

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐

เมตรโดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘)

อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๒๐๐

เมตรโดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙)

มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐

ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐)

ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตรและต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร

แต่ถ้าที่พัก

มูลฝอยมีขนาดความจุเกิน

๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตรและสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

เกินกว่า ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทาง

ไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๒

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๘

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕

เมตรโดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘)

อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า๒๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙)

มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐

ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

(๑๐)

ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔

เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ

๔ (๖) ข้อ ๔ (๗) ข้อ ๕ (๖) และข้อ ๕ (๗) ผู้ขออนุญาตอาจยื่นร้องขอต่อผู้มีอำ

นาจหน้าที่ตามข้อ ๗ เพื่อนำ

เสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมได้

ทั้งนี้ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๖) มีที่ว่างด้านหน้าอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๔๐

เมตร

(๒)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๗) มีที่ว่างด้านข้าง และด้านหลังอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

(๓)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๖) มีที่ว่างด้านหน้าอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๕๐

เมตร

(๔)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า

๒๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตก่อสร้างอาคาร

หรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด

ปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๕

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

พินิจ พิชยกัลป์

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด

ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนที่จังหวัดร้อยเอ็ด

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๖ กันยายน ๒๕๕๐

สุเมธ/ปรับปรุง

๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๑๔ ง/หน้า ๕๗/๑๔ กันยายน ๒๕๕๐

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ad209714823ea260

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com