มาตรา ๔
เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ประกอบด้วย
(๑) หมวก
ข้าราชการอัยการชาย ให้ใช้หมวกได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ หมวกทรงหม้อตาลสีกากี
กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สายรัดคางหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี
ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนกทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๖.๕ เซนติเมตร
แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากี
ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูง ๔.๕ เซนติเมตร
ข้าราชการอัยการหญิง ให้ใช้หมวกได้ ๓ แบบ
แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบหมวกของข้าราชการอัยการชาย แบบที่ ๑
แต่เป็นทรงอ่อน
แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี สายรัดคางสีทอง กว้าง
๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม
ผ้าพันหมวกสีกากี ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร
บนหมอนสีกากี
แบบที่ ๓ หมวกหนีบสีกากี ด้านหน้ามีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก
๒ ดุม ติดซ้อนกัน มีตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนกสูง ๔.๕ เซนติเมตร ติดที่ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้าหมวกประมาณ
๔ เซนติเมตร
การสวมหมวก ให้สวมในโอกาสอันควร
(๒) เสื้อ
ข้าราชการอัยการชาย ให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ เสื้อคอพับสีประเภทสีกากีแขนยาวรัดข้อมือ
มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้น มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑
กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่ง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร
มีใบปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลมหรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋า
และใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม
ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า ตัวเสื้อผ่าอกตลอด
มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างกันพอสมควรและติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่า
เย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร
ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกผ้าพันคอสีดำ
เงื่อนกลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง
แบบที่ ๒ เสื้อคอแบะปล่อยเอว แบบคอตื้น สีประเภทสีกากี แขนสั้น
ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีดุมที่อกเสื้อ ๔ ดุม
มีกระเป๋าเย็บติดภายนอกเป็นกระเป๋าบนและล่าง อย่างละ ๒ กระเป๋า
กระเป๋าบนมีใบปกมนชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลาง กระเป๋าทางดิ่ง
กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีใบปกรูปตัด ที่ฝากระเป๋าทั้งสองกระเป๋าติดดุมข้างละ ๑
ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อขนาดกว้าง ๕
เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๒ แทนแบบที่ ๑ ในโอกาสอันควร
ดุมที่ใช้กับเสื้อทั้งสองแบบมีลักษณะเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ
ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย
ข้าราชการอัยการหญิง ให้ใช้เสื้อได้ ๔ แบบ
แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของข้าราชการอัยการชาย แบบที่ ๑
แบบที่ ๒ เสื้อคอพับสีประเภทสีกากี
สีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือ ขอบปลายแขนกว้างประมาณ
๕ เซนติเมตร หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร
เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวทั้งสองด้าน
มีดุม ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลังมีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้า
ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ
ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
การสวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรง
แบบที่ ๓ เสื้อคอพับปล่อยเอว สีประเภทสีกากี
สีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ
มีดุม ๔ ดุม แขนยาวหรือแขนสั้นตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร
มีคิ้วหน้าหลังเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่ ๒
ทั้งหน้าหลัง ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม
ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ
ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
แบบที่ ๔ เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีประเภทสีกากี
สีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ แขนยาวจรดข้อมือ
หรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ด้านหน้าเป็นคิ้วตามสาบ
ดุม ๓ ดุม ต่อด้านหน้าและด้านหลังยาวตามตัวติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอแบะทั้งสองข้าง
และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า
ดุมที่ใช้กับเสื้อแบบที่ ๒ แบบที่ ๓ และแบบที่ ๔
เป็นดุมสีน้ำตาลสีเดียวกับสีเสื้อ
การสวมเสื้อแบบที่ ๓ และแบบที่ ๔
ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกงและคาดเข็มขัดตาม (๕) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๑ หรือแบบที่ ๒
โดยใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง
ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย
(๓) อินทรธนูให้ใช้อินทรธนูอ่อน
มีเครื่องหมายชั้นบนอินทรธนู ดังต่อไปนี้
ข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๓ ชั้น ๔ ชั้น ๕ และชั้น
๖ มีแถบกว้าง ๓ เซนติเมตร ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร
ติดเรียงถัดไปอีก ๑ แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลม ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑
เซนติเมตร เว้นฐานด้านล่างของวงกลมไว้ ๑.๗ เซนติเมตร
ภายในขมวดวงกลมมีรูปพระไพศรพณ์โลหะสีทองประดับทับอยู่บนพื้นอินทรธนู
ฐานของรูปพระไพศรพณ์อยู่เหนือแถบต้น
ข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๑ และชั้น ๒
มีแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ๓ แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลม ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑
เซนติเมตร เว้นฐานด้านล่างของวงกลมไว้ ๑.๗ เซนติเมตร ภายในขมวดวงกลมมีรูปพระไพศรพณ์โลหะสีทองประดับทับอยู่บนพื้นอินทรธนู
ฐานของรูปพระไพศรพณ์อยู่เหนือแถบที่สอง
(๔) กางเกง กระโปรง
ข้าราชการอัยการชาย ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีประเภทสีกากี
ไม่พับปลายขา
ข้าราชการอัยการหญิง
ให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากีได้ ๕ แบบ
แบบที่ ๑ กางเกง อนุโลมตามแบบของข้าราชการอัยการชาย
แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง ไม่มีลวดลาย ขอบกางเกงกว้างประมาณ
๒.๕ เซนติเมตร มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้ มีซิบด้านหน้าหรือด้านข้าง ไม่พับปลายขา
แบบที่ ๓ กระโปรงยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ ๔ กระโปรง มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ
ยาวครึ่งเข่า ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ ๕ กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า
๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง
(๕) เข็มขัด
ข้าราชการอัยการชาย
ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากี กว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน ปลายมน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปครุฑดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู
ปลายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร
ข้าราชการอัยการหญิง ให้ใช้เข็มขัดได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ ใช้คาดทับขอบกระโปรง โดยใช้เข็มขัดอนุโลมตามแบบข้าราชการอัยการชาย
แบบที่ ๒ ใช้คาดทับเสื้อ โดยใช้เข็มขัดผ้าสีประเภทสีกากีสีเดียวกับเสื้อ
กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า
(๖) รองเท้า ถุงเท้า
ข้าราชการอัยการชาย
ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียม หนังสีดำหรือสีน้ำตาล ไม่มีลวดลาย
ถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า
ข้าราชการอัยการหญิง
ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำหรือสีน้ำตาลแบบปิดปลายเท้า
ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร และจะใช้ถุงเท้ายาวสีเนื้อด้วยก็ได้
(๗) เครื่องหมายแสดงสังกัด
ข้าราชการอัยการชาย ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดทำด้วยโลหะโปร่งสีทอง
รูปตราราชสีห์ ไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตร ติดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง
ข้าราชการอัยการหญิง
ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดเช่นเดียวกับข้าราชการอัยการชาย เสื้อแบบที่ ๑ แบบที่ ๒
และแบบที่ ๓ ติดที่ปกเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง เสื้อแบบที่ ๔ ติดที่ปกคอแบะทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์
(๘) ป้ายชื่อและตำแหน่ง
ให้มีป้ายชื่อพื้นสีดำ ขนาดกว้างไม่เกิน ๒.๕ เซนติเมตร
ยาวไม่เกิน ๗.๕ เซนติเมตร แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล และชื่อตำแหน่ง ประดับที่อกเสื้อ
หรือเหนือกระเป๋าบนขวาของเสื้อคอแบะปล่อยเอว