法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบเทศบาลนครพิษณุโลกว่าด้วยการจัดตั้งและการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
57
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลนครพิษณุโลก

ระเบียบเทศบาลนครพิษณุโลก

ว่าด้วยการจัดตั้งและการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก

พ.ศ.

๒๕๕๒[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบเทศบาลนครพิษณุโลกว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกได้มีส่วนร่วมในการบริหาร

พัฒนาชุมชนของตนเองและมีบทบาทในการพัฒนา ป้องกัน แก้ไขปัญหาทางโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ

สังคม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเทศบาลรวมตลอดถึงสอดคล้องกับวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

อันจะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนกับเทศบาลนครพิษณุโลกในการจัดบริการสาธารณะตามอำนาจหน้าที่

และส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๘ เตรส (๔) มาตรา ๕๐ วรรคสอง

มาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล

(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับ ข้อ ๖ ก. (๕) ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการปฏิบัติงานของเทศบาล

พ.ศ. ๒๔๙๖ นายกเทศมนตรีจึงออกระเบียบไว้ ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบเทศบาลนครพิษณุโลก

ว่าด้วยการจัดตั้งและการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย

ณ สำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลก เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบเทศบาลนครพิษณุโลก ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

พ.ศ. ๒๕๔๕

บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือขัด หรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“เทศบาล” หมายความว่า เทศบาลนครพิษณุโลก

“สภาเทศบาล” หมายความว่า

สภาเทศบาลนครพิษณุโลก

“นายกเทศมนตรี” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก

“รองนายกเทศมนตรี” หมายความว่า

รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก

“ปลัดเทศบาล” หมายความว่า

ปลัดเทศบาลนครพิษณุโลก

“รองปลัดเทศบาล” หมายความว่า

รองปลัดเทศบาลนครพิษณุโลก

“หัวหน้าส่วนราชการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง หรือหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่ากองในสังกัดเทศบาล

“ชุมชน” หมายความว่า ชุมชนในเขตเทศบาลที่ประชาชนอาศัยอยู่รวมกันโดยเทศบาลกำหนดขอบเขต

แนวถนน ตรอก ซอย อาคารบ้านเรือนที่มีลักษณะเป็นโซน หรือมีลักษณะของพื้นที่ที่ประชาชนมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน

และมีจำนวนครัวเรือนตามที่เทศบาลประกาศกำหนดจัดตั้ง

“สมาชิกชุมชน” หมายความว่า

ผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและได้อาศัยอยู่ในชุมชนนั้น

“คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า

คณะบุคคลที่ได้รับเลือกจากสมาชิกในชุมชนในเขตเทศบาลที่นายกเทศมนตรีประกาศแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

โดยมีหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในชุมชน

“การเลือก” หมายความว่า การเลือกคณะกรรมการชุมชน

“ผู้มีสิทธิเลือก” หมายความว่า

ผู้มีสิทธิเลือกคณะกรรมการชุมชน

“ผู้สมัคร” หมายความว่า ผู้สมัครรับเลือกเป็นคณะกรรมการชุมชน

“ผู้ได้รับเลือก” หมายความว่า

ผู้ได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการชุมชน

“วันเลือก” หมายความว่า วันที่กำหนดให้เป็นวันเลือกคณะกรรมการชุมชน

“สถานที่เลือก” หมายความว่า

สถานที่ที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนเลือกคณะกรรมการชุมชน

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายจากนายกเทศมนตรีให้ปฏิบัติงานตามระเบียบนี้

“ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า

พนักงานเทศบาล ลูกจ้าง หรือผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งประธานกรรมการชุมชนประกาศแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการชุมชนเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาข้อแนะนำการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

“ทรัพย์สินชุมชน” หมายความว่า

เงิน วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ชุมชนจัดหาหรือจัดทำหรือจัดซื้อ วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่เทศบาลจัดหาหรือจัดทำหรือจัดซื้อให้ชุมชน

และรวมถึงเงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นที่มีผู้อุทิศให้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้นายกเทศมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความหรือวินิจฉัยปัญหา

กำหนดหลักเกณฑ์ ข้อบังคับ ข้อกำหนดและวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ได้

คำวินิจฉัยของนายกเทศมนตรีให้ถือเป็นที่สุด

ในกรณีจำเป็นการปฏิบัติการตามระเบียบนี้ นายกเทศมนตรีอาจมอบอำนาจให้

รองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล หรือรองปลัดเทศบาลเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนก็ได้

หมวด

การจัดตั้งชุมชน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เทศบาลดำเนินการจัดตั้งชุมชน เพื่อให้มีคณะกรรมการชุมชนทำหน้าที่เป็นองค์กรส่งเสริมพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน

นับแต่วันระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ จำนวนชุมชนในเขตเทศบาลจะพึงมี ให้พิจารณาตามข้อเท็จจริงของสภาพพื้นที่

ภูมิสังคม จำนวนประชากร และความเหมาะสม โดยให้ถือประโยชน์ของประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ

และให้ประกาศให้ประชาชนทราบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง หรือการยุบชุมชนให้ดำเนินการโดยประกาศของเทศบาลตามที่เทศบาลกำหนด

หมวด

คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในชุมชนหนึ่งให้มีคณะกรรมการชุมชนคณะหนึ่งจำนวนเก้าคน

ยกเว้นกรณีตามวรรคสาม หรือข้อ ๑๙ วรรคสอง หรือข้อ ๒๗ แล้วแต่กรณี

ให้คณะกรรมการชุมชนมาจากการเลือกโดยตรงของสมาชิกชุมชนและนายกเทศมนตรีประกาศแต่งตั้ง

โดยให้มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับเลือก

ในกรณีที่มีการเลือกคณะกรรมการชุมชนเป็นครั้งแรกของชุมชนที่จัดตั้งขึ้นใหม่

หรือการเลือกคณะกรรมการชุมชนแทนกรณีถึงคราวออกตามวาระ หรือการเลือกคณะกรรมการชุมชนแทนกรณีที่มีกรณีหรือมีเหตุที่ทำให้หรือถือว่าทำให้คณะกรรมการชุมชนต้องพ้นจากตำแหน่งพร้อมกันทั้งคณะ

แล้วแต่กรณี แล้วได้คณะกรรมการชุมชนไม่ครบจำนวนตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการชุมชนประกอบการด้วยกรรมการชุมชนตามจำนวนที่เลือกได้

แต่ทั้งนี้ ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ คณะกรรมการชุมชน ประกอบด้วยกรรมการชุมชนตำแหน่งต่าง

ๆ ตามที่นายกเทศมนตรีประกาศแต่งตั้งจากสมาชิกชุมชนที่ได้รับเลือก ดังนี้

(๑) ประธานกรรมการชุมชน

(๒) รองประธานกรรมการชุมชน

(๓) กรรมการชุมชนฝ่ายปกครอง

(๔) กรรมการชุมชนฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย

(๕) กรรมการชุมชนฝ่ายพัฒนา

(๖) กรรมการชุมชนฝ่ายการคลัง

(๗) กรรมการชุมชนฝ่ายสวัสดิการสังคม

(๘) กรรมการชุมชนฝ่ายสาธารณสุข

(๙) กรรมการชุมชนฝ่ายการศึกษา

ในกรณีตามข้อ ๙ วรรคสาม หรือข้อ ๑๙ วรรคสอง หรือข้อ

๒๗ แล้วแต่กรณี คณะกรรมการชุมชนจะมีกรรมการชุมชนฝ่ายใด ให้คณะกรรมการชุมชนประชุมพิจารณาและให้นายกเทศมนตรีประกาศแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คณะกรรมการชุมชนหนึ่งอาจมีที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา

ข้อแนะนำ เกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนได้ตามจำนวนที่คณะกรรมการชุมชนเห็นสมควร

ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๑๓

ยกเว้น (๓) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๔ ยกเว้น (๔)

ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการชุมชนมีมติให้พ้นหรือคณะกรรมการชุมชนต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะถึงคราวออกตามวาระ

หรือคณะกรรมการชุมชนต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะเพราะเหตุอื่น และให้นำความในข้อ ๑๗ มาใช้บังคับกับการพ้นจากตำแหน่งของที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนด้วยโดยอนุโลม

โดยการลาออกให้ยื่นใบลาออกต่อประธานกรรมการชุมชน

ให้ประธานกรรมการชุมชนประกาศการพ้นจากตำแหน่งของที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนโดยทำเป็นประกาศตามแบบที่เทศบาลกำหนดและให้ปิดประกาศไว้โดยเปิดเผยในชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อได้คณะกรรมการชุมชนตามจำนวนที่กำหนดในข้อ

๙ แล้ว ให้คณะกรรมการชุมชนประชุมคัดเลือกกันเองเป็นประธานกรรมการชุมชน

ให้ประธานกรรมการชุมชนเลือกกรรมการชุมชนคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการชุมชน

กรรมการชุมชนตำแหน่งต่าง ๆ ตามข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการชุมชนประชุมคัดเลือกกันเอง

ให้ประธานกรรมการชุมชนเลือกกรรมการชุมชนตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง

ตามข้อ ๑๐ เป็นเลขานุการ และอาจแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๓ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ

๑๔ คนหนึ่งเป็นผู้ช่วยเลขานุการด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเลือกเป็นกรรมการชุมชน

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ในวันเลือก

(๓) เป็นสมาชิกชุมชนและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในชุมชนที่ได้รับเลือกเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

นับถึงวันเลือก

(๔) เป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพสุจริต ไม่ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นกรรมการชุมชน

(๑) ติดยาเสพติดให้โทษ

(๒) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๓) หูหนวกและเป็นใบ้ซึ่งไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้

(๔) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

(๕) ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

(๖) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันเลือก

เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๗) เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริตหรือพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น

ผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของผู้บริหารท้องถิ่น

เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น

แล้วแต่กรณี ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันเลือก

(๘) เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ

เทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือส่วนราชการอื่นที่พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันเลือก

(๙) เป็นผู้มีพฤติกรรมหรือประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ

และการพนัน ที่ไม่อาจอนุญาตได้ตามกฎหมาย

(๑๐) เป็นผู้พ้นจากตำแหน่งกรรมการชุมชนตามข้อ ๑๗ (๕)

ยังไม่ถึงห้าปี นับถึงวันเลือก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกกรรมการชุมชน

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ ในวันที่ ๑

มกราคมของปีที่มีการเลือก

(๓) เป็นสมาชิกชุมชนและมีชื่อในทะเบียนบ้านในชุมชนติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือก

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกกรรมการชุมชน

(๑) บุคคลต้องห้ามตามข้อ ๑๔ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

(๒) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ถึงคราวออกตามวาระ หรือมีการยุบคณะกรรมการชุมชน

(๒) ตาย

(๓) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรี

(๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๓ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ

๑๔

(๕) นายกเทศมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๕๑

(๖) ขาดการประชุมคณะกรรมการชุมชนติดต่อกันสามครั้ง

โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

(๗) ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

(๘) คณะกรรมการชุมชนมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง โดยเห็นว่ามีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียหรือก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยแก่ชุมชนหรือกระทำการอันเสื่อมเสียประโยชน์ของคณะกรรมการชุมชน

โดยมีกรรมการชุมชนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการชุมชนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอต่อประธานกรรมการชุมชนเพื่อให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณา

และมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการชุมชนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

(๙) เทศบาลประกาศยุบชุมชน

มติของคณะกรรมการชุมชนตาม (๗) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรีแล้ว

ให้สมาชิกภาพของกรรมการชุมชนสิ้นสุดลง

กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสมาชิกภาพของคณะกรรมการชุมชนผู้ใดสิ้นสุดลงตาม

(๔) ให้นายกเทศมนตรีสอบสวนและวินิจฉัย คำวินิจฉัยของนายกเทศมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อครบกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการชุมชนหรือมีการยุบคณะกรรมการชุมชนตามข้อ

๑๗ (๑) ให้เทศบาลประกาศให้มีการเลือกคณะกรรมการชุมชนขึ้นใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระหรือยุบคณะกรรมการชุมชน

แล้วแต่กรณี

คณะกรรมการชุมชนที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่ง

ตามวรรคหนึ่ง ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการชุมชนที่ได้รับเลือกและแต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่

เมื่อมีคณะกรรมการชุมชนขึ้นใหม่แล้ว ให้ประธานกรรมการชุมชนที่พ้นจากตำแหน่งส่งมอบงานและทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การดูแลให้ประธานกรรมการชุมชนภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่แต่งตั้งคณะกรรมการชุมชนขึ้นใหม่

คณะกรรมการชุมชนที่ครบวาระอาจได้รับเลือกเป็นกรรมการชุมชนใหม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อตำแหน่งกรรมการชุมชนว่างลงตามข้อ ๑๗ (๒)

(๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) และการว่างลงดังกล่าวทำให้คณะกรรมการชุมชนมีจำนวนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการชุมชนตามข้อ

๑๐ วรรคหนึ่ง ให้เทศบาลเลือกกรรมการชุมชนแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่าง

ในกรณีการว่างลงตามวรรคหนึ่ง และทำให้คณะกรรมการชุมชนยังมีจำนวนตั้งแต่กึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการชุมชนตามข้อ

๑๐ วรรคหนึ่ง หรือกรณีตำแหน่งกรรมการชุมชนว่างลงและมีระยะเวลาดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่นับได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

เทศบาลจะไม่ดำเนินการเลือกแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้

กรรมการชุมชนที่ได้รับเลือกเข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างตามวรรคหนึ่ง

ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อดำเนินการเลือกกรรมการชุมชนได้ตามจำนวนตามข้อ

๙ แล้ว ให้นายกเทศมนตรีกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการชุมชนภายในสิบห้าวันเพื่อคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการชุมชนและกรรมการชุมชนตำแหน่งต่าง

หมวด

การเลือกคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้เทศบาลประกาศกำหนดให้มีการเลือกคณะกรรมการชุมชน

เพื่อให้สมาชิกในชุมชนทราบล่วงหน้าก่อนวันเลือกไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

การเลือกคณะกรรมการชุมชน ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

โดยให้ใช้บัตรเลือกตามที่เทศบาลกำหนด

การเลือกคณะกรรมการชุมชน ต้องเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้เทศบาลแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกคณะกรรมการชุมชนขึ้นคณะหนึ่ง

เพื่อทำหน้าที่ควบคุมและดำเนินการจัดให้มีการเลือกคณะกรรมการชุมชนให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

คณะกรรมการเลือกคณะกรรมการชุมชนตามวรรคหนึ่งประกอบด้วย

ประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอีกไม่เกินห้าคนซึ่งแต่งตั้งจากพนักงานเทศบาลหรือลูกจ้างของเทศบาล

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การดำเนินการเลือกคณะกรรมการชุมชน ให้นายทะเบียนของเทศบาลหรือผู้ช่วยนายทะเบียนที่นายทะเบียนของเทศบาลมอบหมายมีหน้าที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกแต่ละชุมชนให้ถูกต้องตามความเป็นจริงเสนอให้นายกเทศมนตรีลงนามประกาศและดำเนินการปิดประกาศ

ณ สถานที่เลือกก่อนวันเลือกไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

ในการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือก รวมทั้งการเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อ

ตลอดจนการแก้ไขรายการผิดพลาดเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกให้เป็นอำนาจของนายทะเบียนของเทศบาลหรือผู้ช่วยนายทะเบียนที่นายทะเบียนของเทศบาลมอบหมาย

การเพิ่มชื่อหรือการถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือก ให้กระทำได้ก่อนวันเลือกไม่น้อยกว่าห้าวัน

การดำเนินการอื่นใดอันจำเป็นเพื่อให้การเลือกคณะกรรมการชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ให้เทศบาลประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในการสมัครรับเลือกเป็นคณะกรรมการชุมชน ให้ผู้สมัครรับเลือก

ยื่นใบสมัครด้วยตนเองต่อคณะกรรมการเลือกคณะกรรมการชุมชน

การยื่นใบสมัครตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้สมัครรับเลือกยื่นหลักฐานการสมัครตามที่เทศบาลประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้ผู้สมัครรับเลือกเป็นคณะกรรมการชุมชนซึ่งได้คะแนนมากที่สุด

เรียงตามลำดับลงมาในการเลือกครั้งนั้น เป็นผู้ได้รับเลือกตามจำนวนคณะกรรมการชุมชนที่พึงจะมีในชุมชนนั้น

ในกรณีที่มีผู้สมัครรับเลือกได้คะแนนเท่ากันอันเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับ

ผู้ได้รับเลือกได้ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้สมัครรับเลือกที่ได้คะแนนเท่ากันจับสลากเพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกจนครบจำนวนที่พึงจะมีในชุมชนนั้น

ตามวิธีการที่เทศบาลประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่มีผู้สมัครรับเลือกเป็นคณะกรรมการชุมชนน้อยกว่าหรือเท่ากับจำนวนกรรมการชุมชนที่จะพึงมีในชุมชนนั้น

ให้ถือว่าผู้สมัครรับเลือกผู้นั้นได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การเลือกคณะกรรมการชุมชน หากกรณีปรากฏว่าไม่อาจเลือกคณะกรรมการชุมชนได้ครบตามจำนวนเนื่องจากมีผู้สมัครรับเลือกเป็นคณะกรรมการชุมชนน้อยกว่าจำนวนกรรมการชุมชนที่จะพึงมีในชุมชนนั้น

แต่มีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งตามจำนวนตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการชุมชนประกอบด้วยกรรมการชุมชนตามจำนวนที่เลือกได้

ในกรณีตามวรรคหนึ่ง หากมีจำนวนน้อยกว่ากึ่งหนึ่งตามจำนวนตามข้อ

๙ วรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการเลือกคณะกรรมการชุมชนให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งตามจำนวนที่กำหนดไว้ตามข้อ

๙ ภายในสามสิบวันนับแต่วันเลือกครั้งนั้น

หมวด

หน้าที่ของคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้คณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่รวมทั้งการช่วยเหลือเทศบาลเกี่ยวกับการดำเนินงานในการจัดการบริการสาธารณะในชุมชน

ดังนี้

(๑) เป็นองค์กรในการพัฒนา การแก้ไขปัญหาและสร้างความสามัคคีของชุมชน

(๒) สนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนชุมชนและการวางแผนพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม

โดยการจัดทำฐานข้อมูลชุมชน กำหนดแนวทาง และกิจกรรมการพัฒนาชุมชน ที่ยึดหลักการพึ่งพาตนเองด้วยการคำนึงถึงศักยภาพ

ทรัพยากร ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาท้องถิ่น

(๓) ส่งเสริม สนับสนุนให้สมาชิกในชุมชน ให้มีความสำนึกและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน

รวมทั้งการอนุรักษ์ ฟื้นฟู เข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

(๔) ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชนในชุมชน

(๕) ส่งเสริม พัฒนา บูรณะ รักษาศิลปะ จารีต ขนบธรรมเนียมประเพณี

ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนท้องถิ่น โดยเชื่อมโยงกับสถาบัน ทางศาสนาและสถานศึกษา

เพื่อสืบสาน อนุรักษ์หรือฟื้นฟู

(๖) ส่งเสริมการประกอบอาชีพของสมาชิกในชุมชนด้วยการบูรณาการกระบวนการผลิตบนฐานศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน

เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการลงทุนสร้างอาชีพและรายได้ที่มีการจัดสรรประโยชน์อย่างเป็นธรรม

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจน

(๗) ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และกองทุนสำหรับการพัฒนาชุมชนรวมทั้งการส่งเสริมกลุ่มที่มีการร่วมตัวกันอยู่แล้วให้เข้มแข็ง

เน้นศักยภาพความพร้อมของชุมชน เชื่อมโยงกับการทำมาเลี้ยงชีพตั้งแต่ละดับบุคคล ระดับครอบครัวถึงระดับชุมชนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง

(๘) ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนให้มีศักยภาพทางการท่องเที่ยว

(๙) สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ไขปัญหาอาชญากรรม

ยาเสพติดและสาธารณะภัยของชุมชนท้องถิ่น โดยจัดให้มีมาตรการทางสังคมในชุมชน เพื่อตรวจสอบสร้างธรรมาภิบาลในชุมชนและมีมาตรการส่งเสริม

สนับสนุนและคุ้มครอง ผู้ที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม

(๑๐) ส่งเสริมการจัดสวัสดิการทางสังคมแก่ประชาชนในชุมชน

โดยให้ความสำคัญแก่เด็ก คนชรา ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการหรือทุพลภาพให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถพึ่งพาตนเองได้

(๑๑) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ด้านสาธารณสุข

(๑๒) เสริมสร้างโอกาสและสภาพแวดล้อมในชุมชนให้เอื้อต่อการศึกษา

และการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งในระบบและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงแหล่งการเรียนรู้ในชุมชน

ปราชญ์ชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น

(๑๓) อื่น ๆ ตามที่เทศบาลประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ประธานกรรมการชุมชน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) เรียกประชุมคณะกรรมการชุมชนหรือประชาชนในชุมชน

(๒) เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนและที่ประชุมสมาชิกชุมชน

(๓) ควบคุม ดูแล ติดตามผล ประสานการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนกับเทศบาล

หน่วยงานราชการ องค์กรภาคประชาชน ภาคธุรกิจเอกชนและสมาชิกชุมชน

(๔) มอบหมายการปฏิบัติงานให้แก่กรรมการชุมชนฝ่ายต่าง

(๕) เป็นผู้ออกเสียงลงคะแนนชี้ขาดกรณีการลงมติในการประชุมตาม

(๒) มีคะแนนเสียงเท่ากัน

(๖) อื่น ๆ ตามที่เทศบาลกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ รองประธานกรรมการชุมชน มีหน้าที่รับผิดชอบตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมายหรือตามที่เทศบาลกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เลขานุการคณะกรรมการชุมชนมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการต่าง

ๆ ของคณะกรรมการชุมชนและตามที่เทศบาลกำหนด เช่น

(๑) นัดการประชุมคณะกรรมการชุมชน

(๒) จัดทำระเบียบการประชุมและจดบันทึกรายงานการประชุม

(๓) งานจัดทำเอกสาร รายงาน หนังสือติดต่อกับหน่วยงานราชการ

องค์กรภาคประชาชน ภาคธุรกิจเอกชน และสมาชิกชุมชน

(๔) งานจัดทำ ดูแล รักษา เอกสารต่าง ๆ ของชุมชน

(๕) งานทะเบียนทรัพย์สินและทะเบียนอื่น ๆ

(๖) อื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ กรรมการชุมชนฝ่ายปกครอง มีหน้าที่ความรับผิดชอบ

ดังต่อไปนี้

(๑) บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สมาชิกในชุมชน

(๒) ดูแลชุมชนให้เป็นไปโดยกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีและนโยบายส่วนรวมของชาติ

(๓) ส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนสนใจในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๔) ส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนมีความสนใจ มีส่วนร่วมในการปกครองส่วนท้องถิ่น

(๕) ส่งเสริมความสามัคคีของสมาชิกในชุมชน ขจัดความขัดแย้ง

สร้างความสมานฉันท์ในชุมชน

(๖) ดูแล รักษาสาธารณะสมบัติของชุมชนที่สมาชิกในชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน

เช่น ไฟฟ้าสาธารณะ ทรัพย์สินของชุมชน

(๗) เรื่องอื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ กรรมการชุมชนฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย

มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้

(๑) ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชน

(๒) ดูแล ช่วยเหลือ และระมัดระวังในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภายในชุมชน

(๓) ส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของสมาชิกในชุมชน

(๔) รณรงค์ลดอบายมุข อาชญากรรม ต่อต้านการเล่นการพนันทุกประเภท

(๕) รณรงค์ป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน

(๖) เรื่องอื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ กรรมการชุมชนฝ่ายการคลัง มีหน้าที่ความรับผิดชอบดัง

ต่อไปนี้

(๑) มีหน้าที่เกี่ยวกับการคลังและทรัพย์สินของชุมชน

(๒) จัดทำบัญชีรับ - จ่ายเงิน หรือทรัพย์สินของชุมชน

(๓) ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ หรือกองทุนพัฒนาชุมชน

(๔) เรื่องอื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ กรรมการชุมชนฝ่ายสวัสดิการสังคม มีหน้าที่ความรับผิดชอบ

ดังต่อไปนี้

(๑) ดูแลสวัสดิการของสมาชิกในชุมชน

(๒) สำรวจให้การสงเคราะห์ผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาสที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้

(๓) สำรวจให้การสงเคราะห์ผู้ประสบภัยธรรมชาติตามความจำเป็น

(๔) เรื่องอื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ กรรมการชุมชนฝ่ายสาธารณสุข มีหน้าที่ความรับผิดชอบ

ดังต่อไปนี้

(๑) การรักษาพยาบาล

(๒) การส่งเสริมสุขภาพอนามัย

(๓) การป้องกันโรค

(๔) การวางแผนครอบครัว

(๕) การสุขาภิบาล

(๖) การรักษาภาวะแวดล้อมของชุมชนและป้องกันอันตรายอันเกิดจากภาวะแวดล้อมในชุมชน

(๗) เรื่องอื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ กรรมการชุมชนฝ่ายพัฒนา มีหน้าที่ความรับผิดชอบ

ดังต่อไปนี้

(๑) การวางโครงการและแผนดำเนินงานพัฒนาและส่งเสริมอาชีพของประชาชนในชุมชน

(๒) การขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการ องค์การหรือเอกชน

ตามที่เห็นสมควร เพื่อปฏิบัติงานตามโครงการ

(๓) การแก้ไข ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน

(๔) เรื่องอื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ กรรมการชุมชนฝ่ายการศึกษา มีหน้าที่ความรับผิดชอบ

ดังต่อไปนี้

(๑) การศึกษา

(๒) การลูกเสือ

(๓) กิจกรรมเยาวชน

(๔) กิจกรรมเกี่ยวกับศาสนา ศิลปวัฒนธรรม

(๕) การกีฬา

(๖) การพักผ่อนหย่อนใจ

(๗) เรื่องอื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนมอบหมาย

หมวด

การประชุมและการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้คณะกรรมการชุมชนจัดให้มีการประชุมตามแนวทางที่เทศบาลกำหนด

และเปิดโอกาสให้สมาชิกชุมชนเข้าร่วมฟังการประชุมด้วย

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การประชุมคณะกรรมการชุมชนแต่ละครั้ง ต้องมีกรรมการชุมชน

เข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการชุมชนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็น

องค์ประชุม

กรรมการชุมชนที่ไม่สามารถเข้าประชุมได้ให้ขอลาการประชุมต่อประธานกรรมการชุมชน

ในกรณีที่มีกรรมการชุมชนเข้าประชุมไม่ครบองค์ประชุม

ให้ประธานในที่ประชุมมีอำนาจเลื่อนการประชุมได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในการประชุมคณะกรรมการชุมชนครั้งใด ถ้าประธานกรรมการชุมชนไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้รองประธานกรรมการชุมชนเป็นประธานในที่ประชุม

ในกรณีที่ประธานกรรมการชุมชนและรองประธานกรรมการชุมชนไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการชุมชนที่มาประชุมเลือกกันเองเพื่อทำหน้าที่ประธาน ในที่ประชุมสำหรับการประชุมครั้งนั้น

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ในการประชุมคณะกรรมการชุมชนให้ที่ประชุมพิจารณาเฉพาะ

เรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระการประชุม และต้องดำเนินการพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้

การจัดระเบียบวาระการประชุม ให้จัดลำดับดังต่อไปนี้

(๑) เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(๒) เรื่องรับรองรายงานการประชุม

(๓) เรื่องเพื่อทราบ

(๔) เรื่องสืบเนื่องมากจากการประชุมครั้งที่แล้ว

(๕) เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา

(๖) เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์

เว้นแต่ในระเบียบนี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

กรรมการชุมชนคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ในการลงมติในเรื่องใด ๆ ให้ผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมนั้น

มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในฐานะกรรมการชุมชนได้ และในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ก่อนลงมติทุกครั้งให้ประธานในที่ประชุมตรวจสอบดูว่ามีกรรมการชุมชนอยู่ในที่ประชุมครบจำนวนเป็นองค์ประชุมหรือไม่

ถ้ามีกรรมการชุมชนอยู่ในที่ประชุมไม่ครบจำนวนเป็นองค์ประชุมจะทำการลงมติในเรื่องใด

ๆ มิได้

ในกรณีที่องค์ประชุมไม่ครบตามวรรคสี่จนไม่สามารถลงมติในเรื่องใดได้

ให้ประธานในที่ประชุมมีอำนาจเลื่อนการประชุมได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุมชนมีสิทธิเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชุมชนได้

แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ

ให้ที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุมชนที่เข้าร่วมประชุมตามวรรคหนึ่ง

มีสิทธิ ที่จะอภิปรายและแสดงข้อคิดเห็นใด ๆ อันเกี่ยวกับเรื่องที่ให้คำปรึกษาหรือข้อแนะนำการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนได้

ต้องได้รับอนุญาตจากประธานในที่ประชุมก่อน

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ เมื่อมีปัญหาโต้แย้งเกี่ยวกับการประชุมตามหมวดนี้

หรือกรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้ในหมวดนี้ ให้ประธานกรรมการชุมชนนำข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นเสนอต่อนายกเทศมนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของนายกเทศมนตรีให้เป็นที่สุดและให้ใช้ได้เฉพาะในการประชุมคราวนั้น

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การเปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนหน้าที่ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการชุมชนต่าง

ๆ ตามข้อ ๑๐ ให้กระทำโดยมติเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการชุมชน

เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ประธานกรรมการชุมชนรายงานให้นายกเทศมนตรีเพื่อประกาศแต่งตั้งภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้มีมติ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ให้ประธานกรรมการชุมชนส่งรายงานการประชุมให้เทศบาลภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันประชุม

เว้นแต่ในระเบียบนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

หมวด

คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนของเทศบาล

ประกอบด้วย

(๑) นายกเทศมนตรีเป็นประธาน

(๒) รองนายกเทศมนตรีที่นายกเทศมนตรีมอบหมายเป็นรองประธาน

(๓) ปลัดเทศบาลเป็นกรรมการ

(๔) รองปลัดเทศบาลที่ได้รับมอบหมายเป็นกรรมการ

(๕) ผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกเทศมนตรีแต่งตั้งไม่เกินห้าคนเป็นกรรมการ

(๖) หัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนราชการของเทศบาลเป็นกรรมการ

(๗) ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคมเป็นกรรมการและเลขานุการ

(๘) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชน กองสวัสดิการสังคม เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ให้คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนมีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

(๒) การให้คำแนะนำ ปรึกษา แก่คณะกรรมการชุมชนในการปฏิบัติหน้าที่

(๓) การกลั่นกรองข้อเสนอ ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการชุมชนในการแก้ไขปัญหาของชุมชนและท้องถิ่น

เพื่อเสนอต่อนายกเทศมนตรีหรือสภาเทศบาลแล้วแต่กรณี

(๔) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมาย

หมวด

การกำกับดูแล

57 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบเทศบาลนครพิษณุโลกว่าด้วยการจัดตั้งและการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ad9a19f8f80b1543

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com