法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

เรื่อง

หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุน

บำเหน็จบำนาญข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๖ (๑) และมาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.

๒๕๓๙ และมาตรา ๖๗/๑ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.

๒๕๕๐ คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุน พ.ศ. ๒๕๔๙ ลงวันที่

๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

เว้นแต่จะกำหนดไว้ในข้อนั้น ๆ

“ผู้แจ้งความประสงค์” หมายความว่า

ผู้ที่สิ้นสุดสมาชิกภาพจากการเป็นสมาชิก

และประสงค์ให้กองทุนบริหารเงินส่วนของตนต่อไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง

ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการดังนี้

(๑)

แจ้งข้อมูลและเหตุแห่งการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกให้กองทุนทราบทันที

หรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบเหตุแห่งการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิก

ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

(๒)

แจ้งให้สมาชิกผู้นั้น หรือผู้มีสิทธิรับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

หรือผู้จัดการมรดกของสมาชิกผู้นั้น ยื่นขอรับเงินจากกองทุนตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพเนื่องจากออกจากราชการ

มีสิทธิเลือกดังนี้

๔.๑

ขอรับเงินที่มีสิทธิได้รับทั้งจำนวน

๔.๒

ขอโอนเงินที่มีสิทธิได้รับไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการออกจากงานหรือการชราภาพ

๔.๓

ขอฝากเงินที่มีสิทธิได้รับให้กองทุนบริหารต่อ

๔.๔

ขอทยอยรับเงินที่มีสิทธิได้รับ

๔.๕

ขอรับเงินที่มีสิทธิได้รับบางส่วน ส่วนที่เหลือขอทยอยรับ

ในการขอใช้สิทธิเลือกตามข้อ

๔.๓ และข้อ ๔.๔ ต้องมียอดเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า ๓๕,๐๐๐ บาท ณ วันที่ยื่นคำขอ

โดยมีเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน

ในการขอใช้สิทธิเลือกตามข้อ

๔.๕ ต้องมียอดเงินส่วนที่เหลือขอทยอยรับในบัญชีไม่ตํ่ากว่า ๓๕,๐๐๐ บาท ณ

วันที่ยื่นคำขอ โดยมีเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน

การขอทยอยรับ

ต้องรับเป็นรายงวด ๆ ละเท่า ๆ กัน โดยอาจเลือกรับเป็นราย ๑ เดือน ๓ เดือน ๖ เดือน

หรือ ๑ ปี ก็ได้ แต่ต้องมีจำนวนเงินขั้นต่ำรายงวดไม่ต่ำกว่างวดละ ๓,๐๐๐ บาท

ให้ผู้ขอใช้สิทธิเลือกตามข้อ

๔.๓ - ๔.๕ แจ้งความประสงค์ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ แบบขอรับเงินจากกองทุนและแบบแจ้งความประสงค์

ให้จัดทำขึ้นเป็นสองชุด เป็นต้นฉบับ ๑ ชุด และสำเนา ๑ ชุด

โดยให้ยื่นแบบดังกล่าวพร้อมกับเอกสารหลักฐานตามข้อ ๗ ที่กำหนดในประกาศนี้

ต่อหัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัดเพื่อให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดตรวจสอบ

ให้หัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัด

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุน

แล้วส่งต้นฉบับไปยังกองทุน สำหรับสำเนาแบบขอรับเงินจากกองทุน ให้ส่วนราชการเก็บไว้เป็นหลักฐานและสำเนาแบบแจ้งความประสงค์ให้ผู้แจ้งความประสงค์เก็บไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนของผู้ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน

ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการ ดังนี้

(๑)

ตรวจสอบว่าผู้นั้นมีสิทธิได้รับบำเหน็จ หรือบำนาญหรือไม่

หรือขอรับบำนาญในระหว่างสอบสวนทางวินัย

(๒)

ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินจากกองทุน โดยสำเนาเอกสารหลักฐานต่าง ๆ

จะต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องโดยส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือสมาชิก

หรือผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิก หรือผู้จัดการมรดก แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินจากกองทุนดังต่อไปนี้

(๑)

กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเนื่องจากออกจากราชการ

ให้ใช้เอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงิน ดังนี้

(๑.๑)

แบบขอรับเงินจากกองทุน - กรณีสมาชิกเป็นผู้ขอรับเงิน (ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด)

(๑.๒)

สำเนาคำสั่ง หรือประกาศออกจากราชการ

(๑.๓)

สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (กรณีเลือกวิธีโอนเงินเข้าบัญชี)

(๑.๔)

สำเนาใบแนบหนังสือสั่งจ่ายบำนาญ (กรณีเลือกรับบำนาญ)

(๑.๕)

สำเนาหนังสือที่แจ้งเรื่องราว หรือรับรองการสอบวินัยถึงที่สุดของส่วนราชการเจ้าสังกัด

หรือองค์กรกลางบริหารงานบุคคลพร้อมกับคำสั่งถึงที่สุดนั้น

(กรณีเลือกรับบำนาญและการสอบสวนทางวินัยถึงที่สุด)

(๑.๖)

แบบแจ้งความประสงค์ให้กองทุนบริหารต่อ หรือขอทยอยรับเงิน (ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

กรณีผู้แจ้งความประสงค์ตาม ๔.๓ - ๔.๕ แล้วแต่กรณี)

(๒)

กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเนื่องจากถึงแก่ความตาย

หรือกรณีสมาชิกซึ่งได้พ้นสมาชิกภาพไปแล้วแต่ถึงแก่ความตายไปเสียก่อนยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน

หรือได้ถึงแก่ความตายไปเสียก่อนได้รับเงินจากกองทุน

ให้ผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือผู้จัดการมรดกเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินจากกองทุน

และในกรณีของผู้รับพินัยกรรมให้มีการตั้งผู้จัดการมรดกด้วย

โดยการยื่นเรื่องขอรับเงินจากกองทุนให้ใช้เอกสารหลักฐานประกอบการขอรับเงินดังนี้

(๒.๑)

กรณีเป็นผู้จัดการมรดก ต้องยื่นหลักฐาน ดังนี้

(๒.๑.๑)

แบบขอรับเงินจากกองทุน - กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย (ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด)

(๒.๑.๒)

คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก

(๒.๑.๓)

หลักฐานเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

(๒.๒)

กรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ต้องยื่นหลักฐานดังนี้

(๒.๒.๑)

แบบขอรับเงินจากกองทุน - กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย (ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด)

(๒.๒.๒)

สำเนาใบมรณบัตร

(๒.๒.๓)

สำเนาใบทะเบียนสมรส (กรณีผู้ตายมีคู่สมรส)

(๒.๒.๔)

แบบบันทึกสอบปากคำ (ป.ค. ๑๔)

ที่ออกโดยกรมการปกครองหรือสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร

(๒.๒.๕)

หลักฐานเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

ทั้งนี้

ส่วนราชการเจ้าสังกัดจะต้องดำเนินการให้ผู้มีชื่อตามแบบ ป.ค. ๑๔

และเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ลงลายมือชื่อในแบบขอรับเงินจากกองทุนให้ถูกต้องครบถ้วนทุกราย

หากผู้มีสิทธิรับมรดกดังกล่าวลงลายมือชื่อไม่ครบทุกราย กองทุนจะจ่ายเงินให้ผู้จัดการมรดกของผู้ตายเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการตาม ข้อ ๕

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ และข้อ ๗ ให้แล้วเสร็จ และส่งแบบขอรับเงินจากกองทุน

ให้กองทุนภายในสิบห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแบบขอรับเงินพร้อมเอกสารหลักฐานครบถ้วนแล้ว

เว้นแต่กรณีที่มีเหตุอันสมควร

เพื่อให้กองทุนจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิตามแบบขอรับเงินต่อไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กองทุนจะบริหารเงินของผู้แจ้งความประสงค์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการเงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

การบริหารเงินของผู้แจ้งความประสงค์ตามวรรคหนึ่ง

กองทุนจะดำเนินการภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแบบขอรับเงินจากกองทุนและแบบแจ้งความประสงค์พร้อมเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้แจ้งความประสงค์ตาม ๔.๓ - ๔.๕

ผู้ใดมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินหรือความถี่ในการขอรับเงินคืน ให้แจ้งเปลี่ยนแปลงได้ปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน

ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินและหรือความถี่ในการขอรับเงินคืนนอกเหนือจากที่กำหนด

ให้เลขาธิการพิจารณาเป็นรายกรณี

การเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่ง

จะมีผลเมื่อกองทุนได้แจ้งยืนยันการเปลี่ยนแปลงให้ผู้แจ้งความประสงค์ทราบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีที่ผู้แจ้งความประสงค์เสียชีวิต

กองทุนจะจ่ายเงินที่คงเหลือตามบัญชีเงินรายบุคคลภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับหลักฐานถูกต้องครบถ้วนให้แก่ผู้จัดการมรดกของผู้แจ้งความประสงค์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กองทุนจะคิดค่าธรรมเนียมธนาคารในการดำเนินการจากผู้แจ้งความประสงค์

ตามที่เกิดขึ้นจริงในกรณีที่มีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพิ่มเติม

กองทุนจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว

โดยจะประกาศให้ผู้แจ้งความประสงค์ทราบล่วงหน้า

ทั้งนี้

ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙

มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

รองปลัดกระทรวงการคลัง

รักษาราชการแทน

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒

โชติกานต์/ปรับปรุง

๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๕๐ ง/หน้า ๔๖/๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์การขอรับและการตรวจสอบสิทธิในการได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_aeadf058823a172f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com