法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ว่าด้วยการฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย

พ.ศ. 2548

เพื่อให้การฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพและเป็นแนวทางเดียวกัน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย พ.ศ. 2548”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ คําสั่งและแนวปฏิบัติอื่นในส่วนที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้มีอํานาจฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

“หัวหน้าหน่วยงาน” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานัก ผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการกลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่หรือสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คดีแรงงานที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจฟ้องคดีให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายจะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ ดังนี้

(1) พนักงานตรวจแรงงานได้มีคําสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง และคําสั่งนั้นเป็นที่สุดตามมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

(2) ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่อาจจัดหาทนายความฟ้องคดีเองได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย ซึ่งประสงค์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดียื่นคําร้องขอตามแบบท้ายระเบียบนี้ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ออกคําสั่งตามข้อ 5 หรือท้องที่ที่ลูกจ้างหรือนายจ้างมีภูมิลําเนา หรือท้องที่ที่มูลคดีเกิด แล้วแต่กรณีและให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับให้ไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคําร้องขอตามข้อ 6 แล้วให้ดําเนินการดังนี้

(1) ลงทะเบียนรับคําร้องขอไว้เป็นหลักฐาน

(2) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่าคดีมีมูลหรือไม่ ซึ่งในกรณีดังกล่าวหากมีการออกคําสั่ง พนักงานตรวจแรงงานตามข้อ 5 ถือว่าคดีมีมูล

(3) ให้ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความอย่างน้อย 2 ฉบับ และแบบพิมพ์อื่นของศาลตามที่จําเป็น

(4) กรณีที่มีลูกจ้างหลายคนประสงค์จะฟ้องนายจ้างรายเดียวกันในมูลเหตุเดียวกัน ให้ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายแต่งตั้งผู้แทนในการดําเนินคดี

(5) เสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงานเพื่อให้ความเห็นชอบในการฟ้องคดีและดําเนินคดีไปจนถึงที่สุด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับคําร้องตามข้อ 6 และข้อ 7 พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นคดีที่มีข้อยุ่งยาก หรือเป็นคดีที่มีลูกจ้างจํานวนมากฟ้องนายจ้างรายเดียวกัน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเรื่องให้กองนิติการดําเนินการฟ้องคดีภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่รับคําร้องขอ

กรณีที่กองนิติการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยากให้เสนอความเห็นต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาสั่งการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่มีเหตุผลความจําเป็นหรือมีพฤติการณ์พิเศษอันก่อให้เกิดผลกระทบต่อลูกจ้าง พนักงานเจ้าหน้าที่โดยความเห็นชอบของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย อาจรับเป็นทนายความฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 5 ก็ได้ โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการตามข้อ 7 (1) (2) (3) และ (4)

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีที่ไม่รับเป็นทนายความฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่รับคําร้องขอมีหนังสือแจ้งเหตุผลให้ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายทราบโดยไม่ชักช้า

ในกรณีรับเป็นทนายความฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความในศาลแรงงานจนคดีถึงที่สุด เมื่อศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งแล้ว หากคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอุทธรณ์คําพิพากษาของศาลแรงงาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการแก้อุทธรณ์และหากลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายประสงค์ให้อุทธรณ์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาตามรูปคดีและข้อกฎหมายว่าสมควรอุทธรณ์หรือไม่ แล้วเสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามที่อธิบดีแต่งตั้ง เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามคําบังคับภายในระยะเวลาหรือภายในเงื่อนไขที่ศาลกําหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคําร้องขอต่อศาลให้ออกหมายบังคับคดีภายในสามสิบวันนับแต่วันล่วงพ้นระยะเวลาหรือเงื่อนไขที่ศาลกําหนดและส่งสําเนาหมายบังคับคดีให้ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายเพื่อดําเนินการบังคับคดีโดยเร็ว ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการในการบังคับคดีตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2548

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b026c2845e3e3815

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com