法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
47
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง

พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]

เพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง

เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย

เหมาะสมและสอดคล้องกับข้อกำหนดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตรายทางทะเลและกฎหมายภายในประเทศ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.

๒๔๙๔ ประกอบข้อ ๑๓ ของระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการใช้ท่าเรือ

บริการและความสะดวกต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๔๙๔ ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทยจึงให้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน

๒๕๕๔ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ นับแต่วันใช้ระเบียบนี้ให้ยกเลิก

๓.๑ ประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓ เรื่อง

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายที่ท่าเรือแหลมฉบัง

๓.๒ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ

หรือหลักปฏิบัติอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“กทท.” หมายความว่า

การท่าเรือแห่งประเทศไทย

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย

“ทลฉ.” หมายความว่า

ท่าเรือแหลมฉบัง

“เขต ทลฉ.” หมายความว่า

พื้นที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกากำหนดอาณาบริเวณของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ณ

ท่าเรือแหลมฉบัง ในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชาและตำบลบางละมุง

อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๓๙

“สทบ.” หมายความว่า

สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง

“IMO” หมายความว่า องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International

Maritime Organization)

“IMDG Code” หมายความว่า

ประมวลข้อบังคับว่าด้วยการขนส่งสินค้าอันตรายทางทะเล (International

Maritime Dangerous Goods Code) ซึ่งกำหนดโดย IMO

“UN No.” หมายความว่า หมายเลขสหประชาชาติ (United

Nation Number) ของวัตถุอันตรายแสดงหมายเลขลำดับ (Serial

Number) ที่กำหนดขึ้นมาสำหรับสิ่งของหรือสารที่อยู่ภายใต้ระบบของสหประชาชาติ

กำหนดเป็นตัวเลขสี่หลัก

“สินค้าอันตราย” หมายความว่า

สิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ตามที่ IMO กำหนดไว้ใน IMDG

Code

“คลังสินค้าอันตราย” หมายความว่า

พื้นที่เก็บรักษาสินค้าอันตรายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง

“สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๑” หมายความว่า

สินค้าอันตรายร้ายแรงมากที่ห้ามบรรทุก หรือขนถ่ายหรือเคลื่อนย้ายบนเรือ หรือผ่าน

หรือถ่ายลำในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ได้แก่ สินค้าอันตรายประเภท ๖.๒ สารแพร่เชื้อ

ประเภท ๗ วัสดุกัมมันตรังสี ยกเว้น สารโคบอลต์-๖๐ และ Tantalum Glass

“สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๒” หมายความว่า

สินค้าอันตรายร้ายแรงที่อนุญาตให้ทำการบรรทุกหรือขนถ่ายข้างลำในเขตท่าเรือแหลมฉบัง

แต่ไม่อนุญาตให้ฝากเก็บในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ได้แก่ สินค้าอันตรายประเภท ๑

วัตถุระเบิด ประเภท ๒.๓ ก๊าซพิษ

“สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๓” หมายความว่า

สินค้าอันตรายนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกลุ่มที่ ๑ และกลุ่มที่ ๒

ซึ่งอนุญาตให้ทำการบรรทุก หรือขนถ่ายข้างลำในเขตท่าเรือแหลมฉบัง

แต่ต้องเคลื่อนย้ายไปฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายทันที

“ความเสี่ยงอันตรายรอง” หมายความว่า

หมายเลขประเภท หรือประเภทย่อยของความเสี่ยงอันตรายรอง

“ชื่อที่ถูกต้องในการขนส่ง”

หมายความว่า ชื่อของสินค้าอันตราย (Proper Shipping Name) ตามที่กำหนดใน

IMDG Code

“Waste” หมายความว่า ของเสียตามอนุสัญญาบาเซล

ว่าการควบคุม

การเคลื่อนย้ายข้ามแดนของเสียอันตรายและการกำจัดที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรม กำหนด

“EMPTY UNCLEANED” หมายความว่า

ภาชนะเปล่าและตู้สินค้าเปล่าที่ผ่านการบรรจุสินค้าอันตรายและยังไม่ได้ทำความสะอาด

“ฉลาก” (Labels according to IMDG - Code) หมายความว่า

สัญลักษณ์ที่เป็นรูปภาพซึ่งติดไว้ที่หีบห่อเพื่อแสดงความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายในการขนส่ง

โดยมีขนาด ลักษณะ และข้อความตามข้อกำหนดการขนส่งวัตถุอันตราย

“ป้าย” (Placard according to IMDG - Code) หมายความว่า

สิ่งที่ทำขึ้นประกอบด้วยสัญลักษณ์ที่เป็นรูปภาพซึ่งติดไว้บนผิวนอกของตู้สินค้า

หรือภาชนะ เพื่อแสดงความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายในการขนส่ง โดยมีขนาด ลักษณะ

และข้อความ ตามข้อกำหนดการขนส่งวัตถุอันตราย

“เครื่องหมาย” (Marks according to IMDG -

Code) หมายความว่า

สิ่งที่ทำขึ้นประกอบด้วยชื่อที่ถูกต้องของวัตถุอันตราย และหมายเลขสหประชาชาติ

รวมทั้งสัญลักษณ์ หรือข้อความอื่นใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในฉลากและป้าย

ซึ่งติดไว้ที่หีบห่อ หรือบนผิวนอกของตู้สินค้า

หรือภาชนะเพื่อเตือนถึงอันตรายของวัตถุอันตรายนั้น

“รถ” หมายความว่า รถยนต์

รถจักรยานยนต์ รถลากพ่วง รวมทั้งเครื่องมือยกขน และยานพาหนะทางบกทุกชนิด

ซึ่งเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

และมีอำนาจในการออกคำสั่ง ประกาศ หรือหลักปฏิบัติ

รวมทั้งมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้

และให้ถือเป็นที่สุด ก่อนรายงานให้คณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทยทราบ

การแบ่งกลุ่มประเภทสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สินค้าอันตรายแบ่งออกเป็น

๙ ประเภท ตาม IMDG-Code กำหนดปรากฏตามตารางการแบ่งกลุ่มประเภทสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง

แนบท้ายระเบียบนี้ ได้แก่

๖.๑ ประเภทที่ ๑ วัตถุระเบิด (Explosives)

๖.๒ ประเภทที่ ๒ ก๊าซ (Gases)

๖.๒.๑ ประเภทที่ ๒.๑ ก๊าซไวไฟ

๖.๒.๒ ประเภทที่ ๒.๒ ก๊าซไวไฟไม่เป็นพิษ

๖.๒.๓ ประเภทที่ ๒.๓ ก๊าซพิษ

๖.๓ ประเภทที่ ๓ ของเหลวไวไฟ (Flammable liquid)

๖.๔ ประเภทที่ ๔ ของแข็งไวไฟ สารที่ลุกไหม้ได้เอง

สารที่เปียกน้ำจะเกิดก๊าซ (Flammable solids ; substances liable to

spontaneous combustion ; substances which, in contact with water, emit

flammable gases)

๖.๕ ประเภทที่ ๕ สารอ๊อกซิไดซ์และสารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์ (Oxidizing substances

and organic peroxides)

๖.๖ ประเภทที่ ๖ สารพิษและสารแพร่เชื้อ (Toxic and

infectious substances)

๖.๖.๑ ประเภทที่ ๖.๑ สารพิษ

๖.๖.๒ ประเภทที่ ๖.๒ สารแพร่เชื้อโรค

๖.๗ ประเภทที่ ๗ วัสดุกัมมันตรังสี (Radioactive material)

๖.๘ ประเภทที่ ๘ สารกัดกร่อน (Corrosive substances)

๖.๙ ประเภทที่ ๙ สารอันตรายเบ็ดเตล็ดและอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม (Miscellaneous dangerous

substances and articles)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สินค้าอันตรายที่กำหนดไว้ตามระเบียบนี้

หากมีการยกเลิกหรือเพิ่มเติม ให้เป็นไปตามประกาศของหน่วยงานราชการไทยที่เกี่ยวข้อง

หรือตามที่ IMDG Code กำหนด

สินค้าอันตรายขาเข้า

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้เจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของเรือ

ซึ่งประสงค์จะนำสินค้าอันตรายเข้ามาในเขต ทลฉ. ดำเนินการดังนี้

๘.๑ ยื่นแบบรายงานสินค้าอันตราย (ขนถ่ายขึ้นจากเรือ) (ทลฉ. สคอ.๐๑) ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้

ซึ่งจะขนถ่าย หรือถ่ายลำที่เขต ทลฉ. ที่กองการท่า ทลฉ. คลังสินค้าอันตราย และท่าเทียบเรือที่เรือบรรทุกสินค้าอันตรายจะเทียบท่านั้น

ก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง

สำหรับสินค้าอันตรายที่บรรทุกขึ้นเรือจากราชอาณาจักรกัมพูชา

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มาเลเซีย และสาธารณรัฐสิงคโปร์

ต้องยื่นรายการสินค้าอันตราย ก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๑๒ ชั่วโมง

และเรือที่มาจากท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือภายในประเทศ

ต้องยื่นรายการสินค้าอันตราย ก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง

๘.๒ รายการตามแบบข้อ ๘.๑

สำหรับสินค้าอันตรายที่จะขนถ่ายหรือถ่ายลำต้องมีรายละเอียดประกอบด้วย

๘.๒.๑ ลำดับที่ (Item No.)

๘.๒.๒ เลขที่ใบตราส่ง (B/L No.)

๘.๒.๓ จำนวนหีบห่อ (No. of Packages)

๘.๒.๔ ชื่อสินค้า (Proper Shipping Name)

๘.๒.๕ น้ำหนัก (Net Weight)

๘.๒.๖ ประเภทของสินค้าอันตราย/หมายเลขสหประชาชาติ (Class/UN No.)

๘.๒.๗ จุดวาบไฟ (Flash Point)

๘.๒.๘ กลุ่มการบรรจุ (Packing Group)

๘.๒.๙ หมายเลขตู้สินค้า (Container No.)

๘.๒.๑๐ สถานภาพของตู้สินค้า (Status)

๘.๒.๑๑ ชื่อ ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้นำเข้า (Consignee’s

Name & Address & Telephone)

๘.๒.๑๒ ชื่อ

และหมายเลขโทรศัพท์ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในประเทศไทยที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน

๘.๒.๑๓ แนบเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) ตามที่ IMO (ภาษาอังกฤษ) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรม (ภาษาไทย) กำหนด หรือเอกสารอื่นที่มีรายละเอียดข้อมูลของสินค้าอันตรายแต่ละรายการไว้ด้วย

๘.๓ รายการตามแบบข้อ ๘.๑ สำหรับสินค้าอันตรายที่วางบนเรือผ่านเขต

ทลฉ. ยื่นแบบรายงานสินค้าอันตราย (ที่บรรทุกวางอยู่บนเรือ) (ทลฉ. สคอ.๐๓)

ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ที่กองการท่า ทลฉ. คลังสินค้าอันตราย

และท่าเทียบเรือที่เรือบรรทุกสินค้าอันตรายจะเทียบท่านั้นก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า

๒๔ ชั่วโมง เฉพาะสายเดินเรือที่มาจากราชอาณาจักรกัมพูชาและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ต้องยื่นแบบรายการสินค้าอันตรายไม่น้อยกว่า ๑๒ ชั่วโมง ก่อนตารางเรือเทียบท่า

และเรือที่มาจากท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือภายในประเทศ

ต้องยื่นรายการสินค้าอันตรายก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง

โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย

๘.๓.๑ ลำดับที่ (Item No.)

๘.๓.๒ เลขที่ใบตราส่ง (B/L No.)

๘.๓.๓ จำนวนหีบห่อ (No. of Packages)

๘.๓.๔ ชื่อสินค้า (Proper Shipping Name)

๘.๓.๕ น้ำหนัก (Net Weight)

๘.๓.๖ ประเภทของสินค้าอันตราย/หมายเลขสหประชาชาติ (Class/UN No.)

๘.๓.๗ จุดวาบไฟ (Flash Point)

๘.๓.๘ กลุ่มการบรรจุ (Packing Group)

๘.๓.๙ หมายเลขตู้สินค้า (Container No.)

๘.๓.๑๐ สถานภาพของตู้สินค้า (Status)

๘.๓.๑๑ ตำแหน่งที่วางบนเรือ (Storage Position)

๘.๓.๑๒ แนบเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) ตามที่ IMO (ภาษาอังกฤษ) กำหนด

หรือเอกสารอื่นที่มีรายละเอียดข้อมูลของสินค้าอันตรายแต่ละรายการไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สินค้าอันตรายขาเข้าตามหมวด ๑ แบ่งออกเป็น

๓ กลุ่ม ตามตารางแบ่งกลุ่มสินค้าอันตรายของ ทลฉ. แนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สินค้าอันตรายทุกประเภทที่มีความเสี่ยงอันตรายรองอยู่ในกลุ่มที่

๑ และ ๒ ให้ถือเป็นสินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๑ และ ๒

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สินค้าอันตรายกลุ่มที่

๑ ไม่อนุญาตให้ทำการขนถ่ายหรือเคลื่อนย้ายบนเรือ หรือผ่านหรือถ่ายลำในเขต ทลฉ.

(ยกเว้นสารโคบอลต์-๖๐ และ Tantalum Glass เฉพาะที่นำเข้ามาใช้ประโยชน์แก่ประเทศไทยเท่านั้น

ให้ทำการขนถ่ายข้างลำแล้วนำออกจากเขต ทลฉ. โดยตรงทันที)

สำหรับสารโคบอลต์-๖๐ ผู้นำเข้าต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดดังนี้

๑๑.๑ ก่อนสั่งนำเข้าสารโคบอลต์-๖๐

ต้องติดต่อประสานงานโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗

วันทำการ ได้แก่ กองการท่า ทลฉ. สทบ.

ผู้ประกอบการท่าที่จะนำเรือเทียบท่าคลังสินค้าอันตรายและตัวแทนเรือ เพื่อวางแผน

กำหนดมาตรการและเตรียมการขนถ่ายและขนส่งสารโคบอลต์-๖๐ ให้ปลอดภัยที่สุด

๑๑.๒ จัดส่งเอกสารแสดงรายละเอียด จำนวน

และวัตถุประสงค์ในการนำเข้าโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๑๑.๓ จัดส่งเอกสารที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสารโคบอลต์-๖๐

อย่างถูกต้องจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

๑๑.๔

แสดงและส่งสำเนาหนังสือรับรองการตรวจสอบภาชนะที่ใช้บรรจุสารโคบอลต์-๖๐

ว่ามีความปลอดภัยในการขนส่งจากหน่วยงานของรัฐในต่างประเทศ

และได้รับการตรวจสอบพร้อมหนังสือรับรองจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

๑๑.๕ ให้ขนถ่ายสารโคบอลต์-๖๐ ข้างลำลงจากเรือ แล้วนำออกนอกเขต ทลฉ. โดยตรงทันที

๑๑.๖ กำหนดมาตรการป้องกันการรั่วไหลรังสีของสารโคบอลต์-๖๐

ที่ได้มาตรฐานโดยต้องจัดเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

พร้อมเครื่องมือเพื่อมาควบคุมและตรวจสอบการรั่วไหลของรังสีตลอดเวลา

โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อเรือเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว

๑๑.๗ กำหนดมาตรการขนถ่ายขึ้นจากเรือ รวมทั้งขนส่งภายในและภายนอกเขต ทลฉ.

ไปยังสถานที่เก็บของผู้นำเข้าอย่างปลอดภัยที่สุด

โดยต้องจัดเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงควบคุมการขนถ่ายและขนส่งสารโคบอลต์-๖๐

ตลอดเวลา รวมทั้งบริเวณที่ขนถ่าย ฯ ต้องมีการควบคุมในระยะประมาณ ๔๐ เมตร

พร้อมติดตั้งสัญลักษณ์เตือนเพื่อป้องกันมิให้บุคคลภายนอกเข้าไปอยู่ในบริเวณที่ขนถ่ายสารโคบอลต์-๖๐

ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๒

อนุญาตให้ทำการขนถ่ายข้างลำขึ้นจากเรือในเขต ทลฉ. ได้ แต่ไม่อนุญาตให้ฝากเก็บ

และต้องนำออกจากเขต ทลฉ. โดยตรงทันที

เว้นแต่สินค้าอันตรายที่ผ่านพิธีการทางศุลกากรและชำระค่าภาระต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว

ในกรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำสินค้าออกนอกเขต ทลฉ. ได้ ให้นำรถบรรทุกไปจอดไว้ในพื้นที่ที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สินค้าอันตรายกลุ่มที่

๓ อนุญาตให้ทำการขนถ่ายข้างลำขึ้นจากเรือในเขต ทลฉ. และต้องเคลื่อนย้ายนำไปฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายโดยตรงทันที

ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้วางพัก

หรือเปิดตู้สินค้าหรือฝากเก็บในท่าเทียบเรือโดยเด็ดขาด

สินค้าอันตรายขาออก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เจ้าของสินค้า

หรือตัวแทนเจ้าของสินค้า หรือตัวแทนเรือที่ประสงค์จะส่งสินค้าอันตรายออกนอกเขต

ทลฉ. ดำเนินการดังนี้

๑๔.๑ กรณีสินค้าอันตรายขอบรรจุตู้สินค้า

ให้ยื่นสำเนาใบขนสินค้าขาออกตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด พร้อมหมายเลขตู้สินค้าที่ต้องการบรรจุสินค้าอันตรายที่คลังสินค้าอันตราย

ทลฉ. ไม่น้อยกว่า ๔๘ ชั่วโมง ก่อนนำสินค้าอันตรายเข้ามาที่คลังสินค้าอันตราย

และต้องนำสินค้าอันตรายเข้ามาบรรจุที่คลังสินค้าอันตรายก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า

๒๔ ชั่วโมง

๑๔.๒ กรณีสินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๓

ที่บรรจุตู้สินค้ามาจากภายนอกให้นำเข้าคลังสินค้าอันตราย ไม่น้อยกว่า ๑๒

ชั่วโมงก่อนตารางเรือเทียบท่า

พร้อมแนบใบกำกับการขนย้ายตู้สินค้าตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด

๑๔.๓ ยื่นแบบรายงานสินค้าอันตราย (ที่บรรทุกลงเรือ) (ทลฉ. สคอ.๐๒) ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้

ที่กองการท่า ทลฉ. คลังสินค้าอันตราย

และท่าเทียบเรือที่เรือจะบรรทุกสินค้าอันตรายจะเทียบท่านั้น

ก่อนเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง

๑๔.๔ สำหรับสินค้าอันตรายที่จะบรรทุกหรือถ่ายลำ ตามข้อ ๑๔.๓

ต้องมีรายละเอียดประกอบด้วย

๑๔.๔.๑ ชื่อสินค้า (Proper Shipping Name)

๑๔.๔.๒ จำนวนหีบห่อ (No. of Packing)

๑๔.๔.๓ น้ำหนัก (Net Weight)

๑๔.๔.๔ ประเภทของสินค้าอันตราย/หมายเลขสหประชาชาติ (Class/UN No.)

๑๔.๔.๕ จุดวาบไฟ (Flash Point)

๑๔.๔.๖ กลุ่มการบรรจุ (Packing Group)

๑๔.๔.๗ หมายเลขตู้สินค้า ชื่อเรือ เที่ยวเรือ (Container No.,

Vessel and Voyage)

๑๔.๔.๘ ชื่อที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ผู้ส่งออก (Shipper’s Name

& Address & Telephone)

๑๔.๔.๙

ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในประเทศไทยที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน

๑๔.๔.๑๐ แนบเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) หรือเอกสารอื่นที่มีรายละเอียดข้อมูลของสินค้าอันตรายแต่ละรายการไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สินค้าอันตรายขาออกตามหมวด ๑ แบ่งออกเป็น ๓

กลุ่ม ตามตารางแบ่งกลุ่มสินค้าอันตรายของ ทลฉ. แนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สินค้าอันตรายกลุ่มที่

๑ ไม่อนุญาตให้ทำการบรรทุกลงเรือในเขต ทลฉ. (ยกเว้นสารโคบอลต์-๖๐

ที่นำเข้ามาใช้ประโยชน์แก่ประเทศไทยแล้วส่งคืนกลับประเทศผู้ผลิตเท่านั้น)

ให้นำเข้ามาในเขต ทลฉ. และบรรทุกข้างลำลงเรือโดยตรงทันที

โดยผู้ส่งออกต้องปฏิบัติในทางกลับกันตามข้อ ๑๑.๑ ถึงข้อ ๑๑.๗ อย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สินค้าอันตรายกลุ่มที่

๒ อนุญาตให้นำสินค้าเข้ามาในเขต ทลฉ. และบรรทุกข้างลำลงเรือโดยตรงทันที

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ สินค้าอันตรายกลุ่มที่

อนุญาตให้นำสินค้าเข้ามาฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายก่อนแล้วบรรทุกข้างลำลงเรือในเขต

ทลฉ. โดยตรงได้ หรือนำสินค้าอันตรายมาบรรจุเข้าตู้สินค้าและฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายก่อนเคลื่อนย้ายบรรทุกข้างลำลงเรือโดยตรง

แต่จะไม่อนุญาตให้บรรจุสินค้าอันตรายเข้าตู้ หรือฝากเก็บในท่าเทียบเรือโดยเด็ดขาด

ของเสียอันตราย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การนำเข้าหรือส่งออกของเสียอันตรายจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดต่าง

ๆ ตามที่อนุสัญญาบาเซลว่าการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของเสียอันตรายและการกำจัด

(Basel

Convention on the Control of Transboundary Movements of Hazardous Wastes and their

Disposal) และมาตรฐานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

กำหนดไว้โดยเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ สินค้าอันตรายขาเข้าที่เป็น

Waste

จะต้องระบุคำว่า “Waste” ในแบบรายงานสินค้าอันตราย

(ทลฉ. สคอ. ๐๔) และต้องฝากเก็บไว้ในตู้สินค้าเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ สินค้าอันตรายขาออกที่เป็น

Waste ต้องบรรจุตู้สินค้ามาจากภายนอกเท่านั้น ทั้งนี้ ต้องระบุคำว่า “Waste” ในสำเนาใบขนสินค้าขาออกด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ของเสียที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในการขนส่งต้องอยู่ภายใต้ประเภทที่

๙ UN

No. ๓๐๘๒ “Environmentally Hazardous Substance, Liquid,

N.O.S” สำหรับของเหลว หรือ UN No. ๓๐๗๗ “Environmentally

Hazardous Substance, Solid, N.O.S” สำหรับของแข็ง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ของเสียอันตรายที่ไม่ครอบคลุมใน

IMDG

- Code แต่ถูกควบคุมด้วยอนุสัญญาบาเซลในการขนส่งต้องอยู่ภายใต้ประเภทที่

๙ UN No. ๓๐๘๒ “Environmentally Hazardous

Substance,Liquid, N.O.S” สำหรับของเหลว หรือ UN

No. ๓๐๗๗ “Environmentally Hazardous Substance, Solid,

N.O.S” สำหรับของแข็ง

ภาชนะเปล่าและตู้สินค้าเปล่าที่ผ่านการบรรจุสินค้าอันตราย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ภาชนะเปล่าและตู้สินค้าเปล่าที่ผ่านการบรรจุสินค้าอันตราย

และยังไม่ได้ทำความสะอาดในการนำเข้า

หรือส่งออกต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับสินค้าอันตรายทุกประการและต้องระบุคำว่า “EMPTY UNCLEANED”

ในแบบรายงานสินค้าอันตราย (ขนถ่ายขึ้นจากเรือ) (ทลฉ.สคอ.๐๑)

ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ สำหรับสินค้าอันตรายขาเข้า

และสำเนาใบขนสินค้าขาออกสำหรับสินค้าอันตรายขาออกด้วย

การรมยา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ทลฉ.

อนุญาตให้ทำการรมยาตู้สินค้าเฉพาะตู้สินค้าขาออกที่บรรจุสินค้าเรียบร้อยแล้วที่คลังสินค้าอันตรายเท่านั้น

ห้ามทำการรมยาตู้สินค้าเปล่าโดยเด็ดขาด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ บริษัทที่ดำเนินการรมยาหรือตัวแทนเจ้าของสินค้าที่ประสงค์รมยาตู้สินค้าขาออกต้องยื่นแบบขออนุญาตรมยาตู้สินค้าหรือเติมน้ำยาทำความเย็นตู้สินค้า

(ทลฉ. สคอ. ๐๔) ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ ที่กองการท่า ทลฉ. และคลังสินค้าอันตราย

ก่อนดำเนินการรมยาไม่น้อยกว่า ๖ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ สินค้าขาออกที่ทำการบรรจุตู้สินค้าที่ท่าเทียบเรือ

ให้เคลื่อนย้ายนำตู้สินค้ามาทำการรมยาได้ที่คลังสินค้าอันตรายเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ตู้สินค้าที่บรรจุสินค้าอันตรายเมื่อทำการรมยาแล้ว

ต้องติดเครื่องหมายรมยาที่ประตูตู้สินค้า โดยระบุชื่อสารเคมีที่ใช้

และวันที่ทำการรมยา พร้อมทั้งติดป้ายประเภทสินค้าอันตรายที่บรรจุในตู้สินค้านั้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ตู้สินค้าที่บรรจุสินค้าทั่วไปเมื่อทำการรมยาแล้ว

ต้องติดเครื่องหมายรมยาที่ประตูตู้สินค้า โดยระบุชื่อสารเคมีที่ใช้

และวันที่ทำการรมยา พร้อมทั้งติดป้ายประเภทที่ ๙ UN No. ๓๓๕๙ ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ บริษัทที่ดำเนินการรมยาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่จากสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร

กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และในขณะที่ทำการรมยาต้องปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ชีวิต

สิ่งแวดล้อมและทรัพย์สินอย่างเคร่งครัด โดยเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ต้องนำภาชนะ

หรือหีบห่อบรรจุสารเคมีที่ใช้รมยาและเศษวัสดุต่าง ๆ ออกจากเขต ทลฉ.

และห้ามทิ้งเศษวัสดุข้างต้นในเขต ทลฉ. โดยเด็ดขาด

การเติมน้ำยาทำความเย็นตู้สินค้า

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ทลฉ.

อนุญาตให้ทำการเติมน้ำยาทำความเย็นตู้สินค้าได้ทั้งตู้สินค้าขาเข้าและขาออก

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ บริษัทที่ดำเนินการเติมน้ำยาหรือตัวแทนเจ้าของสินค้าที่ประสงค์เติมน้ำยาทำความเย็นตู้สินค้าต้องยื่นแบบขออนุญาตตามข้อ

๒๖ ที่กองการท่า ทลฉ. และคลังสินค้าอันตราย ก่อนการดำเนินการเติมน้ำยา

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การเติมน้ำยาทำความเย็น

อนุญาตให้ดำเนินการได้ ณ บริเวณพื้นที่ที่ ทลฉ. กำหนดเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ตู้สินค้าที่ดำเนินการเติมน้ำยาทำความเย็นแล้ว

ต้องติดเครื่องหมาย IMDG Code กำหนดที่ประตูตู้สินค้า

ข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าอันตราย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าอันตรายต้องอยู่ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลของผู้ประกอบการคลังสินค้าอันตรายซึ่งมีความรู้ความสามารถความชำนาญงานผ่านการอบรมหลักสูตรสินค้าอันตรายและความปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การบรรทุกและขนถ่ายสินค้าอันตรายต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้

และข้อบังคับของ IMO โดยเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้ตัวแทนเรือต้องยื่นรายการสินค้าอันตรายที่จะบรรทุกหรือขนถ่ายในเขต

ทลฉ. และวางอยู่บนเรือผ่านเขต ทลฉ. และแผนผังการจัดเก็บสินค้าอันตรายในระวางเรือให้แก่กองการท่าทลฉ.

คลังสินค้าอันตราย และท่าเทียบเรือที่เรือบรรทุกสินค้าอันตรายนั้นเทียบท่าฯ

และต้องนำแผนผังการจัดเก็บสินค้าอันตรายในระวางเรือมาติดแสดงไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน

บริเวณช่องทางขึ้นบนเรือก่อนการปฏิบัติงานบรรทุกและขนถ่ายสินค้าทั่วไป

และสินค้าอันตรายทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ห้ามนำน้ำมันเชื้อเพลิงมาเติมให้กับรถภายในเขต

ทลฉ. นอกจากพื้นที่ที่ ทลฉ. กำหนด

ยกเว้นรถบรรทุกน้ำมันและเรือน้ำมันที่มาเติมน้ำมันให้กับเรือสินค้า

และต้องปฏิบัติตามระเบียบ ประกาศของ ทลฉ. ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสินค้าอันตรายภายในเขต

ทลฉ.

จะต้องสวมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ

คลังสินค้าอันตรายและกิจกรรมต่อเนื่อง

ต้องจัดทำแผนฉุกเฉินในกรณีเกิดสินค้าอันตรายรั่วไหล หรือมีอุบัติภัย อุบัติเหตุ

เสนอ ทลฉ. ด้วย

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ การจัดเก็บสินค้าอันตรายที่คลังสินค้าอันตราย

ต้องปฏิบัติตาม IMO อย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ภาชนะที่ใช้บรรจุสินค้าอันตรายต้องได้มาตรฐานตามที่

IMDG-Code

กำหนด และต้องติดฉลาก ป้ายและเครื่องหมายสินค้าอันตรายบนภาชนะ

หรือตู้สินค้าที่บรรจุสินค้าอันตรายให้ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการบรรจุสินค้าอันตรายเต็มตู้สินค้า

หรือปนกับสินค้าทั่วไป

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ สินค้าประเภทเปรอะเปื้อนและสินค้าประเภทมีกลิ่นเหม็น

ทลฉ. ไม่รับฝากเก็บภายในโรงพักสินค้า โดยต้องฝากเก็บในตู้สินค้าเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในการขนส่งสินค้าอันตราย

ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับขี่ประเภทที่ ๔

และมีข้อมูลความปลอดภัยของสินค้าอันตรายนั้น

รวมทั้งต้องทำการผูกยึดสินค้าอันตรายบนรถบรรทุกให้แน่นหนาก่อนขนส่งเข้าหรือออกจากเขต

ทลฉ. ทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยตลอดเส้นทางการขนส่ง

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ทลฉ.

จะนำกฎหมายศุลกากรฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอันตรายมาบังคับใช้โดยอนุโลม

เพื่อให้มีมาตรการควบคุมไม่ให้มีการนำสินค้าอันตรายมาทิ้งไว้ ณ ทลฉ.

มาตรการบังคับ

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ทลฉ.

จะดำเนินการกรณีเจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของเรือ เจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้า

ที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามหมวด ๒ ของระเบียบนี้ อันอาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติภัย

หรือเกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมและทรัพย์สินของ ทลฉ. ดังนี้

๔๖.๑ เจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของเรือที่ละเลยไม่แจ้งบัญชีสินค้าอันตรายหรือแจ้งไม่ครบตามที่ระบุไว้ในบัญชีสินค้าสำหรับเรือ

หรือมิได้แจ้งภายในระยะเวลาที่ ทลฉ.

กำหนดหรือไม่แจ้งสินค้าอันตรายทั้งหมดที่บรรทุกมาบนเรือผ่านเขต ทลฉ. ทลฉ.

จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตรา ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ต่อ ๑

ลำเรือ โดยเรียกเก็บจากเจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของเรือ

๔๖.๒ เจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้าที่ละเลยไม่แจ้งบัญชีสินค้าอันตราย

ทลฉ. จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตรา ๑๐,๐๐๐ บาท

(หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อ ๑ ใบตราส่งสินค้าโดยเรียกเก็บจากเจ้าของ

หรือตัวแทนเจ้าของสินค้า

๔๖.๓

กรณีตู้บรรจุสินค้าอันตรายไม่ติดฉลากสินค้าอันตรายบริเวณข้างตู้บรรจุสินค้านั้นหรือหากเจ้าของ

หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าได้ติดฉลากนั้นแล้ว

แต่ปรากฏว่าฉลากนั้นชำรุดเสียหายหรือฉีกขาด ทลฉ. จะเป็นผู้ดำเนินการติดให้ใหม่

โดยเจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าจะต้องเสียค่าปรับฉลากละ ๑,๐๐๐ บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ทลฉ.

จะดำเนินการกรณีเจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้า

หรือตัวแทนเจ้าของเรือที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามหมวด ๓ ของระเบียบนี้

อันอาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติภัยหรือเกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมและทรัพย์สินของ

ทลฉ. ดังนี้

๔๗.๑ เจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของเรือที่ละเลยไม่ดำเนินการตามข้อ ๑๔.๓ และข้อ

๑๔.๔ ทลฉ. จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตรา ๕๐,๐๐๐ บาท

(ห้าหมื่นบาทถ้วน) ต่อ ๑ ลำเรือโดยเรียกเก็บจากเจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือ

๔๗.๒ เจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้าที่ละเลยไม่ดำเนินการตามข้อ ๑๔.๑

และข้อ ๑๔.๒ ทลฉ. จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตรา ๑๐,๐๐๐ บาท

(หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อ ๑ ใบขนสินค้า

๔๗.๓

กรณีตู้บรรจุสินค้าอันตรายไม่ติดฉลากสินค้าอันตรายบริเวณข้างตู้บรรจุสินค้านั้น หรือหากเจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้าได้ติดฉลากนั้นแล้ว

แต่ปรากฏว่าฉลากนั้นชำรุดเสียหายหรือฉีกขาด ทลฉ. จะเป็นผู้ดำเนินการติดให้ใหม่

โดยเจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของสินค้าจะต้องเสียค่าปรับฉลากละ ๑,๐๐๐ บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔

เฉลิมชัย

มีคุณเอี่ยม

ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย

การท่าเรือแห่งประเทศไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ตารางการแบ่งกลุ่มประเภทสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง แนบท้ายระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. ๒๕๕๔

๒. แบบรายงานสินค้าอันตราย (ขนถ่ายขึ้นจากเรือ) Dangerous Good Declaration

๓. แบบรายงานสินค้าอันตราย (ที่บรรทุกลงเรือ) Dangerous Good

Declaration

๔. แบบรายงานสินค้าอันตราย (ที่บรรทุกวางอยู่บนเรือ) Dangerous Good Declaration

๕. แบบขออนุญาตรมยาตู้สินค้า หรือเติมน้ำยาทำความเย็นตู้สินค้า

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๑ มิถุนายน

๒๕๕๔

ณัฐวดี/ตรวจ

๒๑ มิถุนายน

๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๖๔ ง/หน้า ๑๖/๘ มิถุนายน ๒๕๕๔

47 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b063a8b831f18d17

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com