法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง

ระเบียบคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์

และวิธีพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน

พ.ศ.

๒๕๕๐

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๓ และมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕

คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน พ.ศ.

๒๕๔๗ และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์

และวิธีพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๔๓

ผู้ได้รับคำสั่งของนายทะเบียนต้องกระทำสำหรับเพื่อตนเอง

จะอุทธรณ์เพื่อผู้อื่นไม่ได้

การอุทธรณ์คำสั่งตามวรรคหนึ่ง

ย่อมไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งนั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

คำอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือโดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริง

หรือข้อกฎหมายที่อ้างอิง พร้อมทั้งมีรายการ ดังต่อไปนี้

(๑)

วัน เดือน ปี ที่ยื่นอุทธรณ์

(๒)

ชื่อและที่อยู่ของผู้อุทธรณ์

(๓)

คำชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมทั้งความประสงค์ที่ยกขึ้นอ้างอิงในการอุทธรณ์โดยแจ้งชัด

(๔)

ลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์

ทั้งนี้

ให้แนบสำเนาคำสั่งของนายทะเบียน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบการอุทธรณ์ ถ้ามี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยื่นอุทธรณ์

ให้ผู้ยื่นอุทธรณ์ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

หรือจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก็ได้ในกรณียื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่

ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ออกใบรับอุทธรณ์ให้แก่ผู้ยื่นอุทธรณ์ในวันยื่นอุทธรณ์

ถ้าส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ให้ถือวันที่ปรากฏในหลักฐานทางไปรษณีย์เป็นวันยื่นอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เมื่อได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

นำเสนออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงเพื่อพิจารณาโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

คณะกรรมการจะพิจารณาอุทธรณ์เอง

หรือจะมอบหมายให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณา

และเสนอความเห็นเกี่ยวกับอุทธรณ์ก่อนก็ได้

กรรมการหรืออนุกรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในอุทธรณ์เรื่องใดจะเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการก็ได้

แต่จะเข้าร่วมประชุมพิจารณาอุทธรณ์นั้นมิได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการจะแจ้งให้ผู้อุทธรณ์หรือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องอุทธรณ์

มาชี้แจงข้อเท็จจริง

หรือส่งเอกสารหรือข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการที่ได้สั่งตามมาตรา

๑๖

โดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ

แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าผู้อุทธรณ์ได้ทิ้งอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ถ้าผู้อุทธรณ์ทิ้งอุทธรณ์ หรือถอนอุทธรณ์

ให้คณะกรรมการจำหน่ายอุทธรณ์นั้นเสีย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการในเรื่องใดประเด็นใด

ถ้าได้ทิ้งอุทธรณ์หรือถอนอุทธรณ์แล้ว ห้ามอุทธรณ์ซ้ำอีก

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่คณะกรรมการมอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับอุทธรณ์ตามข้อ

คณะอนุกรรมการต้องพิจารณาอุทธรณ์และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับอุทธรณ์จากคณะกรรมการ

แต่ถ้ายังพิจารณาไม่แล้วเสร็จให้คณะอนุกรรมการขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ได้ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน

และให้บันทึกเหตุผลที่จำเป็นต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ในแต่ละครั้งไว้ด้วย

พร้อมทั้งรายงานให้คณะกรรมการทราบตามระยะเวลาที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

คณะกรรมการต้องพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับอุทธรณ์

เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ได้ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน

และให้บันทึกเหตุผลที่จำเป็นต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้วให้มีคำวินิจฉัยอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้

(๑)

ถ้าเห็นว่าอุทธรณ์นั้นยื่นเกินกำหนดเวลาตามมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง

หรือถ้าเป็นอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายและเห็นว่าปัญหาข้อกฎหมายนั้นไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย

หรือถ้าเรื่องที่อุทธรณ์นั้นมีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล หรือศาลพิพากษา

หรือมีคำสั่งเด็ดขาดแล้ว ให้ยกอุทธรณ์

(๒)

ถ้าเห็นว่าคำสั่งของนายทะเบียนถูกต้องไม่ว่าโดยเหตุเดียวกัน

หรือโดยเหตุอื่นให้มีคำวินิจฉัยยืนตามคำสั่งของนายทะเบียน

(๓)

ถ้าเห็นว่าคำสั่งของนายทะเบียนไม่ถูกต้อง

ให้กลับคำสั่งของนายทะเบียนและมีคำวินิจฉัยในปัญหาเหล่านั้นใหม่

(๔)

ถ้าเห็นว่าคำ สั่งของนายทะเบียนถูกบางส่วนและผิดบางส่วน ให้แก้คำสั่งของนายทะเบียน

โดยมีคำวินิจฉัยยืนส่วนที่ถูกและมีคำวินิจฉัยแก้ส่วนที่ผิดนั้นใหม่

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามข้อ ๑๕

ให้ทำเป็นหนังสือระบุเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยโดยชัดแจ้ง

และลงลายมือชื่อกรรมการทุกคนที่ร่วมพิจารณาอุทธรณ์เรื่องนั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้ประธานกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงรักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐

ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

วีระพงษ์ บุญโญภาส

ประธานกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง

วิภา/ผู้จัดทำ

๒๘

มิถุนายน ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๗ ง/หน้า ๒๔/๑๐ มกราคม ๒๕๕๑

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b0c24e2755fb8ac2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com