法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมเจ้าท่า ที่ 370/2560 เรื่อง การต่อ ดัดแปลง เปลี่ยนประเภท หรือทำลายเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
4
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งกรมเจ้าท่า

คำสั่งกรมเจ้าท่า

ที่ ๓๗๐/๒๕๖๐

เรื่อง การต่อ ดัดแปลง เปลี่ยนประเภท หรือทำลายเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง[๑]

เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปตามข้อ ๑๓ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุมเพิ่มเติม ครั้งที่ ๔ ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดต่อ ดัดแปลง เปลี่ยนประเภท หรือทำลายเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง เว้นแต่จะมีหนังสือรับรองจากกรมเจ้าท่า และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน อธิบดีกรมเจ้าท่าจึงออกคำสั่งไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การต่อเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง

(๑) ให้ผู้ที่ประสงค์จะต่อเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมงยื่นคำขอหนังสือรับรอง ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา หรือสำนักมาตรฐานเรือ

(๒) เมื่อได้รับคำขอตาม (๑) แล้ว ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานเรือรวบรวมรายชื่อผู้ยื่นคำขอโดยทำเป็นหนังสือผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่า แจ้งผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือภายในหนึ่งวันทำการ และให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือทำหนังสือสอบถามกรมประมงว่าสามารถให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการต่อเรือได้หรือไม่ ผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) ภายในหนึ่งวันทำการเพื่อให้กรมประมงพิจารณา ว่าสามารถให้ดำเนินการต่อเรือดังกล่าวได้หรือไม่ก่อนแจ้งให้กรมเจ้าท่าทราบภายในสามวันทำการหลังจากได้รับหนังสือสอบถามจากกรมเจ้าท่า

(๓) เมื่อได้รับแจ้งจากกรมประมงแล้วให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือแจ้งต่อไปยังสำนักมาตรฐานเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาที่เกี่ยวข้องผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่าภายในหนึ่งวันทำการ และให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานเรือหรือผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาดำเนินการดังนี้

(๓.๑) จัดทำหนังสือรับรองว่าสามารถดำเนินการต่อเรือได้ มอบให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายในสามวันทำการ ในกรณีที่กรมประมงแจ้งว่าสามารถให้ดำเนินการต่อเรือได้

(๓.๒) จัดทำหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอว่าไม่สามารถให้ดำเนินการต่อเรือได้ภายในสามวันทำการ ในกรณีที่กรมประมงแจ้งว่าไม่สามารถให้ดำเนินการต่อเรือได้

(๔) เมื่อเจ้าของเรือได้รับหนังสือรับรองตาม (๓.๑) แล้วจึงจะสามารถดำเนินการต่อเรือได้ และเมื่อเจ้าของเรือจะเริ่มดำเนินการต่อเรือต้องแจ้งแผนกำหนดการต่อเรือจนกระทั่งการต่อเรือแล้วเสร็จต่อกรมเจ้าท่า

ในกรณีที่เป็นการต่อเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมงซึ่งมีขนาดความยาวตลอดลำตั้งแต่ ๒๔ เมตร ขึ้นไป ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ (ฉบับที่ ๓๗) พ.ศ. ๒๕๕๓

ในการตรวจสอบการต่อเรือในแต่ละขั้นตอนได้แก่ การวางกระดูกงู การติดตั้งเครื่องยนต์และการทดลองเรือเมื่อเรือต่อแล้วเสร็จ ให้เจ้าของเรือยื่นหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าโดยสำนักมาตรฐานเรือ หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา แล้วแต่กรณี และเจ้าหน้าที่ของกรมประมงหรือประมงจังหวัดเป็นผู้ร่วมตรวจสอบ พร้อมทั้งให้บันทึกภาพการดัดแปลงเรือในแต่ละขั้นตอนไว้เป็นหลักฐาน

(๕) เมื่อได้ดำเนินการต่อเรือเสร็จสิ้นแล้ว ให้เจ้าของเรือยื่นคำขอเพื่อขอให้ตรวจเรือและขอจดทะเบียนเรือ ณ กรมเจ้าท่า หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาต่อไป และให้นายทะเบียนเรือหมายเหตุชื่อเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าและกรมประมง ที่ทำการตรวจสอบการต่อเรือร่วมกันไว้ในทะเบียนเรือหรือใบอนุญาตใช้เรือไว้ด้วย

(๖) การต่อเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมงที่มิได้มุ่งหมายเพื่อการจดทะเบียนเรือไทย ให้ผู้ต่อเรือแจ้งต่อกรมเจ้าท่าและกรมประมงภายใน ๑๕ วัน นับแต่มีการว่าจ้างให้ต่อเรือ โดยแสดงหลักฐานการว่าจ้างสัญญาต่อเรือและรายชื่อประเทศที่เรือนั้นประสงค์จะจดทะเบียน และเมื่อเรือดังกล่าวได้จดทะเบียนแล้วเสร็จให้แจ้งต่อกรมเจ้าท่าและกรมประมงภายใน ๑๕ วัน โดยแนบสำเนาหนังสือหรือเอกสารการจดทะเบียนเรือมาด้วย

(๗) กรณีที่ต่อเรือในต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดำเนินการตาม (๕) และ (๖) แต่ผู้ยื่นคำขอต้องส่งมอบหลักฐานการต่อเรือในขั้นตอนของการวางกระดูกงู การติดตั้งเครื่องยนต์ การทดลองเรือเป็นภาพถ่าย หรือวีดีทัศน์ และหนังสือรับรองการต่อเรือจากอู่หรือผู้ต่อเรือ และให้นายทะเบียนเรือหมายเหตุในใบทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือระบุ วันที่ต่อเรือ ชื่ออู่หรือผู้ต่อเรือและประเทศที่ต่อเรือด้วย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การดัดแปลงเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง

(๑) การดัดแปลงเรือ หมายความว่า การดำเนินการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับเรือแล้วมีผลทำให้รายการสำคัญของเรือ ได้แก่ ความยาวตลอดลำ ความยาวฉาก ความกว้าง ความลึก ตันกรอส ตันเนต อย่างหนึ่งอย่างใดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

(๒) ให้ผู้ที่ประสงค์จะดัดแปลงเรือสามารถยื่นคำขอหนังสือรับรอง ณ สำนักมาตรฐานเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา

(๓) เมื่อได้รับคำขอตาม (๒) แล้ว ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานเรือหรือผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขารวบรวมรายชื่อผู้ยื่นคำขอ โดยทำเป็นหนังสือผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่าแจ้งผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือภายในหนึ่งวันทำการ และให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือทำหนังสือสอบถามกรมประมงว่าสามารถให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการดัดแปลงเรือได้หรือไม่ ผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) ภายในหนึ่งวันทำการ เพื่อให้กรมประมงพิจารณาว่าสามารถให้ดำเนินการดัดแปลงเรือได้หรือไม่ ก่อนแจ้งให้กรมเจ้าท่าทราบภายในสามวันทำการหลังจากได้รับหนังสือสอบถามจากกรมเจ้าท่า

(๔) เมื่อได้รับหนังสือแจ้งจากกรมประมงแล้ว ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ แจ้งต่อไปยังสำนักมาตรฐานเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาที่เกี่ยวข้องผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่าภายในหนึ่งวันทำการ และให้ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานเรือดำเนินการดังนี้

(๔.๑) จัดทำหนังสือรับรองว่าสามารถดำเนินการดัดแปลงเรือได้ มอบให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายในสามวันทำการ ในกรณีที่กรมประมงแจ้งว่าสามารถให้ดำเนินการดัดแปลงเรือได้

(๔.๒) จัดทำหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอว่าไม่สามารถให้ดำเนินการดัดแปลงเรือได้ภายในสามวันทำการ ในกรณีที่กรมประมงแจ้งว่าไม่สามารถให้ดำเนินการดัดแปลงเรือได้

(๕) เมื่อเจ้าของเรือได้รับหนังสือรับรองให้สามารถดำเนินการดัดแปลงเรือได้แล้ว จึงจะสามารถดำเนินการดัดแปลงเรือได้ และเมื่อเจ้าของเรือจะเริ่มดำเนินการดัดแปลงเรือต้องแจ้งแผนกำหนดการดัดแปลงเรือจนกระทั่งเรือแล้วเสร็จต่อกรมเจ้าท่า

ในกรณีที่เป็นการดัดแปลงเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมงซึ่งมีขนาดความยาวตลอดลำตั้งแต่ ๒๔ เมตร ขึ้นไป ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ (ฉบับที่ ๓๗) พ.ศ. ๒๕๕๓

(๖) ในการตรวจสอบการดัดแปลงเรือจนกระทั่งการดัดแปลงเรือแล้วเสร็จ ให้เจ้าของเรือยื่นหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าโดยสำนักมาตรฐานเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา แล้วแต่กรณี และเจ้าหน้าที่ของกรมประมงหรือประมงจังหวัด เพื่อตรวจสอบทั้งในขั้นตอนการเริ่มการดัดแปลงเรือ ระหว่างการดัดแปลงเรือ และการทดลองเรือเมื่อดัดแปลงเรือแล้วเสร็จ พร้อมทั้งให้บันทึกภาพการดัดแปลงเรือในแต่ละขั้นตอนไว้เป็นหลักฐาน

(๗) เมื่อได้ดัดแปลงเรือเสร็จสิ้นแล้ว ให้เจ้าของเรือยื่นคำขอเพื่อขอให้ตรวจเรือและขอจดทะเบียนการดัดแปลงเรือ ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา หรือกรมเจ้าท่า ต่อไป และให้นายทะเบียนหมายเหตุชื่อเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าและกรมประมงที่ทำการตรวจสอบการดัดแปลงเรือไว้ในทะเบียนเรือหรือใบอนุญาตใช้เรือไว้ด้วย

(๘) การดัดแปลงเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมงที่มิได้มุ่งหมายเพื่อขอรับใบอนุญาตใช้เรือหรือขอจดทะเบียนเรือไทย ให้ดำเนินการตามข้อ ๒ ตามคำสั่งฉบับนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การเปลี่ยนประเภทเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง

(๑) การเปลี่ยนประเภทเรือเข้า หมายความว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงประเภทเรือให้เป็นเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง

(๒) การเปลี่ยนประเภทเรือออก หมายความว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงประเภทเรือให้เป็นเรือประเภทอื่นที่มิใช่เรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง

(๓) การยื่นขอเปลี่ยนประเภทเรือต้องระบุว่าเป็นการเปลี่ยนประเภทเรือเข้าหรือเป็นการเปลี่ยนประเภทเรือออก โดยให้เจ้าของเรือสามารถยื่นคำขอหนังสือรับรองได้ ณ สำนักมาตรฐานเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา

(๔) เมื่อได้รับคำขอตาม (๓) แล้ว ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานเรือ หรือผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาต้องรวบรวมรายชื่อผู้ยื่นคำขอ โดยทำเป็นหนังสือผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เสนอต่อผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือภายในหนึ่งวันทำการ จากนั้นผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือทำหนังสือสอบถามกรมประมงว่าสามารถให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือได้หรือไม่ ผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) ภายในหนึ่งวันทำการ เพื่อให้กรมประมงพิจารณาว่าสามารถให้ดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือได้หรือไม่ ก่อนแจ้งให้กรมเจ้าท่าทราบภายในสามวันทำการหลังจากได้รับหนังสือสอบถามจากกรมเจ้าท่า

(๕) เมื่อได้รับหนังสือแจ้งจากกรมประมงแล้ว ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือแจ้งต่อไปยังสำนักมาตรฐานเรือ หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่าภายในหนึ่งวันทำการ และให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานเรือ หรือผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาดำเนินการดังนี้

(๕.๑) จัดทำหนังสือรับรองว่าสามารถดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือได้ มอบให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายในสามวันทำการ ในกรณีที่กรมประมงแจ้งว่าสามารถให้ดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือได้

(๕.๒) จัดทำหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอว่าไม่สามารถให้ดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือได้ภายในสามวันทำการ ในกรณีที่กรมประมงแจ้งว่าไม่สามารถให้ดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือได้

(๖) เมื่อเจ้าของเรือได้รับหนังสือรับรองให้สามารถดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือได้แล้วจึงจะสามารถดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือได้ และเมื่อเจ้าของเรือจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือ ต้องแจ้งแผนกำหนดการเปลี่ยนประเภทเรือจนกระทั่งเรือแล้วเสร็จต่อกรมเจ้าท่า

กรณีที่เป็นการเปลี่ยนประเภทเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง เป็นเรือที่มีขนาดความยาวตลอดลำตั้งแต่ ๒๔ เมตร ขึ้นไป ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ (ฉบับที่ ๓๗) พ.ศ. ๒๕๕๓

(๗) ในการตรวจสอบการเปลี่ยนประเภทเรือจนกระทั่งดำเนินการเปลี่ยนประเภทเรือแล้วเสร็จ ให้เจ้าของเรือยื่นหนังสือเพื่อเชิญเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่า โดยสำนักมาตรฐานเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา แล้วแต่กรณี และเจ้าหน้าที่ของกรมประมงหรือประมงจังหวัด เพื่อตรวจสอบ พร้อมทั้งให้บันทึกภาพการเปลี่ยนประเภทเรือไว้เป็นหลักฐาน

(๘) เมื่อได้เปลี่ยนประเภทเรือเสร็จแล้ว ให้เจ้าของเรือหรือผู้แทนยื่นคำขอเพื่อขอให้ตรวจเรือและขอเปลี่ยนแปลงประเภทเรือ ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา หรือกรมเจ้าท่า ต่อไปและให้หมายเหตุชื่อเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าและกรมประมงที่ทำการตรวจสอบไว้ในทะเบียนเรือหรือใบอนุญาตใช้เรือไว้ด้วย

(๙) กรณีการเปลี่ยนประเภทเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมงที่มิได้มุ่งหมายเพื่อจดทะเบียนเรือไทย ให้ดำเนินการตามข้อ ๓ ตามคำสั่งนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การทำลายเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง

(๑) ให้ผู้ที่ประสงค์จะยื่นคำขอหนังสือรับรองให้ทำลายเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ยื่นคำขอ ณ สำนักมาตรฐานทะเบียนเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา

(๒) เมื่อได้รับคำขอตาม (๑) แล้ว ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือหรือผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขารวบรวมรายชื่อผู้ยื่นคำขอโดยทำเป็นหนังสือผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่า แจ้งผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือภายในหนึ่งวันทำการ และให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือทำหนังสือสอบถามกรมประมงว่าสามารถให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการทำลายเรือได้หรือไม่ ผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) ภายในหนึ่งวันทำการเพื่อให้กรมประมงพิจารณา ว่าสามารถให้ดำเนินการทำลายเรือได้หรือไม่ ก่อนแจ้งให้กรมเจ้าท่าทราบภายในสามวันทำการหลังจากได้รับหนังสือสอบถามจากกรมเจ้าท่า

(๓) เมื่อได้รับหนังสือแจ้งจากกรมประมงแล้ว ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ แจ้งต่อไปยังสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่าภายในหนึ่งวันทำการ และให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือหรือผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาดำเนินการดังนี้

(๓.๑) จัดทำหนังสือรับรองว่าสามารถดำเนินการทำลายเรือได้ มอบให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายในสามวันทำการ ในกรณีที่กรมประมงแจ้งว่าสามารถให้ดำเนินการทำลายเรือได้

(๓.๒) จัดทำหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอว่าไม่สามารถให้ดำเนินการทำลายเรือได้ภายในสามวันทำการ ในกรณีที่กรมประมงแจ้งว่าไม่สามารถให้ดำเนินการทำลายเรือได้

(๔) เมื่อเจ้าของเรือได้รับหนังสือรับรองให้สามารถดำเนินการทำลายเรือได้แล้วจึงจะสามารถดำเนินการทำลายเรือได้ และเมื่อเจ้าของเรือจะเริ่มดำเนินการทำลายเรือต้องแจ้งแผนกำหนดการทำลายเรือ จนกระทั่งทำลายเรือแล้วเสร็จและระบุรายละเอียดวิธีการทำลายเรือด้วย

(๔.๑) กรณีเป็นเรือไม้ ให้ระบุว่าทำการรื้อเอาไม้ไปใช้ในกิจการอย่างใด หรือเอาเรือไปจมทำปะการังเทียม หรือลากเรือขึ้นฝั่งเพื่อนำไปยุบหรือเพื่อนำวัสดุไปใช้ประโยชน์ในทางใด

(๔.๒) กรณีเป็นเรือที่ต่อด้วยวัสดุเหล็กหากจะทำลายเรือโดยการยุบเป็นเศษเหล็ก ให้ดำเนินการได้เฉพาะที่อู่ต่อเรือที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมเจ้าท่าเท่านั้น โดยให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาวะสิ่งแวดล้อมข้างเคียงด้วย

(๕) ให้เจ้าของเรือยื่นหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่า โดยสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาแล้วแต่กรณีและเจ้าหน้าที่กรมประมงหรือประมงจังหวัด เพื่อร่วมทำการตรวจสอบการทำลายเรือจนกระทั่งทำลายเรือแล้วเสร็จ พร้อมทั้งให้บันทึกภาพการทำลายไว้เป็นหลักฐาน

(๖) ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายควบคุมและกำกับดูแลการทำลายเรือในกรณีต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวังและติดตามสถานะของการดำเนินการดังกล่าวเป็นระยะ ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้มีความแน่ชัดว่าเรือลำดังกล่าวได้ดำเนินการตามที่ร้องขอจริง

(๗) ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายควบคุมทำการบันทึกหลักฐานเป็นภาพถ่ายหรือเอกสารอื่น ๆ ที่สามารถยืนยันกระบวนการทำลายเรือตามที่มีการยื่นคำขอจริงจนเสร็จสิ้นกระบวนการ และหลังจากนั้นให้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ ก่อนส่งสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป

(๘) กรณีการนำเรือไปทำลายที่ต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ตามข้อ ๔ (๔) (๕) (๖) และ (๗) แต่ผู้ยื่นคำขอต้องส่งมอบหลักฐานการแจ้งออกจากน่านน้ำไทย หนังสือรับรองการเดินเรือที่จะทำลายจากประเทศไทยไปยังประเทศที่ดำเนินการทำลายเรือ พร้อมหลักฐานประกอบเพิ่มเติมที่ให้มั่นใจได้ว่าเรือลำดังกล่าวได้มีการทำลายเรือตามที่ยื่นคำขอจริงให้แก่สำนักมาตรฐานทะเบียนเรือเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

ศรศักดิ์ แสนสมบัติ

อธิบดีกรมเจ้าท่า

อัญชลี/จัดทำ

๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๐

พิมพ์มาดา/ตรวจ

๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๖๔ ง/หน้า ๖๘/๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๐

4 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมเจ้าท่า ที่ 370/2560 เรื่อง การต่อ ดัดแปลง เปลี่ยนประเภท หรือทำลายเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b0dd0168c46ff055

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com