ข้อ ๔ การทำลายเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง
(๑) ให้ผู้ที่ประสงค์จะยื่นคำขอหนังสือรับรองให้ทำลายเรือประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ยื่นคำขอ ณ สำนักมาตรฐานทะเบียนเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา
(๒) เมื่อได้รับคำขอตาม (๑) แล้ว ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือหรือผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขารวบรวมรายชื่อผู้ยื่นคำขอโดยทำเป็นหนังสือผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่า แจ้งผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือภายในหนึ่งวันทำการ และให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือทำหนังสือสอบถามกรมประมงว่าสามารถให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการทำลายเรือได้หรือไม่ ผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) ภายในหนึ่งวันทำการเพื่อให้กรมประมงพิจารณา ว่าสามารถให้ดำเนินการทำลายเรือได้หรือไม่ ก่อนแจ้งให้กรมเจ้าท่าทราบภายในสามวันทำการหลังจากได้รับหนังสือสอบถามจากกรมเจ้าท่า
(๓) เมื่อได้รับหนังสือแจ้งจากกรมประมงแล้ว ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ แจ้งต่อไปยังสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกรมเจ้าท่าภายในหนึ่งวันทำการ และให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือหรือผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาดำเนินการดังนี้
(๓.๑) จัดทำหนังสือรับรองว่าสามารถดำเนินการทำลายเรือได้ มอบให้แก่ผู้ยื่นคำขอภายในสามวันทำการ ในกรณีที่กรมประมงแจ้งว่าสามารถให้ดำเนินการทำลายเรือได้
(๓.๒) จัดทำหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอว่าไม่สามารถให้ดำเนินการทำลายเรือได้ภายในสามวันทำการ ในกรณีที่กรมประมงแจ้งว่าไม่สามารถให้ดำเนินการทำลายเรือได้
(๔) เมื่อเจ้าของเรือได้รับหนังสือรับรองให้สามารถดำเนินการทำลายเรือได้แล้วจึงจะสามารถดำเนินการทำลายเรือได้ และเมื่อเจ้าของเรือจะเริ่มดำเนินการทำลายเรือต้องแจ้งแผนกำหนดการทำลายเรือ จนกระทั่งทำลายเรือแล้วเสร็จและระบุรายละเอียดวิธีการทำลายเรือด้วย
(๔.๑) กรณีเป็นเรือไม้ ให้ระบุว่าทำการรื้อเอาไม้ไปใช้ในกิจการอย่างใด หรือเอาเรือไปจมทำปะการังเทียม หรือลากเรือขึ้นฝั่งเพื่อนำไปยุบหรือเพื่อนำวัสดุไปใช้ประโยชน์ในทางใด
(๔.๒) กรณีเป็นเรือที่ต่อด้วยวัสดุเหล็กหากจะทำลายเรือโดยการยุบเป็นเศษเหล็ก ให้ดำเนินการได้เฉพาะที่อู่ต่อเรือที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมเจ้าท่าเท่านั้น โดยให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาวะสิ่งแวดล้อมข้างเคียงด้วย
(๕) ให้เจ้าของเรือยื่นหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่า โดยสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาแล้วแต่กรณีและเจ้าหน้าที่กรมประมงหรือประมงจังหวัด เพื่อร่วมทำการตรวจสอบการทำลายเรือจนกระทั่งทำลายเรือแล้วเสร็จ พร้อมทั้งให้บันทึกภาพการทำลายไว้เป็นหลักฐาน
(๖) ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายควบคุมและกำกับดูแลการทำลายเรือในกรณีต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวังและติดตามสถานะของการดำเนินการดังกล่าวเป็นระยะ ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้มีความแน่ชัดว่าเรือลำดังกล่าวได้ดำเนินการตามที่ร้องขอจริง
(๗) ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายควบคุมทำการบันทึกหลักฐานเป็นภาพถ่ายหรือเอกสารอื่น ๆ ที่สามารถยืนยันกระบวนการทำลายเรือตามที่มีการยื่นคำขอจริงจนเสร็จสิ้นกระบวนการ และหลังจากนั้นให้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ ก่อนส่งสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป
(๘) กรณีการนำเรือไปทำลายที่ต่างประเทศ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ตามข้อ ๔ (๔) (๕) (๖) และ (๗) แต่ผู้ยื่นคำขอต้องส่งมอบหลักฐานการแจ้งออกจากน่านน้ำไทย หนังสือรับรองการเดินเรือที่จะทำลายจากประเทศไทยไปยังประเทศที่ดำเนินการทำลายเรือ พร้อมหลักฐานประกอบเพิ่มเติมที่ให้มั่นใจได้ว่าเรือลำดังกล่าวได้มีการทำลายเรือตามที่ยื่นคำขอจริงให้แก่สำนักมาตรฐานทะเบียนเรือเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
ศรศักดิ์ แสนสมบัติ
อธิบดีกรมเจ้าท่า
อัญชลี/จัดทำ
๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๐
พิมพ์มาดา/ตรวจ
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๖๔ ง/หน้า ๖๘/๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๐