กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๔๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช
พ.ศ. ๒๕๔๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๕ วรรคสี่
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๔๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช
พ.ศ. ๒๕๔๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๕ วรรคสี่
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ในกฎกระทรวงนี้
เกษตรกรรม หมายความว่า การทำนา ทำไร่ และทำสวน
เกษตรกร หมายความว่า
บุคคลธรรมดาซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก
กลุ่ม หมายความว่า
เกษตรกรซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกันจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนรวมตัวกันดำเนินกิจการในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมนั้นในนามกลุ่ม
แต่ยังมิได้จัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์
กลุ่มเกษตรกร หมายความว่า
กลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเกษตรกรรม
สหกรณ์การเกษตร หมายความว่า
สหกรณ์การเกษตรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเกษตรกรรม
ชมรม หมายความว่า
เกษตรกรซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกันจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนรวมตัวกันดำเนินกิจการในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมนั้นในนามชมรม
แต่ยังมิได้จัดตั้งเป็นสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
สมาคม หมายความว่า สมาคมที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเกษตรกรรม
ภูมิภาค หมายความว่า บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้
โดยบริเวณพื้นที่ภาคใดประกอบด้วยจังหวัดใด
ให้เป็นไปตามที่กรมวิชาการเกษตรประกาศกำหนด
ข้อ ๒
บุคคลซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม
ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒)
มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ
(๓) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการ ที่ปรึกษา
หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
(๔)
ไม่เป็นบุคคลซึ่งทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐไล่ออก ปลดออก
หรือเลิกจ้างเพราะเหตุทุจริต
(๕) ไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
ข้อ ๓
นอกจากคุณสมบัติตามข้อ ๒ แล้ว
บุคคลซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร ต้อง
(ก) เป็นเกษตรกรผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์หรือพัฒนาพันธุ์พืช
(ข)
มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่ตนเองได้รับการเสนอชื่อมาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(ค) ไม่เป็นข้าราชการ
หรือพนักงานองค์กรของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
(๒)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากนักวิชาการด้านปรับปรุงพันธุ์พืชจากสถาบันการศึกษา ต้อง
(ก)
ปฏิบัติงานอยู่ในสังกัดสถาบันการศึกษาที่มีสิทธิเสนอชื่อ
(ข)
เป็นผู้มีประสบการณ์ในการสอนหรือวิจัยด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช
(๓)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากนักวิชาการด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจากสถาบันการศึกษา
ต้อง
(ก) ปฏิบัติงานอยู่ในสังกัดสถาบันการศึกษาที่มีสิทธิเสนอชื่อ
(ข)
เป็นผู้มีประสบการณ์ในการสอนหรือวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
(๔)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตร
ต้อง
(ก) เป็นสมาชิกองค์การพัฒนาเอกชนนั้น
(ข) ไม่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานองค์กรของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
(๕)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ต้อง
(ก) เป็นสมาชิกองค์การพัฒนาเอกชนนั้น
(ข) ไม่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานองค์กรของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
(๖)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืช
ต้องเป็นสมาชิกสมาคมนั้น
(๗)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช ต้องเป็นสมาชิกสมาคมนั้น
ข้อ ๔
ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละกรณี ให้เป็นดังนี้
(๑) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร ให้กลุ่มเกษตรกร
สหกรณ์การเกษตร กลุ่มชมรมหรือสมาคม เป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ
(๒)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากนักวิชาการด้านปรับปรุงพันธุ์พืชจากสถาบันการศึกษา ให้สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของรัฐหรือของเอกชน
ที่มีการเรียนการสอนด้านการปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ
(๓)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากนักวิชาการด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจากสถาบันการศึกษา ให้สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของรัฐหรือของเอกชน
ที่มีการเรียนการสอนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ
(๔)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตร
ให้องค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมหลักเกี่ยวกับการเกษตร
และดำเนินกิจกรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ
(๕)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ให้องค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมหลักเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และดำเนินกิจกรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ
(๖)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืช
ให้สมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืช
และดำเนินกิจกรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ
(๗) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช
ให้สมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช
และดำเนินกิจกรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ
ข้อ ๕[๒] ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
เรียกโดยย่อว่า ค.ส. ประกอบด้วย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานกรรมการ
ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนกรมป่าไม้ และผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นกรรมการ
ให้ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร เป็นกรรมการและเลขานุการ
ให้ ค.ส. มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
โดยการคัดเลือกจากบุคคล ดังต่อไปนี้
(๑) เกษตรกรจากภูมิภาค ภูมิภาคละหนึ่งคน
(๒) นักวิชาการด้านปรับปรุงพันธุ์พืชจากสถาบันการศึกษา จำนวนหนึ่งคน
(๓) นักวิชาการด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจากสถาบันการศึกษา
จำนวนหนึ่งคน
(๔) ผู้แทนองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตร
จำนวนหนึ่งคน
(๕) ผู้แทนองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
จำนวนหนึ่งคน
(๖) ผู้แทนสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืช
จำนวนหนึ่งคน
(๗) ผู้แทนสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช จำนวนหนึ่งคน
ข้อ ๖[๓] (ยกเลิก)
ข้อ ๗
ให้กรมวิชาการเกษตรประกาศการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าสองฉบับอย่างน้อยเจ็ดวันติดต่อกัน
หรือประชาสัมพันธ์ด้วยวิธีอื่นตามความเหมาะสมก่อนการดำเนินการเสนอชื่อไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน
ข้อ ๘[๔]
ในการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๔
เสนอชื่อผู้สมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อตามแบบ
ค.ส. ๑ และแบบประวัติท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อเลขานุการ ค.ส. ทั้งนี้
ภายในวันและเวลาที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด
ในการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละราย
เสนอได้เพียงชื่อเดียวในแต่ละประเภทของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนมีสิทธิเสนอ
พร้อมทั้งเอกสารหรือหลักฐานแสดงความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อนั้น
และเอกสารหรือหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ที่เหมาะสมกับการเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ และข้อ ๓
ข้อ ๙[๕]
ให้ ค.ส.
จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ และข้อ ๓
ซึ่งจะได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ดังต่อไปนี้
(๑) บัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒
และข้อ ๓ ซึ่งจะได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร
ให้จัดทำจากรายชื่อที่ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกรเสนอมาตามข้อ
๘ โดยแยกเป็นหกบัญชีตามภูมิภาค
(๒) บัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒
และข้อ ๓ ซึ่งจะได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นนอกจากเกษตรกร
ให้จัดทำจากรายชื่อที่ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเสนอมาตามข้อ ๘
โดยแยกบัญชีตามประเภทกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ข้อ ๑๐
ให้เลขานุการ ค.ส. ส่งบัญชีรายชื่อตามข้อ ๙
และบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามแบบ ค.ส. ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ซึ่งลงลายมือชื่อของเลขานุการ ค.ส.
พร้อมกับประวัติของผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อทุกคนไปให้ผู้มีรายชื่อในบัญชีนั้น ๆ
เลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อนั้น โดยเขียนชื่อและนามสกุลของผู้ซึ่งตนเลือกได้สองชื่อ
พร้อมกับลงลายมือชื่อในบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วส่งบัตรดังกล่าวพร้อมกับภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน
หรือบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้เลือก กลับคืนไปยังเลขานุการ ค.ส.
ภายในวันที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด ทั้งนี้
ในกรณีส่งโดยตรงให้ถือวันที่กรมวิชาการเกษตรได้รับบัตรเป็นวันส่ง
ในกรณีส่งทางไปรษณีย์ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตราไปรษณีย์เป็นวันส่ง
ให้เลขานุการ ค.ส.
รวบรวมบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง เพื่อดำเนินการตรวจนับคะแนน
ในการตรวจนับคะแนน ให้ ค.ส.
ตรวจนับคะแนนโดยเปิดเผยต่อหน้ากรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน
โดยให้ตรวจนับคะแนนติดต่อกันไปจนเสร็จ ทั้งนี้ ตามวัน เวลา สถานที่
และวิธีการที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด
ข้อ ๑๑
แบบเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แบบประวัติ
หรือบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วแต่กรณี
ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าใช้ไม่ได้ ไม่ให้นำมาพิจารณาคัดเลือก
จัดทำบัญชีรายชื่อ หรือนับเป็นคะแนน แล้วแต่กรณี
(๑) แบบหรือบัตรที่ไม่มีลายมือชื่อของเลขานุการ ค.ส.
(๒) แบบหรือบัตรที่เสนอชื่อหรือเลือกเกินจำนวนตามข้อ ๕
หรือข้อ ๑๐ แล้วแต่กรณี
(๓) แบบหรือบัตรที่มีรอยขูด ลบ ขีดฆ่า ตกเติม หรือเขียนซ้ำ
โดยไม่ลงลายมือชื่อผู้เสนอชื่อหรือผู้เลือกกำกับ แล้วแต่กรณี
(๔)
แบบหรือบัตรที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้เสนอชื่อหรือผู้เลือก แล้วแต่กรณี
(๕)
แบบประวัติที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อเจ้าของประวัติผู้ถูกเสนอชื่อ
(๖)
แบบหรือบัตรที่ส่งกลับคืนมาช้ากว่าวันที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดตามข้อ ๘ หรือข้อ ๑๐
แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๒ เมื่อ
ค.ส. ตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว
ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกโดยแยกบัญชีในลักษณะเช่นเดียวกันกับการจัดทำบัญชีตามข้อ
๙ โดยเรียงตามลำดับคะแนนจากคะแนนมากไปน้อย พร้อมกับแสดงคะแนนของแต่ละคนไว้ในบัญชีด้วย
ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน ให้ประธาน ค.ส.
จับฉลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นต่อหน้า ค.ส. เพื่อเรียงลำดับที่
ให้กรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนตามข้อ
๑๐ วรรคสาม ลงลายมือชื่อรับรองบัญชีรายชื่อตามวรรคหนึ่ง แล้วให้ประธาน ค.ส.
ปิดประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือก โดยปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ กรมวิชาการเกษตร
ให้ผู้ได้รับเลือกที่อยู่ในลำดับที่หนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนของแต่ละบัญชีเป็นผู้ได้รับเลือกเพื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ในกรณีผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับที่หนึ่งตามวรรคสาม
ไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วยเหตุใด ๆ
ให้เลื่อนผู้ที่ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับถัดมาขึ้นมาเป็นผู้อยู่ในลำดับที่หนึ่งแทนในกรณีไม่มีผู้ได้รับเลือกหรือไม่สามารถแต่งตั้งผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้
เนื่องจากไม่มีรายชื่อของผู้ได้รับเลือกซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนเหลืออยู่ในบัญชีรายชื่อบัญชีใด
ให้ดำเนินการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะในประเภทเดียวกับบัญชีรายชื่อนั้นใหม่ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๓
ให้กรมวิชาการเกษตรรวบรวมรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเสนอรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชต่อไป
ข้อ ๑๔
ในกรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ
ให้รัฐมนตรีเสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับถัดมาในบัญชีผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประเภทนั้นตามข้อ
๑๒ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป
ข้อ ๑๕
การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา
๗ ให้กระทำก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่าหกสิบวัน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓
ประภัตร โพธสุธน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แบบเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช (แบบ ค.ส. ๑)
๒.
แบบประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช
๓.
บัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช (แบบ ค.ส. ๒)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕ วรรคสี่
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒
กำหนดให้การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.
๒๕๔๒[๖]
ข้อ ๔ บัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตามข้อ
๑๒ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.
๒๕๔๒ ที่ได้มาก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้คงใช้ได้ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่
๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ จะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ หรือมีเหตุตามข้อ ๑๒ ดังกล่าว
ให้ต้องดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อบัญชีใดใหม่
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒
ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชแต่องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิยังไม่ครอบคลุมผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
และการกำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัดทำให้ขั้นตอนในการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกรใช้เวลานาน
สมควรปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
และยกเลิกคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัดเพื่อลดขั้นตอนในการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปณตภร/ผู้จัดทำ
๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๑๑๐ ก/หน้า ๑/๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๓
[๒] ข้อ ๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช
พ.ศ. ๒๕๔๒
[๓] ข้อ ๖ ยกเลิกโดยกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒
[๔] ข้อ ๘
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช
พ.ศ. ๒๕๔๒
[๕] ข้อ ๙
แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช
พ.ศ. ๒๕๔๒
[๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม
๑๒๙/ตอนที่ ๒๕ ก/หน้า ๗/๑๔ มีนาคม ๒๕๕๕
กฎกระทรวง (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b0f0898e9ee6ac33
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com