มาตรา ๔๕ และมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดต่อไปนี้
๑.
ห้ามมิให้บุคคลใดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดชลบุรี ยกเว้นเมืองพัทยา จังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดน่าน จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี
จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดหนองบัวลำภู
จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดสกลนคร จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดมุกดาหาร
ออกนอกเคหสถานภายในวันและเวลาดังนี้
๑.๑
ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา
ของวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
๑.๒
ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา
ของวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
๑.๓
ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่
๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
๑.๔
ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา
ของวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
๒.
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ เข้าปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนดได้
๓.
ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่กำหนดกลับเข้าสู่เคหสถานและมิให้ออกมายังพื้นที่ที่กำหนด
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
๔.
ผู้ใดฝ่าฝืน ข้อห้ามตามข้อกำหนดนี้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘
แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
ในการนี้มอบหมายให้ผู้กำกับการปฏิบัติงาน/ผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินสามารถกำหนดพื้นที่และรายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุได้
ทั้งนี้
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
ปริยานุช/จัดทำ
๓ มิถุนายน ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๓ มิถุนายน ๒๕๕๓
ศิรวัชร์/ปรับปรุง
๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๖๗ ง/หน้า ๓๕/๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓