ข้อ ๖ ลูกจ้างประจำจะได้รับบำเหน็จปกติ
เมื่อต้องออกจากงานด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้
(๑) ลาออกโดยไม่มีความผิด
และได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง หรือผู้ได้รับมอบหมายแล้ว
(๒) กระทำผิดวินัยอย่างแรง
และถูกลงโทษปลดออกจากราชการ
(๓) ป่วยเจ็บไม่อาจปฏิบัติหน้าที่การงานของตนโดยสม่ำเสมอ
หรือโดยมีใบตรวจแพทย์ ซึ่งทางราชการรับรองว่าไม่สามารหรือไม่สมควรทำงานต่อไป
(๔) ขาดคุณสมบัติเกี่ยวกับสัญชาติ
(๕)
ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไม่เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(๖) ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไปดำรงตำแหน่งกำนัน
แพทย์ประจำตำบลสารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
(๗)
ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไปดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง
(๘)
ขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ
หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎหมาย
ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
(๙)
ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไปเป็นกรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(๑๐) ขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นบุคคลล้มละลาย
(๑๑) หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเลิกตำแหน่งหรือยุบตำแหน่ง
(๑๒)
หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานของตน
ไม่มีประสิทธิภาพหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน
หรือบกพร่องในหน้าที่ด้วยเหตุใด
(๑๓)
ถูกสั่งให้ออกจากราชการเนื่องจากมีเหตุอันสมควรสงสัยอย่างยิ่งว่าผู้นั้นได้กระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
แต่การสอบสวนไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะลงโทษปลดออก หรือไล่ออกได้
แต่มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนนั้นซึ่งถ้าให้ปฏิบัติงานต่อไปอาจจะเป็นการเสียหายแก่ทางราชการ
(๑๔)
ถูกสั่งออกจากราชการเนื่องจากรับโทษจำคุกโดยคำสั่งศาล หรือต้องรับโทษโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้คุกถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออก หรือไล่ออก
(๑๕) ไปรับราชการทหาร
ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
(๑๖) ขาดคุณสมบัติในการทำงานเป็นลูกจ้างประจำ
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการจ้างลูกจ้างของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ในกรณี (๑) และ (๒)
ต้องทำงานเป็นลูกจ้างประจำมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีบริบูรณ์
ในกรณี (๓) ถึง (๑๖)
ต้องทำงานเป็นลูกจ้างประจำมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีบริบูรณ์