ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินคดีและการรวบรวมพยานหลักฐาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ดังนี้
(1) บันทึกวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิด หากผู้ถูกกล่าวหาเป็นนิติบุคคลให้ระบุชื่อผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลในขณะกระทําความผิดและในขณะที่บันทึกข้อเท็จจริง
(2) บันทึกรายละเอียดแห่งการกระทําทั้งหลายที่อ้างว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทําความผิดทั้งบุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องและตรวจพบ หรือพบเห็นพยานหลักฐาน และให้บันทึกไว้ด้วยว่าผู้ถูกกล่าวหายอมรับหรือไม่ว่าได้กระทําความผิด
(3) สอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคํา และบันทึกรายละเอียดไว้
(4) บันทึกจะต้องระบุสถานที่ วัน เดือน ปี ที่ทําบันทึก ชื่อ และตําแหน่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้บันทึก และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทําบันทึกลงลายมือชื่อของตนในบันทึกนั้น
การบันทึก ถ้ามีผิดที่ใดห้ามมิให้ลบออก ให้ขีดฆ่าคําผิดนั้นแล้วเขียนใหม่ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทําบันทึกและผู้ให้ถ้อยคําลงนามย่อรับรอง แต่ถ้าผู้ให้ถ้อยคําไม่ยินยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกเหตุนั้นไว้
(5) อ่านบันทึกให้ผู้ให้ถ้อยคําฟัง หรือให้ผู้ให้ถ้อยคําอ่านด้วยตนเอง ถ้ามีข้อความแก้ไข ทักท้วง หรือเพิ่มเติม ให้แก้ไขให้ถูกต้อง หรือมิฉะนั้นให้บันทึกไว้และให้ผู้ให้ถ้อยคําลงลายมือชื่อรับรองว่าถูกต้อง ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคําไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ ให้ผู้นั้นพิมพ์ลายนิ้วมือแทน แต่ถ้าผู้ให้ถ้อยคําไม่ยินยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกเหตุนั้นไว้ และให้เจ้าหน้าที่ที่ทราบเหตุดังกล่าวจํานวนหนึ่งคนลงลายมือชื่อเป็นพยาน
(6) มีหนังสือเรียกพยานหลักฐาน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องจากผู้ครอบครองมารวบรวมไว้ในสํานวนโดยเฉพาะเอกสารหลักฐานที่นายจ้างจะต้องจัดทําไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 รวมทั้งสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้และมีหมายเลขประจําตัวประชาชนของผู้ถือบัตร สําเนาทะเบียนบ้าน สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลหรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวกับคดี
เอกสารที่ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้จัดทําเป็นภาษาไทย ถ้าเป็นเอกสารที่ทําขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นจัดทําคําแปลเป็นภาษาไทยที่มีการรับรองความถูกต้องมาให้ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กําหนด ในกรณีนี้ให้ถือว่าเอกสารดังกล่าวได้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคําแปลนั้น เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่จะยอมรับเอกสารที่ทําขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ และในกรณีนี้ให้ถือว่าวันที่ได้ยื่นเอกสารฉบับที่ทําขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศเป็นวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารนั้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการรับรองความถูกต้องของคําแปลเป็นภาษาไทยหรือการยอมรับเอกสารที่ทํา ขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศให้เป็นไปตามที่กําหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
(7) กระทําการอื่นตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ให้อํานาจไว้ โดยให้นําประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงแน่ชัดในการกระทําความผิด
การบันทึกตาม (1) ถึง (4) พนักงานเจ้าหน้าที่อาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อื่นทําการบันทึกแทนได้ ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายลงลายมือชื่อในฐานะผู้เขียนหรือพิมพ์แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มอบหมายลงลายมือชื่อในบันทึกนั้น และให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มอบหมายเป็นผู้ทําบันทึกนั้น
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ความผิดตามข้อ 9 (2) (3) (4) และ (7)