法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 83 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2478 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี

ฉบับที่ ๘๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน

พุทธศักราช ๒๔๗๘[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการ ฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ นายกรัฐมนตรีออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๕๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมราชทัณฑ์กับการแต่งเครื่องแบบให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมราชทัณฑ์ชาย[๒]

ชนิดและเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๓] เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมราชทัณฑ์ชาย มี ๖ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบพิธีการ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี หรือหมวกทรงอ่อนสักหลาดสีดำ

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) กางเกงขายาวสีกากี

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ หรือเข็มขัดด้ายถักสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๒) เครื่องแบบปฏิบัติการสีกรมท่า ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสักหลาดสีดำ หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ

(ข) เสื้อคอเปิดสีกรมท่า

(ค) กางเกงขายาวสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดสนามสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๓) เครื่องแบบปฏิบัติการพิเศษ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสักหลาดสีดำ หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ

(ข) เสื้อคอเปิดสีดำ

(ค) กางเกงขายาวสีดำ

(ง) เข็มขัดสนามสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๔) เครื่องแบบปฏิบัติงานภายในเรือนจำ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสักหลาดสีดำ หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ

(ข) เสื้อคอพับสีกากีอ่อน

(ค) กางเกงขายาวสีกากีดำ

(ง) เข็มขัดสนามสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๕) เครื่องแบบปฏิบัติงานภายนอกเรือนจำ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ

(ข) เสื้อยืดคอโปโลสีเลือดหมู

(ค) กางเกงขายาวสีกากีดำ หรือกางเกงขายาวสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ เข็มขัดด้ายถักสีดำ หรือเข็มขัดสนามสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือรองเท้าสูงครึ่งน่องหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๖) เครื่องแบบกองเกียรติยศราชทัณฑ์ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) ผ้าผูกคอสีแดงเลือดหมู มีตราพระยมทรงสิงห์ที่มุมสามเหลี่ยมด้านหลัง

(ง) กางเกงขายาวสีกากี

(จ) เข็มขัดหนังสีดำหรือเข็มขัดด้ายถักสีดำ

(ฉ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(ช) ถุงมือสีขาว

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔[๔] หมวก มี ๔ แบบ คือ

(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี มีเครื่องประกอบ ดังต่อไปนี้

(ก) กะบัง ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ และตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น ที่ขอบโค้งของกะบังทั้งด้านซ้ายและด้านขวาปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ด้านละ ๑ ช่อ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกึ่งกลางของกะบัง เว้นระยะห่างพองาม สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูง ที่ขอบโค้งของกะบังทั้งด้านซ้ายและด้านขวาปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ด้านละ ๒ ช่อ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกึ่งกลางของกะบัง เว้นระยะห่างพองาม

(ข) สายรัดคาง กว้าง ๑.๓ เซนติเมตร ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้นและระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูง ทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง ปลายสายมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดอยู่ที่ริมขอบหมวกข้างละ ๑ ดุม

(ค) ผ้าพันหมวก ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำ กว้าง ๔ เซนติเมตร และมีผ้าหรือสักหลาดสีเลือดหมู กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร คาดตรงกึ่งกลางของผ้าพันหมวก สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูงทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำ กว้าง ๔ เซนติเมตร และมีผ้าหรือสักหลาดสีเลือดหมู กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๓ เซนติเมตร คาดตรงกึ่งกลางของผ้าพันหมวก

(ง) ตราหน้าหมวก เป็นตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนก สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน และระดับอาวุโส ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการและระดับชำนาญการ ทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๖.๕ เซนติเมตร สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้นและระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น และระดับสูง ทำด้วยผ้า ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองบนหมอนสักหลาดสีดำ สูง ๖ เซนติเมตร

(๒) หมวกทรงอ่อนสักหลาดสีดำ มีตราหน้าหมวกรูปอาร์มทำด้วยผ้าสีเลือดหมูรองรับตราพระยมทรงสิงห์ปักด้วยไหมสีทอง

(๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ มี ๒ แบบ คือ

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ หน้าหมวกทรงสูงมีปีกหมวกยาวพอสมควร กึ่งกลางด้านหน้าหมวกมีตราหน้าหมวกรูปอาร์มทำด้วยผ้าสีเลือดหมูรองรับตราพระยมทรงสิงห์ปักด้วยไหมสีทองสูง ๙.๕ เซนติเมตร กว้าง ๘.๕ เซนติเมตร สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ และตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น ให้มีช่อชัยพฤกษ์ปักด้วยไหมสีทองด้านละ ๑ ช่อ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกึ่งกลางของกะบัง เว้นระยะห่างพองาม สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูง ให้มีช่อชัยพฤกษ์ปักด้วยไหมสีทองด้านละ ๒ ช่อ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกึ่งกลางของกะบัง เว้นระยะห่างพองาม

(ข) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ ตัวหมวกทรงกระบอกด้านหลังสูง ด้านหน้าลาดต่ำกึ่งกลางหน้าหมวกมีตราหน้าหมวกเป็นรูปอาร์มทำด้วยผ้าสีเลือดหมูรองรับตราพระยมทรงสิงห์ปักด้วยไหมสีทอง สูง ๔.๕ เซนติเมตร กว้าง ๕.๕ เซนติเมตร

(๔) หมวกนิรภัยสีดำหรือสีทอง ใช้สำหรับข้าราชการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ป้องกันหรือระงับเหตุร้าย

การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๕] เสื้อ มี ๕ แบบ คือ

(๑) เสื้อคอพับสีกากี แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม ที่อกเสื้อมีกระเป๋าสองข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าสี่เหลี่ยมมุมมนมีแถบอยู่ตรงกลางตามแนวดิ่ง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีใบปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลม ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างกันพอสมควร ดุมทั้งหมดเป็นดุมกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ เมื่อสวมเสื้อให้ขัดดุมทุกดุมยกเว้นดุมบนสุดที่อกเสื้อติดกับคอ และให้สอดชายเสื้อไว้ในกางเกง

สำหรับข้าราชการที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่กองเกียรติยศ ให้ผูกผ้าผูกคอสีแดงเลือดหมูรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๒๕ เซนติเมตร ยาว ๔๐ เซนติเมตร มีตราพระยมทรงสิงห์ปักด้วยไหมสีทองอยู่ที่กึ่งกลางผ้า ผูกเป็นเงื่อนกะลาสีและสอดปลายผ้าไว้ในตัวเสื้อ

(๒) เสื้อคอเปิดสีกรมท่า มี ๔ กระเป๋า ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงสะโพก ปกเสื้อแบะมุมปกแหลมสามารถปรับเป็นคอตั้งได้ ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอดไม่มีสาบเสื้อ ติดซิบหรือขัดกระดุม (แบบซ่อนกระดุม) แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก ที่แขนเสื้อเหนือข้อศอกทั้งสองข้าง มีกระเป๋าปะขนาดเล็กขยายได้ มีใบปกกระเป๋ารูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๑ ดุม มีผ้าปะรองข้อศอกที่แขนเสื้อทั้งสองข้าง ตรงด้านในชิดตัวติดแผ่นรัดข้อมือขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อพองาม ชายเป็นรูปเหลี่ยมชี้ไปทางด้านหลังขัดดุม ๑ ดุม ติดกับแขนเสื้อในแนวเดียวกันมีดุมอีก ๑ ดุม สำหรับรัดปลายแขนเสื้อตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า ไม่มีแถบ ชายข้างทั้งสองข้างพับจีบเพื่อให้ขยายได้ ชายล่างเย็บติดกับตัวเสื้อ มีใบปกกระเป๋ารูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๒ ดุม กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะเฉียงใบปกกระเป๋าบนอยู่ด้านในติดกับแนวสาบเสื้อ และปักชื่อหน่วยปฏิบัติงานที่สังกัดเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วยไหมสีทอง กระเป๋าล่างให้ชายล่างของกระเป๋าอยู่ชิดกับตะเข็บชายเสื้อ ตัวเสื้อด้านหลังในแนวเอวติดแผ่นรัดเอว ขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร สองแผ่น ชายเป็นรูปเหลี่ยม ชี้ไปทางด้านหลังขัดดุม ๑ ดุม ติดกับตัวเสื้อในแนวเดียวกัน มีดุมที่ตะเข็บข้างอีกข้างละ ๑ ดุม สำหรับรัดเอว ที่ตะเข็บข้างตัวเสื้อด้านซ้ายมีที่เหน็บปากกา ดุมทั้งหมดเป็นรูปกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อรังดุมทั้งหมดซ่อนไว้ภายในเสื้อและด้านในของใบปกกระเป๋า เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง นอกจากนี้ จะใช้แถบแปรงไนล่อนแทนการขัดดุมก็ได้

(๓) เสื้อคอเปิดสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับ (๒)

(๔) เสื้อคอพับสีกากีอ่อน แขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตัวเสื้อเป็นผ้าสีกากีอ่อนตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อบางที่อกเสื้อมีกระเป๋าสองข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าสี่เหลี่ยมมุมมนมีแถบอยู่ตรงกลางตามแนวดิ่งกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีใบปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลม ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม และปักชื่อหน่วยปฏิบัติงานที่สังกัดเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วยไหมสีดำ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างกันพอสมควร ดุมทั้งหมดเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อที่ไหล่มีอินทรธนูอ่อนทำด้วยผ้าสีกากีอ่อนเย็บติดกับไหล่เสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายตัดเป็นมุมแหลมและขัดดุมติดกับตัวเสื้อ ด้านไหล่กว้าง ๕ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๓ เซนติเมตร ที่ต้นแขนเสื้อด้านซ้ายปักตราพระยมทรงสิงห์ด้วยไหมสีทอง เมื่อสวมเสื้อให้ขัดดุมทุกดุมยกเว้นดุมบนสุดที่อกเสื้อติดกับคอ และให้สอดชายเสื้อไว้ในกางเกง

สำหรับข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่พัศดีเวรและเวรผู้ใหญ่ให้มีเครื่องหมายแสดงตัวเมื่อเข้าเวรรักษาการณ์ เป็นปลอกแขนทำด้วยสักหลาดสีแดงเลือดหมู กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีอักษรสีขาว คำว่า “พัศดีเวร” หรือ “เวรผู้ใหญ่” สูง ๖ เซนติเมตร สวมที่แขนเสื้อข้างขวาระหว่างไหล่กับข้อศอกให้ตัวอักษรอยู่ด้านนอกมองเห็นได้ง่าย

(๕) เสื้อยืดคอโปโลสีเลือดหมู ที่อกเสื้อด้านขวาปักชื่อตัวและชื่อสกุลด้วยไหมสีทอง ที่อกเสื้อด้านซ้ายปักชื่อหน่วยปฏิบัติงานที่สังกัดด้วยไหมสีทอง ติดเครื่องหมายอาร์มราชทัณฑ์ตามข้อ ๒๑ ที่หน้ากระเป๋าเสื้อ ด้านซ้าย และประดับเครื่องหมายตำแหน่งตามข้อ ๑๙ ที่สาบเสื้อด้านหน้าใต้กระดุมเสื้อแนวเดียวกับปากกระเป๋าเสื้อ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๖] กางเกง มี ๔ แบบ คือ

(๑) กางเกงขายาวสีกากี ขาตรงไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิดตาตุ่ม กว้างไม่น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร ที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง กว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร จำนวน ๗ ห่วง ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า ด้านหลังมีกระเป๋าเจาะไม่มีใบปกกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า

(๒) กางเกงขายาวสีกรมท่า ขาตรงไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิดตาตุ่ม กว้างไม่น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะเฉียงไม่มีใบปกกระเป๋าในแนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเหนือเข่าทั้งสองข้างมีกระเป๋าปะยืดชายข้างละ ๑ กระเป๋า ตัวกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ตรงกลางพับจีบ ๒ จีบ ชายหน้าและชายล่างเย็บติดกับขากางเกงชายหลังพับจีบเพื่อให้ขยายได้ มีใบปกกระเป๋ารูปสี่เหลี่ยม ชายปกด้านบนและด้านหน้าเย็บติดกับขากางเกงขัดดุมที่กึ่งกลางปกและมุมปกที่เปิดแห่งละ ๑ ดุม มีผ้าปะรองเข่า รังดุมทั้งหมดซ่อนไว้ด้านในของใบปกกระเป๋าด้านหลังมีกระเป๋าเจาะ ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า มีใบปกกระเป๋ารูปสี่เหลี่ยมขัดดุม ๒ ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง ดุมทั้งหมดเป็นรูปกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีกางเกงรังดุมทั้งหมดซ่อนไว้ด้านในของใบปกกระเป๋า ปลายขากางเกงติดแผ่นปรับรัดปลายขา เมื่อสวมกางเกงนี้ให้สอดปลายขากางเกงไว้ภายในรองเท้า

(๓) กางเกงขายาวสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับ (๒)

(๔) กางเกงขายาวสีกากีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับ (๑)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๗] เข็มขัด มี ๓ แบบ คือ

(๑) เข็มขัดหนังสีดำ กว้าง ๔ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางตั้งมุมมน กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ยาว ๕.๕ เซนติเมตร มีเข็มสำหรับสอดรู ๒ เข็ม

(๒) เข็มขัดด้ายถักสีดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนมุมมน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีตราครุฑพ่าห์ดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัดไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายสายเข็มขัดตัดตรงและหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ใช้สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้นและระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูง

(๓) เข็มขัดสนามสีดำ ทำด้วยไนลอน หัวเข็มขัดทำด้วยเทอร์โมพลาสติกสีดำชนิดปลดเร็วปรับความยาวได้ด้วยชุดปรับความยาวทั้งสองข้าง เข็มขัดชนิดนี้มี ๒ ขนาด ดังนี้

(ก) เข็มขัดสนาม กว้าง ๕.๕ เซนติเมตร

(ข) เข็มขัดสนาม กว้าง ๔ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๘] รองเท้า มี ๓ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๒) รองเท้าหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๓) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น ไม่มีลวดลาย เป็นชนิดผูกเชือกหรือมีซิป เวลาสวมรองเท้าให้สวมถุงเท้าสีดำ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๙] (ยกเลิก)

เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมราชทัณฑ์หญิง[๑๐]

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๑๑] เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมราชทัณฑ์หญิง มี ๖ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบพิธีการ ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีกสีกากี หรือหมวกทรงอ่อนสักหลาดสีดำ

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) กระโปรงสีกากี

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ หรือเข็มขัดด้ายถักสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๒) เครื่องแบบปฏิบัติการสีกรมท่า ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสักหลาดสีดำ หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ

(ข) เสื้อคอเปิดสีกรมท่า

(ค) กางเกงขายาวสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดสนามสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๓) เครื่องแบบปฏิบัติการพิเศษ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสักหลาดสีดำ หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ

(ข) เสื้อคอเปิดสีดำ

(ค) กางเกงขายาวสีดำ

(ง) เข็มขัดสนามสีดำ

(จ) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๔) เครื่องแบบปฏิบัติงานภายในเรือนจำ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงอ่อนสักหลาดสีดำ หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ

(ข) เสื้อคอพับสีกากีอ่อน

(ค) กางเกงขายาวสีกากีดำ

(ง) เข็มขัดสนามสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๕) เครื่องแบบปฏิบัติงานภายนอกเรือนจำ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ

(ข) เสื้อยืดคอโปโลสีเลือดหมู

(ค) กางเกงขายาวสีกากีดำ หรือกางเกงขายาวสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดหนังสีดำ เข็มขัดด้ายถักสีดำ หรือเข็มขัดสนามสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือรองเท้าสูงครึ่งน่องหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๖) เครื่องแบบกองเกียรติยศราชทัณฑ์ ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีกสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) ผ้าผูกคอสีแดงเลือดหมู มีตราพระยมทรงสิงห์ที่มุมสามเหลี่ยมด้านหลัง

(ง) กระโปรงสีกากี

(จ) เข็มขัดหนังสีดำหรือเข็มขัดด้ายถักสีดำ

(ฉ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(ช) ถุงมือสีขาว

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๑๒] หมวก มี ๔ แบบ คือ

(๑) หมวกพับปีกสีกากี มีเครื่องประกอบ ดังต่อไปนี้

(ก) กะบัง ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ และตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น ที่ขอบโค้งของกะบังทั้งด้านซ้ายและด้านขวาปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ด้านละ ๑ ช่อ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกึ่งกลางของกะบัง เว้นระยะห่างพองาม สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูง ที่ขอบโค้งของกะบังทั้งด้านซ้ายและด้านขวาปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ด้านละ ๒ ช่อ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกึ่งกลางของกะบัง เว้นระยะห่างพองาม

(ข) สายรัดคาง กว้าง ๑ เซนติเมตร ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้นและระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูง ทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง ปลายสายมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดอยู่ที่ริมขอบหมวกข้างละ ๑ ดุม

(ค) ผ้าพันหมวก ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร และมีผ้าหรือสักหลาดสีเลือดหมู กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร คาดตรงกึ่งกลางของผ้าพันหมวก สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูง ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร และมีผ้าหรือสักหลาดสีเลือดหมู กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๓ เซนติเมตร คาดตรงกึ่งกลางของผ้าพันหมวก

(ง) ตราหน้าหมวก เป็นตราครุฑพ่าห์ในบัวกระหนก สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน และระดับอาวุโส ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการและระดับชำนาญการ ทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๔.๕ เซนติเมตร สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้นและระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูง ทำด้วยผ้า ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองบนหมอนสักหลาดสีดำ สูง ๔.๕ เซนติเมตร

(๒) หมวกทรงอ่อนสักหลาดสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๔ (๒)

(๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ มี ๒ แบบ คือ

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๔ (๓) (ก)

(ข) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๔ (๓) (ข)

(๔) หมวกนิรภัยสีดำหรือสีทอง ใช้สำหรับข้าราชการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ป้องกันหรือระงับเหตุร้าย

ข้าราชการหญิงมุสลิม หากจะใช้ผ้าคลุมศีรษะ ให้ใช้ผ้าคลุมศีรษะสีกลมกลืนกับเสื้อกระโปรงหรือกางเกง โดยให้คลุมศีรษะทั้งหมดยกเว้นใบหน้า ชายผ้าคลุมศีรษะ ด้านข้างยาวถึงบ่า ด้านหน้ายาวถึงระดับหน้าอก ขอบผ้าคลุมเย็บเรียบ ในกรณีมีการสวมหมวกให้สวมหมวกทับผ้าคลุมศีรษะ

การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๑๓] เสื้อ มี ๕ แบบ คือ

(๑) เสื้อคอพับสีกากี มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๕ (๑) สำหรับข้าราชการที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่กองเกียรติยศ ให้ผูกผ้าผูกคอสีแดงเลือดหมู มีลักษณะเช่นเดียวกับข้าราชการชาย

(๒) เสื้อคอเปิดสีกรมท่า มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๕ (๒)

(๓) เสื้อคอเปิดสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๕ (๓)

(๔) เสื้อคอพับสีกากีอ่อน มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๕ (๔) เว้นแต่อินทรธนูอ่อน ให้ด้านไหล่ กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๑ เซนติเมตร

สำหรับข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่พัศดีเวรและเวรผู้ใหญ่ ให้มีเครื่องหมายแสดงตัวเมื่อเข้าเวรรักษาการณ์ เป็นปลอกแขนมีลักษณะเช่นเดียวกับข้าราชการชาย

(๕) เสื้อยืดคอโปโลสีเลือดหมู มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๕ (๕)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓[๑๔] กระโปรงและกางเกง มี ๔ แบบ คือ

(๑) กระโปรงสีกากี ยาวปิดเข่าพอสมควร ตรงกลางด้านหลังมีจีบพับทบ และผ่าสูงจากชายกระโปรงประมาณ ๒๐ เซนติเมตร ถึง ๒๕ เซนติเมตร ชายกระโปรงบานเล็กน้อย ขอบกระโปรงมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดทำด้วยผ้าสีเดียวกับกระโปรง กว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร จำนวน ๔ ห่วง หรือจะไม่มีก็ได้ และไม่มีกระเป๋ากระโปรง

สำหรับข้าราชการหญิงมุสลิม กระโปรงจะให้ยาวคลุมข้อเท้าก็ได้

(๒) กางเกงขายาวสีกรมท่า มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๖ (๒)

(๓) กางเกงขายาวสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๖ (๓)

(๔) กางเกงขายาวสีกากีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๖ (๔)

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๑๕] เข็มขัด มี ๓ แบบ คือ

(๑) เข็มขัดหนังสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๗ (๑) ใช้คาดทับขอบกระโปรงหรือกางเกง

(๒) เข็มขัดด้ายถักสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๗ (๒) ใช้คาดทับขอบกระโปรงหรือกางเกง

(๓) เข็มขัดสนามสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๗ (๓)

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕[๑๖] รองเท้า มี ๓ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ ชนิดไม่ผูกเชือก แบบปิดปลายเท้า ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร

(๒) รองเท้าหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๓) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

รองเท้าทุกแบบต้องไม่มีลวดลาย รองเท้าตามแบบ (๒) และ (๓) เป็นชนิดผูกเชือกหรือมีซิปเวลาสวมรองเท้าให้สวมถุงเท้าสีดำ ยกเว้นรองเท้าตามแบบ (๑) ให้สวมถุงเท้าสีน้ำตาลอ่อน

อินทรธนูและเครื่องหมาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖[๑๗] (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗[๑๘] เครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูแข็ง มีดังต่อไปนี้

“พระยมทรงสิงห์” หมายถึง โลหะสีทองดุนนูนมีลักษณะเป็นรูปพระยมทรงสิงห์ฉลุโปร่งอยู่ในวงกลมลายกระหนก มีอุณาโลมเปล่งรัศมีอยู่ด้านบน ความสูงจากฐานของพระยมทรงสิงห์ถึงยอดรัศมี สูง ๔.๕ เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางวงกลม ๑.๕ เซนติเมตร

“ดาว” หมายถึง โลหะสีทองมีลักษณะเป็นรูปดาวแปดแฉกตอนกลางดุนนูนและลาดลงทางปลายแฉก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร

“ช่อชัยพฤกษ์” หมายถึง โลหะสีทองมีลักษณะเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ปลายช่อชัยพฤกษ์ โค้งเข้าหาส่วนฐานของพระยมทรงสิงห์ ทั้ง ๒ ข้าง สูง ๒.๕ เซนติเมตร ปลายช่อชัยพฤกษ์กว้าง ๓ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๑๙] อินทรธนู มีลักษณะแข็งทำด้วยสักหลาดสีดำ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายตัดเป็นมุมแหลม สำหรับข้าราชการชายด้านไหล่กว้าง ๕ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๓ เซนติเมตร สำหรับข้าราชการหญิงด้านไหล่กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๑ เซนติเมตร มีเครื่องหมายตำแหน่งและส่วนประกอบอินทรธนู ดังต่อไปนี้

(๑) ข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูงประดับด้วยพระยมทรงสิงห์ และดาว ๔ ดวง เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ให้มุมแหลมวางตามส่วนยาวของอินทรธนู และเบื้องล่างโอบล้อมด้วยช่อชัยพฤกษ์

(๒) ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นประดับด้วยพระยมทรงสิงห์ และดาว ๓ ดวง เรียงกันตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะห่างพองามและเบื้องล่างโอบล้อมด้วยช่อชัยพฤกษ์

(๓) ข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ และตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น ประดับด้วยพระยมทรงสิงห์ และดาว ๓ ดวง เรียงกันตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะห่างพองาม

(๔) ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส และตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ ประดับด้วยพระยมทรงสิงห์ และดาว ๒ ดวง เรียงกันตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะห่างพองาม

(๕) ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน ประดับด้วยพระยมทรงสิงห์ และมีดาว ๑ ดวง ติดกับฐานของพระยมทรงสิงห์

(๖) ข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ประดับด้วยดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กที่ตอนปลายของอินทรธนูด้านคอ และมีดาว ๓ ดวง เรียงกันตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะห่างพองาม

(๗) ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ประดับด้วยดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กที่ตอนปลายของอินทรธนูด้านคอ และมีดาว ๒ ดวง เรียงกันตามส่วนยาวของอินทรธนูเว้นระยะห่างพองาม

ในกรณีมีดาวหลายดวง ให้เรียงดาวดวงแรกติดกับฐานของพระยมทรงสิงห์

อินทรธนูแข็งให้ใช้กับเสื้อตามข้อ ๕ (๑) และข้อ ๑๒ (๑)

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙[๒๐] เครื่องหมายตำแหน่งสำหรับเสื้อตามข้อ ๕ (๒) และ (๓) และข้อ ๑๒ (๒) และ (๓) ให้ปักด้วยไหมสีทองบนผ้าสีเดียวกับเสื้อติดที่ปกคอเสื้อข้างซ้าย เครื่องหมายตำแหน่งสำหรับเสื้อตามข้อ ๕ (๔) และข้อ ๑๒ (๔) ให้ปักด้วยไหมสีดำบนอินทรธนูอ่อน และเครื่องหมายตำแหน่งสำหรับเสื้อตามข้อ ๕ (๕) และข้อ ๑๒ (๕) ให้ปักด้วยไหมสีทองบนผ้าพื้นสีดำหรือสีกรมท่าติดที่สาบเสื้อด้านหน้าใต้กระดุมเสื้อแนวเดียวกับปากกระเป๋าเสื้อ โดยให้อนุโลมตามเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูตามข้อ ๑๘ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) ข้าราชการประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งใดให้ใช้ส่วนประกอบของอินทรธนูตามประเภทตำแหน่งและระดับนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐[๒๑] เครื่องหมายแสดงสังกัด เป็นตราพระดุลพ่าห์ ทำด้วยโลหะสีทอง สำหรับเสื้อตามข้อ ๕ (๑) และข้อ ๑๒ (๑) ประดับที่มุมปกคอเสื้อทั้ง ๒ ข้าง สำหรับเสื้อตามข้อ ๕ (๒) และ (๓) และข้อ ๑๒ (๒) และ (๓) ให้ปักตราพระดุลพ่าห์ด้วยไหมสีทองบนผ้าสีเดียวกับเสื้อติดที่ปกคอเสื้อข้างขวา สำหรับเสื้อตามข้อ ๕ (๔) และข้อ ๑๒ (๔) ให้ปักตราพระดุลพ่าห์ด้วยไหมสีดำบนผ้าสีเดียวกับเสื้อติดที่มุมปกคอเสื้อทั้ง ๒ ข้าง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑[๒๒] เครื่องหมายอาร์มราชทัณฑ์ เป็นอาร์มรูปโล่สีเลือดหมู ตรงกลางมีตราพระยมทรงสิงห์ปักด้วยไหมสีทองบนพื้นสีดำ ด้านบนมีคำว่า “กรมราชทัณฑ์” ด้านล่างมีคำว่า “DEPARTMENT OF CORRECTIONS” ติดที่ต้นแขนด้านซ้ายของเสื้อตามข้อ ๕ (๒) (๓) และ (๔) และข้อ ๑๒ (๒) (๓) และ (๔)

มาตรา ข้อ ๒๑/๑

ข้อ ๒๑/๑[๒๓]

ป้ายชื่อมีลักษณะดังนี้

(๑) เครื่องแบบพิธีการ ใช้ป้ายชื่อพื้นสีดำ กว้างไม่เกิน ๒.๕ เซนติเมตร ยาวไม่เกิน ๗.๕ เซนติเมตร แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล และชื่อตำแหน่งในการบริหารงานหรือชื่อตำแหน่งในสายงาน ประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

(๒) เครื่องแบบปฏิบัติการสีกรมท่า ปักชื่อตัวและชื่อสกุลด้วยไหมสีทองเหนือกระเป๋าบนขวา ตัวอักษรสูงไม่เกิน ๑.๕ เซนติเมตร

(๓) เครื่องแบบปฏิบัติการพิเศษ มีลักษณะเช่นเดียวกับ (๒)

(๔) เครื่องแบบปฏิบัติงานภายในเรือนจำ ปักชื่อตัวและชื่อสกุลด้วยไหมสีดำเหนือกระเป๋าบนขวา ตัวอักษรสูงไม่เกิน ๑.๕ เซนติเมตร

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ แบบใดจะต้องแต่งในโอกาสใด ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย เว้นแต่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ซึ่งมีกฎหมายกำหนดให้ประดับที่อกเสื้อข้างขวาให้ติดแพรแถบที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา และสำหรับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ใดมีกฎหมายกำหนดให้มีเครื่องหมายสำหรับแพรแถบให้ประดับเครื่องหมายสำหรับแพรแถบนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ซึ่งได้รับเครื่องหมายแสดงความสามารถ หรือเข็มแสดงวิทยฐานะของสถาบันการศึกษาของทางราชการ ให้ประดับเครื่องหมาย หรือเข็มนั้นได้ตามที่สถาบันการศึกษาหรือหน่วยราชการนั้นกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕[๒๔] (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้กรมราชทัณฑ์จัดทำหรือเขียนรูปตัวอย่างเครื่องแบบพิเศษนี้ไว้เป็นมาตรฐานและควบคุมดูแลการแต่งเครื่องแบบให้เป็นไปตามกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๗

ชวน หลีกภัย

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คือ เนื่องจากเครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ที่กำหนดไว้เดิมตามกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๕๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ไม่เหมาะสมเนื่องจากได้กำหนดเครื่องแบบพิเศษไว้เฉพาะเจ้าพนักงานเรือนจำและทัณฑสถาน ตำแหน่งหัวหน้าแผนกหรือเทียบเท่าลงมา ส่วนตำแหน่งอื่นและข้าราชการกรมราชทัณฑ์ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขังซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะพิเศษจากข้าราชการทั่วไปยังไม่ได้กำหนดเครื่องแบบพิเศษไว้ สมควรปรับปรุงกฎสำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าว โดยกำหนดเครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ขึ้นใหม่ทุกระดับเพื่อให้เหมาะสมกับงานและหน้าที่ซึ่งต้องปฏิบัติยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๙๒ (พ.ศ. ๒๕๔๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘[๒๕]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ โดยเปลี่ยนเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกเสื้อให้สอดคล้องกับการโอนกรมราชทัณฑ์มาสังกัดกระทรวงยุติธรรม และสมควรให้เพิ่มเครื่องแบบปฏิบัติภารกิจพิเศษกับเครื่องแบบปฏิบัติการของข้าราชการหญิง เนื่องจากเครื่องแบบของข้าราชการหญิงที่กำหนดไว้เดิมยังไม่มีชุดปฏิบัติการที่เหมาะสมในการอยู่เวรยาม จึงทำให้ดูขาดความเข้มแข็งและคล่องตัว นอกจากนั้นเห็นสมควรให้มีแบบเสื้อกันหนาวไว้สำหรับสวมใส่ทับซ้อนเครื่องแบบปกติหรือเครื่องแบบปฏิบัติการสำหรับการปฏิบัติงานในฤดูหนาว เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยให้ประดับเครื่องหมายแสดงระดับกับเสื้อกันหนาวด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๙๓ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘[๒๖]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำหนดระบบจำแนกประเภทตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นใหม่แทนระบบจำแนกประเภทตำแหน่งเดิม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมราชทัณฑ์โดยเฉพาะการประดับเครื่องหมายแสดงระดับกับอินทรธนู และการประดับเครื่องประกอบต่าง ๆ ที่ใช้กับเครื่องแบบของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ตามกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๘๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๙๒ (พ.ศ. ๒๕๔๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประเภทตำแหน่ง และระดับตำแหน่งของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ และยกเลิกเครื่องหมายแสดงระดับซึ่งให้ติดที่อินทรธนูเครื่องหมายแถบหมอนเพื่อให้เหมาะสม และสอดคล้องกับประเภทตำแหน่ง และระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญที่กำหนดขึ้นใหม่ จึงจำเป็นต้องออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘[๒๗]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้เครื่องแบบปฏิบัติการสีกากีตามข้อ ๓ (๒) และข้อ ๑๐ (๓) แห่งกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๘๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๙๒ (พ.ศ. ๒๕๔๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ยังคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะพ้นกำหนดหนึ่งปีหกเดือนนับแต่วันที่กฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้ใช้บังคับ

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คือ เนื่องจากข้าราชการกรมราชทัณฑ์ต้องปฏิบัติงานทั้งภายในและภายนอกเรือนจำ ทำให้เครื่องแบบข้าราชการที่มีอยู่ไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานดังกล่าว รวมทั้งเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูและที่ปกคอเสื้อที่กำหนดในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับสายการบังคับบัญชา สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเครื่องแบบข้าราชการกรมราชทัณฑ์ เครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูและเครื่องหมายตำแหน่งที่ปกคอเสื้อ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

วิศนี/จัดทำ

๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๑/ตอนที่ ๕๓ ก/หน้า ๖๔/๒ ธันวาคม ๒๕๓๗

[๒] ชื่อภาค ๑ เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมราชทัณฑ์ชาย แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๓] ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๔] ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๕] ข้อ ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๖] ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๗] ข้อ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๘]

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๙]

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ยกเลิกโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๑๐] ภาค ๒ เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมราชทัณฑ์หญิง แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๑๑]

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๑๒] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๑๓]

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๑๔] ข้อ ๑๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๑๕]

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๑๖] ข้อ ๑๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๑๗] ข้อ ๑๖ ยกเลิกโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๑๘] ข้อ ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๑๙] ข้อ ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๒๐] ข้อ ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๒๑] ข้อ ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๒๒] ข้อ ๒๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๒๓] ข้อ ๒๑/๑ เพิ่มโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๒๔] ข้อ ๒๕ ยกเลิกโดยกฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ ๙๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

[๒๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๑๔ ก/หน้า ๑๐/๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๖

[๒๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๑ ก/หน้า ๓/๑๓ มกราคม ๒๕๕๓

[๒๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๑/๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 83 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2478 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b1b33c2b61e85011

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com