法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกง. 12/2555 เรื่อง การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปี พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สกง.

๑๒/๒๕๕๕

เรื่อง

การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปี พ.ศ. ๒๕๕๔

๑. เหตุผลในการออกประกาศ

เนื่องจากในปี ๒๕๕๔

ได้มีอุทกภัยอย่างร้ายแรงในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

ทำให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมากแก่อาคาร ที่อยู่อาศัย สถานประกอบการ

และทรัพย์สินต่าง ๆ ของประชาชน ตลอดจนผลผลิตและการประกอบการในภาคการเกษตรกรรม

พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรมหยุดชะงักหรือชะลอตัวลง

อันมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างร้ายแรง

จึงได้มีการออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

พ.ศ. ๒๕๕๕ ทั้งนี้

เพื่อเป็นการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบ

ตลอดจนช่วยฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยดังกล่าว

โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจเฉพาะคราวในการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิน

เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปใช้ในการให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยต่อไปในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

จึงจำเป็นต้องออกประกาศเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์

และวิธีการในการดำเนินการให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

๒. อำนาจตามกฎหมาย

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

พ.ศ. ๒๕๕๕

๓. ขอบเขตการบังคับใช้

สถาบันการเงินตามประกาศนี้

๔. เนื้อหา

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“ธปท.” หมายความว่า

ธนาคารแห่งประเทศไทย

“อุทกภัย” หมายความว่า

อุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๔

และในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังเกี่ยวกับเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า

ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินและธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

“ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ที่มีจำนวนการจ้างงานและมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินอยู่ภายในเกณฑ์ตามตาราง

ดังนี้

ประเภท

วิสาหกิจขนาดกลาง

วิสาหกิจขนาดย่อม

จำนวนการจ้างงาน

(คน)

มูลค่าสินทรัพย์

ถาวรไม่รวมที่ดิน

(ล้านบาท)

จำนวนการจ้างงาน

(คน)

มูลค่าสินทรัพย์ถาวร

ไม่รวมที่ดิน

(ล้านบาท)

กิจการผลิตสินค้า

(รวมรับจ้างทำของ)

กิจการให้บริการ

กิจการค้าส่ง

กิจการค้าปลีก

ไม่เกิน ๒๐๐

ไม่เกิน ๒๐๐

ไม่เกิน ๕๐

ไม่เกิน ๓๐

ไม่เกิน ๒๐๐

ไม่เกิน ๒๐๐

ไม่เกิน ๑๐๐

ไม่เกิน ๖๐

ไม่เกิน ๕๐

ไม่เกิน ๕๐

ไม่เกิน ๒๕

ไม่เกิน ๑๕

ไม่เกิน ๕๐

ไม่เกิน ๕๐

ไม่เกิน ๕๐

ไม่เกิน ๓๐

ผู้อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้ที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยที่สถาบันการเงินได้ตรวจสอบแล้วและรับรองว่าเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายจริง

และมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดดังนี้

(๑) เป็นบุคคลธรรมดาที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน

สถานที่ประกอบอาชีพหรือสถานประกอบธุรกิจหรือการค้าของตนอยู่ในเขตพื้นที่อุทกภัย

(๒) เป็นผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่อยู่ในเขตพื้นที่อุทกภัย

วิธีการให้ความช่วยเหลือ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ธปท.

จะให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิน

ที่ประสงค์จะนำไปให้กู้ยืมต่อแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

โดยวิธีการรับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก

วงเงิน สัดส่วน

และระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ วงเงินตามโครงการทั้งสิ้น

๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินที่ ธปท. ให้กู้ยืมแก่สถาบันการเงินไม่เกิน ๒๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และเป็นเงินของสถาบันการเงินไม่ต่ำกว่า ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท (โดยมีสัดส่วนเท่ากับ ๗๐ : ๓๐)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ธปท.

จะเป็นผู้จัดสรรวงเงินให้ความช่วยเหลือสำหรับสถาบันการเงินแต่ละรายเพื่อนำไปให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณาจากความต้องการใช้วงเงินของผู้ที่ได้รับความเสียหายและการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายในพื้นที่ดังกล่าว

ทั้งส่วนที่มีอยู่เดิมและที่จะให้สินเชื่อเพิ่มและส่วนที่จะให้สินเชื่อใหม่

ทั้งนี้ จนกว่าวงเงินของ

ธปท.ตามโครงการนี้จะถูกจัดสรรเต็มจำนวนแล้วหรือจนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖

แล้วแต่สิ่งใดจะเกิดขึ้นก่อน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยแต่ละรายจะได้รับความช่วยเหลือเป็นระยะเวลาไม่เกิน

๕ ปี นับจากวันที่ ธปท. รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจากสถาบันการเงิน

โดยได้รับวงเงินช่วยเหลือ ดังนี้

(๑) ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่เกิน ๓๐ ล้านบาท

(๒) บุคคลธรรมดา ไม่เกิน ๑ ล้านบาท

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สถาบันการเงินจะต้องยื่นคำขอกู้ยืมเงินต่อ

ธปท. ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การให้กู้ยืมแก่สถาบันการเงินตามประกาศนี้

สถาบันการเงินจะต้องออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้ ธปท. มีกำหนดชำระไม่เกินวันที่ ๓๑

ธันวาคม ๒๕๖๑

อัตราดอกเบี้ย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บ

ต้องเป็นไปตามอัตราในตารางดังนี้

ธปท. เรียกเก็บจากสถาบันการเงิน

สถาบันการเงินเรียกเก็บจาก

ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

ร้อยละ ๐.๐๑

ต่อปี

ไม่เกินร้อยละ

๓ ต่อปี

หลักเกณฑ์การขอรับความช่วยเหลือ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สถาบันการเงินที่ประสงค์จะกู้ยืมเงินตามประกาศนี้

ต้องปฏิบัติและยินยอมรับพันธะหน้าที่ ดังนี้

(๑) ทำหนังสือยืนยันตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารแนบ ๑)

(๒) เรียกเก็บดอกเบี้ยจากผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

สำหรับจำนวนเงินที่ให้สินเชื่อไม่เกินอัตราที่กำหนดในข้อ ๙

(๓) ยินยอมให้ ธปท. หักเงินจากบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงินที่ ธปท.

เพื่อชำระหนี้อันเกิดขึ้นเนื่องจากการที่ ธปท. ให้กู้ยืมเงินตามประกาศนี้

โดยในวันที่มีการชำระหนี้ สถาบันการเงินต้องดำรงเงินฝากไว้ที่ ธปท.

ให้มีจำนวนเพียงพอที่ ธปท. จะหักชำระหนี้ได้

และในกรณีที่เงินในบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงินไม่มีหรือมีไม่พอหักชำระหนี้ดังกล่าว

ให้ ธปท. จำหน่ายทรัพย์สินอย่างอื่นของสถาบันการเงินที่มีอยู่ที่ ธปท.

และดำเนินการอื่นใดตามที่ ธปท.

เห็นสมควรเพื่อให้ได้เงินมาชำระหนี้ตลอดจนยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของ ธปท.

เข้าไปตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินตามประกาศนี้ ณ

สำนักงานของสถาบันการเงิน

รวมทั้งดำเนินการให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของ

ธปท. เข้าไปตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือตามประกาศนี้ ณ สำนักงาน

หรือที่อยู่อาศัยของผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยได้ด้วย

(๔) จัดให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยที่ขอรับความช่วยเหลือตามประกาศนี้รับรู้ข้อกำหนดแห่งประกาศนี้

(๕)

เมื่อสถาบันการเงินประสงค์จะชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนวันที่ตั๋วสัญญาใช้เงินของสถาบันการเงินถึงกำหนดใช้เงิน

สถาบันการเงินต้องทำหนังสือขอชำระหนี้ตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารแนบ ๒)

(๖)

ให้สถาบันการเงินส่งรายงานรายละเอียดยอดคงค้างของตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับพร้อมรายชื่อผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้

(เอกสารแนบ ๓) ให้ ธปท. ทุกสิ้นเดือน

วิธีปฏิบัติในการขอกู้ยืมเงิน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการขอกู้ยืมเงินแต่ละครั้ง

สถาบันการเงินต้องดำเนินการ ดังนี้

(๑) ทำหนังสือความตกลงเพื่อกู้ยืมเงินตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้

(เอกสารแนบ ๔)

(๒) ออกตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีลักษณะดังนี้

ก. เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารแนบ ๕)

ข. จำนวนเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินต้องไม่เกินสัดส่วนการให้ความช่วยเหลือตามข้อ

๔ ของจำนวนเงินที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

ค. เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีวันถึงกำหนดใช้เงินไม่เกิน ๕ ปี

นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงินและไม่เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑

ง. เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยตามข้อ ๙

(๓)

ส่งรายละเอียดผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยที่สมควรได้รับความช่วยเหลือตามประกาศนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับ

(เอกสารแนบ ๖)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ สถาบันการเงินต้องตรวจสอบและรับรองว่า

(๑) ผู้ที่ขอรับความช่วยเหลือตามประกาศนี้

ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๔

และอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังเกี่ยวกับเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอย่างแท้จริง

(๒) สถาบันการเงินได้พิจารณาแล้วว่า วงเงิน สัดส่วน ระยะเวลา

และอัตราดอกเบี้ยที่ให้กู้ยืมแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การรับและการคืนเงินกู้ยืม

การเรียกเก็บดอกเบี้ยและเงินเบี้ยปรับ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อ ธปท.

พิจารณาอนุมัติการกู้ยืมเงิน ธปท. จะนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงินที่

ธปท. ตามจำนวนเงินที่สถาบันการเงินได้รับอนุมัติในแต่ละครั้ง และเมื่อ ธปท. ได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว

ให้ถือว่าสถาบันการเงินได้รับเงินกู้ยืมจาก ธปท. แล้ว

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ธปท.

จะเรียกเก็บดอกเบี้ยสำหรับยอดตั๋วสัญญาใช้เงินคงค้างปีละ ๒ งวด คือ

งวดสิ้นเดือนมิถุนายน และงวดสิ้นเดือนธันวาคม ในวันทำการแรกของเดือนถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อสถาบันการเงินได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนวันที่ตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดใช้เงิน

สถาบันการเงินต้องรีบชำระหนี้ให้ ธปท. ตามสัดส่วนที่ได้รับชำระ

โดยต้องทำหนังสือขอชำระหนี้ตามแบบที่แนบ (เอกสารแนบ ๒)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในวันที่ตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดใช้เงินหรือวันที่มีการขอชำระหนี้

หรือวันที่ ธปท. เรียกให้ชำระหนี้ก่อนกำหนด หรือวันที่ ธปท.

เรียกเก็บดอกเบี้ยประจำงวด ธปท. จะหักเงินจากบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงินที่ ธปท.

ตามจำนวนหนี้ที่ถึงกำหนดใช้เงิน หรือจำนวนหนี้ที่ขอชำระหรือจำนวนหนี้ที่ ธปท.

เรียกให้ชำระก่อนกำหนด รวมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ (ถ้ามี) หรือจำนวนดอกเบี้ยประจำงวด

แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่วันถึงกำหนดใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินตรงกับวันหยุดทำการ

ให้สถาบันการเงินชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินในวันทำการถัดไป โดย ธปท.

จะเรียกเก็บดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ (ถ้ามี) สำหรับวันหยุดดังกล่าวจนถึงวันที่สถาบันการเงินชำระหนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อสถาบันการเงินฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งแห่งประกาศนี้

ธปท. จะเรียกเก็บเบี้ยปรับจากสถาบันการเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ต่อปี

ตามจำนวนเงินที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติและตามระยะเวลาตั้งแต่วันที่มีการเบิกเงินจาก

ธปท. จนถึงวันที่มีการชำระหนี้หรือตามระยะเวลาที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ แล้วแต่กรณี

ถ้าสาเหตุที่สถาบันการเงินต้องเสียเบี้ยปรับเกิดขึ้นเพราะความผิดของผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

สถาบันการเงินจะไล่เบี้ยจากผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

ได้ไม่เกินจำนวนเงินเบี้ยปรับที่ ธปท. เรียกเก็บจากสถาบันการเงิน และถ้า ธปท.

คืนเบี้ยปรับให้แก่สถาบันการเงินเป็นจำนวนเงินเท่าใด สถาบันการเงินต้องคืนเบี้ยปรับตามจำนวนเงินดังกล่าวให้แก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ธปท.

อาจพิจารณางด ลด หรือคืนเบี้ยปรับสำหรับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้

ตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อ ธปท.

ได้รับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยสถาบันการเงินแล้วหากปรากฏในภายหลังว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งแห่งประกาศนี้

ธปท. สงวนสิทธิที่จะเรียกเก็บเบี้ยปรับสำหรับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ธปท.

สงวนสิทธิที่จะไม่ให้กู้ยืมเงิน ลดจำนวนเงินที่จะให้กู้ยืม

หรือเรียกให้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนวันถึงกำหนดใช้เงิน

เมื่อมีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(๑) เมื่อ ธปท.

เห็นว่าสถาบันการเงินปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินนั้น

(๒) เมื่อมีการจำหน่ายทรัพย์สินของสถาบันการเงินตามข้อ ๑๐ (๓)

(๓) เมื่อ ธปท.

เห็นว่าสถาบันการเงินหรือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

ฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามประกาศนี้

หรือมีพฤติการณ์ในทำนองไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประกาศนี้

(๔) มีเหตุไม่สมควรประการอื่น

๕. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕

ประสาร

ไตรรัตน์วรกุล

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบหนังสือยืนยัน (เอกสารแนบ ๑)

๒. แบบหนังสือขอชำระหนี้ (เอกสารแนบ ๒)

๓. แบบรายงานยอดตั๋วสัญญาใช้เงินคงค้างประจำเดือน (เอกสารแนบ ๓)

๔. แบบหนังสือความตกลงเพื่อกู้ยืมเงิน (เอกสารแนบ ๔)

๕. แบบตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยสถาบันการเงิน (เอกสารแนบ ๕)

๖.

แบบรายละเอียดผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยที่สมควรได้รับความช่วยเหลือ

(เอกสารแนบ ๖)

๗. แบบหนังสือมอบอำนาจ (เอกสารแนบ ๗)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๖ มีนาคม ๒๕๕๕

ณัฐพร/ผู้ตรวจ

๖ มีนาคม ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๔๓ ง/หน้า ๑๖/๑ มีนาคม ๒๕๕๕

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกง. 12/2555 เรื่อง การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปี พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b1ed1f25bd8e295f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com