法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ.

๒๕๕๑

เพื่อให้การบริหารจัดการระบบ การขอ การอนุญาต

และการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็วและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

ในการรับรองสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ข้อ ๔

แห่งประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ

และคำสั่งอื่นใดขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้ ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“องค์การบริหารส่วนตำบล” หมายความว่า

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

“หน่วยงานในสังกัด” หมายความว่า

สำนัก กองหรือหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

ข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสารและหน่วยงานในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

“ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

“นายก” หมายความว่า

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

“วัน” หมายความว่า วันตามปีปฏิทิน

“วันทำการ” หมายความว่า

วันทำการตามปกติของหน่วยงานของรัฐ

“คำขอ” หมายความว่า คำขอข้อมูลข่าวสารตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้รักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้วินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร

หมวด

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

ประกอบด้วย

(๑)

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้ ประธานกรรมการ

(๒) รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

กรรมการ

(๓)

เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้ กรรมการ

(๔) หัวหน้าส่วนทุกส่วน กรรมการ

(๕)

ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้ กรรมการ/เลขานุการ

(๖)

นิติกร กรรมการ/ผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เสนอนโยบายหรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร

การจัดระบบ การขออนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสาร

(๒)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา รวมทั้งการจัดพิมพ์และการเผยแพร่

(๓) ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย

หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของราชการ

(๔)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่องค์การบริหารส่วนตำบล

(๕)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทำและปรับปรุงข้อมูลข่าวสารตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยงานสารบรรณ หรือข้อมูลข่าวสารอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อราชการ

(๖)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับส่วนราชการ

(๗)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นในกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้

(๘)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการในเรื่องใด ๆ

ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๙)

เชิญบุคคลใดมาสอบถามหรือให้คำชี้แจงแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร

(๑๐)

ดำเนินงานอื่นใดตามที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้มอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด

จึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้นำความในข้อ ๘

มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะกรรมการแต่งตั้งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ มติของคณะกรรมการต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลก่อนจึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้

หมวด

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

ขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบ ควบคุมดูแลของสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู ศึกษา ค้นคว้า

ตลอดจนเผยแพร่ จำหน่าย จ่ายแจก รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบนี้

และตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

หมวด

การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้หน่วยงานในสังกัดจัดประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ

กฎหมายอื่นและระเบียบของทางราชการ ดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๒)

ข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้

(๓) ข้อมูลข่าวสารอื่น

(๔) ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

การจัดแยกข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง

ให้คำนึงถึงลักษณะของข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการด้วยว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่จะเปิดเผยมิได้หรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้

ให้หน่วยงานในสังกัดจัดส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง

(๑) และ (๒) ไปยังศูนย์ข้อมูลข่าวสารของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดู ค้นคว้า

หรือขอสำเนา

ให้หน่วยงานในสังกัดจัดให้มีเจ้าหน้าที่ควบคุม

ดูแลการตรวจสอบติดตามและประสานงานในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสามให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

รวมทั้งรับผิดชอบในการพิจารณาให้บริการข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ

ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลซึ่งไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องจัดส่งให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารตามวรรคสาม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารจัดทำดัชนีข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานในสังกัดส่งมาให้ตามข้อ

๑๒ วรรคสาม โดยให้มีรายละเอียดเพียงพอที่ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำบัญชีข้อมูลข่าวสารอื่น

ๆ ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องส่งให้แก่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๑๒ วรรคสาม

ให้พร้อมในการที่จะพิจารณาสั่งเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยเมื่อมีผู้ใดยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารในความครอบครองหรือควบคุม

ดูแล ดังกล่าว

หมวด

การขอตรวจดู

การขอข้อมูลข่าวสาร และการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารจัดทำสมุดทะเบียนสำหรับผู้เข้ามาขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารที่ตั้งแสดงไว้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักฐานของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การขอสำเนาข้อมูลข่าวสารหรือขอข้อมูลข่าวสารที่มีคำรับรองถูกต้องให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือ

ตามแบบที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด

ต่อเจ้าหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลข่าวสารหรือเขียนขึ้นเอง

โดยให้ระบุข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามสมควร

ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับคำขอตรวจสอบว่า

ข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้นเป็นข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสารหรืออยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลใดหรือหน่วยงานนอกสังกัดอื่นใด

หากเป็นข้อมูลข่าวสารและอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลไม่ต่ำกว่าระดับ

๒ เป็นผู้อนุญาตและลงนามในสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

โดยลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจนวัน เดือน ปี

ให้ชัดเจน ทั้งนี้ ให้รับรองตามจำนวนที่ผู้ยื่นคำขอขอให้รับรอง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีขอตรวจดู

ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารอื่น ซึ่งอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของส่วนราชการประจำจังหวัด

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอเสนอเรื่องไปยังหน่วยงานนั้น

พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ยื่นคำขอไปประสานกับหน่วยงานนั้นโดยตรงด้วย

ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้พิจารณาอนุญาต

โดยให้พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลไม่ต่ำกว่าระดับ ๒

เป็นผู้ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร เว้นแต่ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับ

ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

ในกรณีที่ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่า

ข้อมูลข่าวสารที่มีคำขอนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่

ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้น

กระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใดให้หน่วยงานนั้นแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียนั้นคัดค้านภายในเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา

๑๗ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กรณีผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอใดให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

พร้อมแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตดังกล่าวต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

ตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ตามมาตรา ๒๓

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการให้บริการ

โดยปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ

ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารหรือหน่วยงานในสังกัดพิจารณาให้บริการตามระเบียบโดยอนุโลม

เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

หรือเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผย ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือตามที่หน่วยงานในสังกัดตามข้อ

๑๙ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ข้อมูลข่าวสารใด หากมีกฎหมาย

ระเบียบอื่นหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นพิเศษ

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบหรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ข้อมูลข่าวสารที่มีไว้เพื่อเผยแพร่

หรือจำหน่ายให้คิดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

ตามหลักเกณฑ์ที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการรายได้จากการจำหน่ายข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๒ และค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง ให้ปฏิบัติตามระเบียบของราชการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทำสำเนาเอกสารข้อมูลข่าวสารในอัตราเท่ากับต้นทุนในการจัดทำสำเนาเอกสารนั้น

ๆ แต่ต้องไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการรับรองสำเนาเอกสารคำรับรองละ

๕ บาท

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ค่าธรรมเนียมข้อ ๒๓ และข้อ ๒๔

ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

หมวด

กำหนดระยะเวลา

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การบริการข้อมูลข่าวสารตามคำขอ

ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารดำเนินการให้บริการภายในกำหนดระยะเวลา ดังนี้

(๑)

การให้บริการข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูหรือขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีการรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันทำการที่ได้รับคำขอนั้น

(๒) การให้บริการข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ

ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัด

ให้พิจารณาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันทำการที่ได้มีคำขอนั้น

ถ้าไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันทำการนั้นได้

ให้แจ้งกำหนดวันและเวลาตามที่เห็นสมควรเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอมารับแต่ต้องไม่เกินเจ็ดวันทำการ

ในกรณีจำเป็นอาจขออนุมัติจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหรือผู้ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลมอบหมายเพื่อขอขยายเวลาออกไปได้

แต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันทำการ

(๓) กรณีที่ต้องแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียคัดค้าน

เมื่อรวมเวลาตั้งแต่วันรับการแจ้งให้คัดค้านการพิจารณาว่าจะสั่งเปิดเผยหรือไม่เปิดเผย

รวมแล้วต้องไม่เกินสามสิบวัน

ยกเว้นในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ขออนุมัตินายกองค์การบริหารส่วนตำบลขยายเวลาออกไปได้

แต่ต้องแสดงเหตุผลและรวมเวลาแล้วต้องไม่เกินหกสิบวัน

หมวด

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

ตั้งอยู่ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้ หมู่ที่ ๕ ตำบลแม่น้ำคู้

อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง รหัสไปรษณีย์ ๒๑๑๔๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ - ๓๘๙๑ - ๓๒๗๑ -

๔ โทรสาร ๐ - ๓๘๙๑ - ๓๒๗๑ - ๔ ต่อ ๒๖

ประกาศ

ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

เขียน

ถึกเจริญ

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

มิถุนายน ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

มิถุนายน ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๕๘ ง/หน้า ๑/๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลแม่น้ำคู้ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b200b767acf7dde0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com