法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่อง การจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิตของบริษัทข้อมูลเครดิต

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต

เรื่อง

การจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิตของบริษัทข้อมูลเครดิต

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำและการเปิดเผยคะแนนเครดิตของบริษัทข้อมูลเครดิต

ที่บริษัทข้อมูลเครดิตจัดให้มีขึ้นเพื่อให้บริการแก่สมาชิกหรือผู้ใช้บริการของบริษัทข้อมูลเครดิต

เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์สินเชื่อที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

โดยประกอบด้วยมาตรฐานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และมีการควบคุมดูแลด้วยความโปร่งใส

อันจะเกิดประโยชน์ต่อเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินในระยะยาว และเป็นการเพิ่มโอกาสให้บุคคลได้รับบริการสินเชื่อที่สอดคล้องกับข้อมูลทางการเงิน

ความสามารถในการชำระหนี้ และพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. ๒๕๔๕

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“การจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิต”

ให้หมายความรวมถึง การจัดทำแบบจำลองคะแนนเครดิต การให้บริการคะแนนเครดิต

และการรับเรื่องร้องเรียน

“แบบจำลองคะแนนเครดิต”

หมายความว่า

เครื่องมือที่ใช้กระบวนการทางสถิติจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดตัวชี้วัดความน่าจะเป็นในการชำระคืนหนี้

โดยใช้ข้อมูลเฉพาะในส่วนที่ไม่สามารถระบุตัวของเจ้าของข้อมูลมาเป็นปัจจัยหนึ่งในการจัดทำ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่กำกับและตรวจสอบการจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิตของบริษัทข้อมูลเครดิต

ตลอดจนสั่งการที่เกี่ยวข้องแก่บริษัทข้อมูลเครดิต เพื่อปฏิบัติการตามประกาศนี้

โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานผลการกำกับและตรวจสอบต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิต

บริษัทข้อมูลเครดิตจะต้องจัดให้มีนโยบายหลักระบบการบริหารงาน กระบวนการปฏิบัติงาน

และระบบการควบคุมการปฏิบัติงานที่เหมาะสม

โครงสร้างองค์กรของระบบการบริหารงานตามวรรคหนึ่ง

ต้องมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่และกลไกการถ่วงดุลอำนาจหน้าที่

และอย่างน้อยต้องมีหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

ดังต่อไปนี้

(๑) หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดทำคะแนนเครดิต

ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสถิติ คณิตศาสตร์ชั้นสูง

และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการให้สินเชื่อ

(๒) หน่วยงานที่มีหน้าที่ทดสอบความน่าเชื่อถือและติดตามประสิทธิภาพของแบบจำลองคะแนนเครดิตและคะแนนเครดิต

โดยเป็นอิสระจากหน่วยงานตาม (๑) ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่มีคุณสมบัติตาม (๑)

(๓)

หน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบในการให้บริการคะแนนเครดิตและการรับเรื่องร้องเรียนแก่สมาชิก

ผู้ใช้บริการ และเจ้าของข้อมูล

โดยหน่วยงานให้บริการคะแนนเครดิตและหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวอาจเป็นหน่วยงานเดียวกันหรือแยกจากกัน

หรืออาจรวมกับหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบที่มีหน้าที่ในการให้บริการข้อมูลหรือการรับเรื่องร้องเรียนหรือแยกต่างหากก็ได้

แต่ต้องจัดให้มีอย่างเพียงพอ

(๔)

หน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและการเปิดเผยคะแนนเครดิต

ซึ่งเป็นอิสระจากหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบตาม (๑) (๒) และ (๓)

นโยบายหลัก ระบบการบริหารงาน กระบวนการปฏิบัติงาน

และระบบการควบคุมการปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง

ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของบริษัทข้อมูลเครดิต

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บริษัทข้อมูลเครดิตต้องจัดให้มีนโยบายในการจัดทำคะแนนเครดิต

และมีกระบวนการจัดทำคะแนนเครดิตตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล ทั้งนี้

ต้องแสดงให้เห็นถึงหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดสมมติฐาน การเลือกใช้ทฤษฎี

การออกแบบและจัดทำแบบจำลองคะแนนเครดิต

ตลอดจนการทดสอบความน่าเชื่อถือของคะแนนเครดิตและแบบจำลองคะแนนเครดิตได้อย่างเหมาะสม

แบบจำลองคะแนนเครดิตที่บริษัทข้อมูลเครดิตนำมาใช้ในการคำนวณคะแนนเครดิตในช่วงเวลาหนึ่ง

ๆ จะต้องมีมาตรฐานเป็นอย่างเดียวกันในการคำนวณคะแนนเครดิตของเจ้าของข้อมูล

ตามนโยบายที่บริษัทข้อมูลเครดิตกำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กระบวนการจัดทำคะแนนเครดิตตามข้อ ๕

อย่างน้อยต้องประกอบด้วยเรื่อง ดังต่อไปนี้

(๑) กระบวนการจัดทำแบบจำลองคะแนนเครดิตดังต่อไปนี้

โดยมีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

(ก) การวิเคราะห์และคัดเลือกข้อมูล

และการปรับแต่งข้อมูล

(ข)

การจัดแบ่งแยกข้อมูลที่ใช้ในการจัดทำแบบจำลองคะแนนเครดิต

และข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบความน่าเชื่อถือของแบบจำลองคะแนนเครดิต

(ค) การวิเคราะห์และคัดเลือกปัจจัยเสี่ยง

(ง) การคัดเลือกแบบจำลองคะแนนเครดิต

(จ) การคำนวณคะแนนเครดิต

(ฉ) การทดสอบความน่าเชื่อถือของแบบจำลองคะแนนเครดิต

และความแม่นยำของคะแนนเครดิต

โดยต้องแสดงข้อจำกัดที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของแบบจำลองคะแนนเครดิตด้วย

(๒)

กระบวนการในการทดสอบความน่าเชื่อถือของแบบจำลองคะแนนเครดิตและคะแนนเครดิตโดยระบุผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

และอย่างน้อยต้องมีการดำเนินการในเรื่อง ดังต่อไปนี้

(ก) การกำหนดเงื่อนไข วิธีการ

และความถี่ในการทดสอบความน่าเชื่อถือ

(ข) การจัดให้มีการทดสอบความน่าเชื่อถือเป็นประจำ

อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งและติดตามประสิทธิภาพของแบบจำลองคะแนนเครดิตอย่างน้อยไตรมาสละหนึ่งครั้ง

(ค)

การทดสอบที่ครอบคลุมถึงการทดสอบความสามารถในการแบ่งแยก

การจัดเรียงลำดับการกระจายตัวและความเสถียร และความแม่นยำของคะแนนเครดิต

ทั้งในระดับภาพรวมและกลุ่มข้อมูลย่อย

(ง)

การเปิดเผยวิธีการและผลการทดสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทข้อมูลเครดิตให้แก่สมาชิกและผู้ใช้บริการทราบอย่างเหมาะสม

(จ) การแก้ไขปรับปรุงการทดสอบความน่าเชื่อถือ

ในกรณีที่ผลการทดสอบความน่าเชื่อถือไม่ผ่านเงื่อนไขตามที่บริษัทข้อมูลเครดิตกำหนด

โดยต้องมีการดำเนินการโดยเร็ว

พร้อมทั้งมีการวิเคราะห์และแสดงสาเหตุสำคัญที่ไม่ผ่านการทดสอบความน่าเชื่อถือด้วย

(ฉ) การจัดให้มีการทดสอบความน่าเชื่อถือ

โดยผู้เชี่ยวชาญภายนอกซึ่งมีประสบการณ์หรือความรู้ความเชี่ยวชาญในระดับสากล

อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

และเมื่อมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงแบบจำลองคะแนนเครดิตอย่างมีนัยสำคัญทุกครั้ง

(๓) กระบวนการบริหารจัดการ การเข้าถึง การจัดเก็บ

และการประมวลผลข้อมูล

(๔) กระบวนการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

การตรวจสอบความถูกต้องเชื่อถือได้ของข้อมูล และการเตรียมข้อมูลให้พร้อมใช้งาน

ในกรณีที่กระบวนการตาม (๑)

มีความจำเป็นต้องใช้ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญประกอบบริษัทข้อมูลเครดิตต้องแสดงเหตุผล

ความจำเป็น และรายละเอียดอื่น ๆ ที่จำเป็นเป็นลายลักษณ์อักษร

ในกรณีที่มีการดำเนินการตาม (๒) (จ) หรือ (ฉ)

ให้บริษัทข้อมูลเครดิตรายงานผลการดำเนินการแก้ไขดังกล่าวหรือรายงานผลการทดสอบความน่าเชื่อถือของผู้เชี่ยวชาญแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ภายในสามสิบวันหลังจากบริษัทข้อมูลเครดิตดำเนินการแล้วเสร็จหรือรับทราบผลการทดสอบ

แล้วแต่กรณี

ให้มีการรายงานผลการจัดทำคะแนนเครดิต

และผลการทดสอบความน่าเชื่อถือตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)

ต่อคณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัทข้อมูลเครดิตทราบเป็นประจำ

และให้บริษัทข้อมูลเครดิตจัดเก็บรายงานดังกล่าวไว้

และจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยในกรณีที่มีการร้องขอ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการเปิดเผยคะแนนเครดิต

ให้บริษัทข้อมูลเครดิตถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลแก่สมาชิก

ผู้ใช้บริการ หรือเจ้าของข้อมูล และปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย

(๑)

กำหนดให้มีนโยบายและกระบวนการในการเปิดเผยคะแนนเครดิตเป็นลายลักษณ์อักษร

(๒)

จัดให้มีคำอธิบายประกอบข้อมูลในการเปิดเผยคะแนนเครดิตที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย

(๓)

จัดให้มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ให้แก่สมาชิก ผู้ใช้บริการ

เจ้าของข้อมูลและประชาชน อย่างน้อยในส่วนที่เกี่ยวกับความหมายของคะแนนเครดิต

ประโยชน์ที่จะได้รับจากคะแนนเครดิต

ขอบเขตการให้บริการและหน้าที่ความรับผิดชอบของบริษัทข้อมูลเครดิต

และสิทธิที่พึงมีของเจ้าของข้อมูล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการรับเรื่องร้องเรียน

ให้บริษัทข้อมูลเครดิตถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดให้มีนโยบายและกระบวนการในการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรการกำหนดข้อตกลงระดับการให้บริการที่เหมาะสม

และการติดตามประเมินผลการให้บริการสม่ำเสมอ

(๒)

จัดให้มีช่องทางการให้บริการรับเรื่องร้องเรียนอย่างเพียงพอและมีความสะดวกในการติดต่อ

โดยต้องมีผู้ทำหน้าที่ในการตอบข้อสงสัยหรือให้ข้อมูลแก่ผู้ร้องเรียนหรือผู้ติดต่ออย่างถูกต้อง

รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบถึงช่องทางการให้บริการดังกล่าวด้วย

(๓) มีการแจ้งสิทธิ ขั้นตอน

และระยะเวลาในการตรวจสอบข้อมูล การขอแก้ไขข้อมูล การบันทึกข้อโต้แย้งและการอุทธรณ์ให้แก่เจ้าของข้อมูลทราบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ บริษัทข้อมูลเครดิตต้องจัดให้มีนโยบาย

วิธีการ และกระบวนการตรวจสอบ การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิต

โดยต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

ให้บริษัทข้อมูลเครดิตเก็บรักษารายงานผลการตรวจสอบไว้

และจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทันทีที่มีการร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้บริษัทข้อมูลเครดิตจัดทำคู่มือปฏิบัติงานสำหรับกระบวนการจัดทำคะแนนเครดิตการเปิดเผยคะแนนเครดิต

การรับเรื่องร้องเรียน และกระบวนการตรวจสอบการปฏิบัติงานตามข้อ ๕ ข้อ ๗ ข้อ ๘

และข้อ ๙ โดยมีรายละเอียดที่ชัดเจน ทันสมัยเสมอ และเพียงพอ

เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการที่กำหนดไว้ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่บริษัทข้อมูลเครดิตมอบหมายให้บุคคลภายนอกดำเนินการแทน

จะต้องเป็นการให้บริการในนามของบริษัทข้อมูลเครดิต

โดยบริษัทข้อมูลเครดิตต้องรับผิดชอบต่อสมาชิกผู้ใช้บริการ และเจ้าของข้อมูล

เสมือนบริษัทข้อมูลเครดิตเป็นผู้ดำเนินการเอง

และต้องควบคุมให้บุคคลภายนอกนั้นดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้โดยเคร่งครัด

ตลอดจนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์

และวิธีการคัดเลือกบุคคลภายนอกอย่างชัดเจน โดยบุคคลภายนอกต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแทน

และไม่มีเหตุเสื่อมเสียเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน

(๒)

จัดทำสัญญาและข้อตกลงในการให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสัญญาและข้อตกลงจะต้องมีสาระสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตการให้บริการ

ความรับผิดชอบ เงื่อนไขการให้บริการ การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน

การรักษาความปลอดภัยข้อมูล ระยะเวลาการให้บริการ ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขการยกเลิก

เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือต่ออายุสัญญา ข้อห้ามตาม (๔) รวมถึงสิทธิของบริษัทข้อมูลเครดิตหรือธนาคารแห่งประเทศไทยในการเข้าตรวจสอบกระบวนการปฏิบัติงานของผู้ให้บริการภายนอกเพื่อให้เป็นไปตามประกาศนี้

(๓)

จัดให้มีกระบวนการควบคุมการปฏิบัติงานของบุคคลภายนอกอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

รวมทั้งต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคคลภายนอกอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งหรือเมื่อมีการต่อสัญญาจ้างทุกคราว

หรือเมื่อสัญญาจ้างได้สิ้นสุดลง

(๔)

กำหนดข้อห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกนำแบบจำลองคะแนนเครดิต

คะแนนเครดิตหรือข้อมูลใดที่เกี่ยวข้องกับแบบจำลองคะแนนเครดิต

ไปใช้งานหรือให้บริการอื่นใดที่นอกเหนือไปจากข้อกำหนดตามสัญญาที่ทำกับบริษัทข้อมูลเครดิต

(๕)

กำหนดให้บุคคลภายนอกซึ่งจัดทำหรือทดสอบความน่าเชื่อถือของแบบจำลองคะแนนเครดิตและคะแนนเครดิต

เปิดเผยรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูล วิธีการ หลักสถิติ ข้อจำกัด

ผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดทำและทดสอบความน่าเชื่อถือ ต่อบริษัทข้อมูลเครดิตอย่างครบถ้วน

และมีรายละเอียดเพียงพอที่บริษัทข้อมูลเครดิตจะใช้อ้างอิงต่อได้ในภายหลัง

(๖)

กำหนดให้บุคคลภายนอกจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานที่ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอเก็บไว้ที่บริษัทข้อมูลเครดิตหนึ่งชุด

และจัดให้มีการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้แก่ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทข้อมูลเครดิตเพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการ

ลักษณะงาน กระบวนการปฏิบัติงาน

ตลอดจนวิธีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓)

ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของบริษัทข้อมูลเครดิต

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้นำความในข้อ

๑๑ (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕)

มาใช้บังคับแก่ผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่บริษัทข้อมูลเครดิตจ้างให้ทดสอบความน่าเชื่อถือตามข้อ

๖ (๒) (ฉ) โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การให้บริการคะแนนเครดิตครั้งแรกหรือเมื่อมีการจัดทำแบบจำลองคะแนนเครดิตใหม่ของบริษัทข้อมูลเครดิต

ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนมีการให้บริการโดยให้บริษัทข้อมูลเครดิตส่งแผนธุรกิจและข้อมูลรายละเอียดในการจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิตรวมถึงผลการทดสอบความน่าเชื่อถือตามที่กำหนดในประกาศนี้เพื่อประกอบการพิจารณาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย

ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งผลการพิจารณาให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตทราบภายในเก้าสิบวันนับจากวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตครบถ้วน

ประกาศ

ณ วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘

ประสาร

ไตรรัตน์วรกุล

ประธานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๑ กันยายน

๒๕๕๘

ปัญจพร/ผู้ตรวจ

๒๑ กันยายน

๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๒๒๐ ง/หน้า ๕/๑๖ กันยายน ๒๕๕๘

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่อง การจัดทำและเปิดเผยคะแนนเครดิตของบริษัทข้อมูลเครดิต (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b21220d5d42af8ba

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com