ประกาศคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบก
ประกาศคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบก
ประจำจังหวัดพิษณุโลก
ฉบับที่
๔๐ (พ.ศ. ๒๕๕๐)
เรื่อง
กำหนดเส้นทางสำหรับการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสาร[๑]
ด้วย
คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดพิษณุโลกได้พิจารณาเห็นสมควรกำหนดเส้นทางสำหรับการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสารขึ้น
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนต่อไป
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๐ (๑)
แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
ประกอบกับมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดพิษณุโลกในการประชุมครั้งที่
๒/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๙ และได้รับอนุมัติในหลักการจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง
ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๐
จึงกำหนดเส้นทางสำหรับการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสาร หมวด ๔ จังหวัดพิษณุโลก สายที่
๒๕๗๒ บ้านทรัพย์ไพรวัลย์ - เนินสว่าง - บ้านน้ำริน โดยให้ใช้รายละเอียดเส้นทางดังนี้
คือ
สายที่
๒๕๗๒ ชื่อเส้นทาง บ้านทรัพย์ไพรวัลย์-เนินสว่าง-บ้านน้ำริน
เริ่มต้นจากสถานที่จอดรถโดยสารประจำทางบ้านทรัพย์ไพรวัลย์
ไปตามทางหลวงชนบทหมายเลข พล ๒๐๑๕ ผ่านบ้านม่วงหอม บ้านหนองปรือ บ้านเนินสว่าง
บ้านตานม ไปสุดเส้นทาง ณ สถานที่จอดรถโดยสารประจำทางบ้านน้ำริน
ช่วงบ้านทรัพย์ไพรวัลย์-บ้านน้ำยาง
เริ่มต้นจากสถานที่จอดรถโดยสารประจำทางบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ไปตามทางหลวงชนบทหมายเลข
พล ๒๐๑๕ ผ่านบ้านม่วงหอม บ้านหนองปรือ ถึงสามแยกบ้านหนองยาง แยกขวาไปตามทางหลวงท้องถิ่น
ไปสุดเส้นทาง ณ สถานที่จอดรถโดยสารประจำทางบ้านน้ำยาง
ช่วงบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ - บ้านใหม่ชัยเจริญ
เริ่มต้นจากสถานที่จอดรถโดยสารประจำทางบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ ไปตามทางหลวงชนบทหมายเลข
พล ๒๐๑๕ ผ่านบ้านม่วงหอม ถึงสามแยกบ้านหนองปรือ ตรงไปตามทางหลวงท้องถิ่น
ผ่านบ้านทรัพย์มะค่า ไปสุดเส้นทาง ณ สถานที่จอดรถโดยสารประจำทางบ้านใหม่ชัยเจริญ
ช่วงบ้านทรัพย์ไพรวัลย์-บ้านเขาน้อย
เริ่มต้นจากสถานที่จอดรถโดยสารประจำทางบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ ไปตามทางหลวงชนบทหมายเลข
พล ๒๐๑๕ ผ่านบ้านม่วงหอม ถึงสามแยกซอยมิตรภาพ แยกขวาไปตามทางหลวงท้องถิ่น
ไปสุดเส้นทาง ณ สถานที่จอดรถโดยสารประจำทางบ้านเขาน้อย
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
พิพัฒน์
วงศาโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก
ประธานกรรมการควบคุมการขนส่งทางบก
ประจำจังหวัดพิษณุโลก
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๐
พฤศจิกายน ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๙๕ ง/หน้า ๒๐๓/๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๐