法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการอุดหนุนและส่งเสริมโรงเรียนเอกชนเป็นบัตรค่าเล่าเรียน พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

เรื่อง หลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขการอุดหนุนและส่งเสริมโรงเรียนเอกชน

เป็นบัตรค่าเล่าเรียน

พ.ศ. ๒๕๔๘[๑]

เพื่อให้การเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายรายหัวเป็นบัตรค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เรื่อง การกำหนดแนวทางการอุดหนุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ประกอบกับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๑๒ แห่งระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการอุดหนุนและส่งเสริมโรงเรียนเอกชนเป็นบัตรค่าเล่าเรียน

พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ

ที่ สป ๓๙๐/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจึงกำหนด

หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการอุดหนุนและส่งเสริมโรงเรียนเอกชนเป็นบัตรค่าเล่าเรียน

ปีการศึกษา ๒๕๔๘ เป็นต้นไป ดังนี้

๑. หลักเกณฑ์

๑.๑

โรงเรียนที่มีสิทธิได้รับการอุดหนุนเป็นบัตรค่าเล่าเรียนต้องมีลักษณะ

ดังนี้

๑.๑.๑

โรงเรียน ตามมาตรา ๑๕ (๑) ที่เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล

๑.๑.๒

โรงเรียน ตามมาตรา ๑๕ (๑) ที่เปิดสอนวิชาศาสนาอิสลามควบคู่วิชาสามัญที่มีมูลนิธิหรือมัสยิดเป็นผู้รับใบอนุญาต

๑.๑.๓

โรงเรียน ตามมาตรา ๑๕ (๓)

๑.๒

นักเรียนที่มีสิทธิได้รับการอุดหนุนเป็นบัตรค่าเล่าเรียนต้องมีคุณสมบัติ

ดังนี้

๑.๒.๑

เป็นผู้ซึ่งได้ลงทะเบียนเป็นนักเรียนในโรงเรียนที่มีสิทธิได้รับการอุดหนุนตามกฎหมาย

ระเบียบ คำสั่ง และแนวปฏิบัติที่ทางราชการกำหนด และตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

๑.๒.๒

เป็นนักเรียนที่บิดามารดา หรือบิดา หรือมารดาซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือกรณีที่ไม่มีทั้งบิดามารดาให้ผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีรายได้ของครอบครัวรวมกันปีละไม่เกิน

๑๕๐,๐๐๐ บาท โดยให้มีผลบังคับใช้สำหรับนักเรียนที่เข้าเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๘

เป็นต้นไป

๑.๒.๓

สำหรับนักเรียนที่ไม่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑.๒.๒

ให้มีสิทธิได้รับการอุดหนุนตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

๑.๒.๔

นักเรียนพิการต้องมีสมุดประจำตัวคนพิการหรือเอกสารรับรองความพิการจากแพทย์ของสถานพยาบาลของทางราชการ

และให้โรงเรียนจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล

๑.๓

การให้การอุดหนุนเป็นบัตรค่าเล่าเรียนให้คำนวณตามจำนวนนักเรียนที่มีสิทธิได้รับการอุดหนุนและเรียนอยู่จริงในโรงเรียน

โดยใช้อัตราการอุดหนุนตามตารางแนบท้ายประกาศนี้

๑.๔

ให้ผู้อนุญาตแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำการตรวจสอบการขอรับการอุดหนุน

โดยให้คณะกรรมการมีหน้าที่ ดังนี้

๑.๔.๑

ตรวจสอบบัญชีเรียกชื่อนักเรียนทุกชั้นเรียน

สถิติการเรียนของนักเรียน โดยจำนวนนักเรียนต้องไม่เกินความจุสูงสุดของโรงเรียน

๑.๔.๒

ตรวจสอบจำนวนนักเรียนกับคำร้องขอรับการอุดหนุน

หากปรากฏว่าจำนวนนักเรียนในวันที่ตรวจสอบมีน้อยกว่าจำนวนนักเรียนในวันที่ ๑๐ มิถุนายนของปีการศึกษานั้น

ๆ ให้ปรับลดจำนวนนักเรียนลงตามจำนวนที่มีอยู่จริง

๑.๔.๓

ตรวจสอบทะเบียนโรงเรียน ทะเบียนครู ทะเบียนนักเรียน

ใบมอบตัวนักเรียนพร้อมรูปถ่าย และทะเบียนบ้านให้ถูกต้อง ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียน นักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘

๑.๔.๔

ตรวจสอบบัญชีการจ่ายเงินเดือนครู สมุดลงเวลาทำงานของครู

บัญชีการเงินและบัญชีอื่นของโรงเรียน

๑.๔.๕

รายงานผลการตรวจสอบพร้อมเสนอความเห็นต่อผู้อนุญาต

๒. การขอรับการอุดหนุน

๒.๑

โรงเรียนจัดทำคำขอบัตรค่าเล่าเรียน ส่งสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนสำหรับกรุงเทพมหานคร

ส่วนจังหวัดอื่นส่งที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาท้องที่ที่โรงเรียนตั้งอยู่ภายในวันที่

๒๐ มิถุนายนของปีการศึกษา ประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้

๒.๑.๑

ติดรูปถ่ายของนักเรียนครึ่งตัว หน้าตรง

ไม่สวมหมวก จำนวน ๓ รูป

๒.๑.๒

สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสูติบัตรของนักเรียน

หรือหลักฐานแสดงประวัติที่ทางราชการออกให้พร้อมรับรองสำเนา จำนวน ๑ ฉบับ

๒.๑.๓

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง

๒.๑.๔

อายุของบัตรระดับก่อนประถมศึกษาไม่เกิน ๒ ปี

ระดับประถมศึกษาไม่เกิน ๖ ปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไม่เกิน ๓ ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไม่เกิน

๓ ปี

๒.๒

โรงเรียนจัดทำคำร้องขอรับการอุดหนุน ประจำปีการศึกษา

(อน.๑) จำนวน ๒ ชุด (โรงเรียนเก็บไว้ ๑ ชุด) ส่งที่สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนสำหรับกรุงเทพมหานครส่วนจังหวัดอื่นส่งที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาท้องที่ที่โรงเรียนตั้งอยู่ภายในวันที่

๒๐ มิถุนายนของปีการศึกษา พร้อมส่งแผ่นดิสก์เก็ตข้อมูลนักเรียนตามโปรแกรมการขอรับการอุดหนุนเป็นเงินค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียน

และเอกสารประกอบ ดังนี้

๒.๒.๑

แบบรายงานจำนวนนักเรียนและครู (อน.๒)

พร้อมบัญชีรายชื่อนักเรียน (อน.๓) เพื่อขอรับการอุดหนุน สำรวจ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน

๒.๒.๒

สำเนาใบอนุญาตให้เป็นผู้รับใบอนุญาตหรือทำการแทน

ผู้จัดการ ครูใหญ่และใบอนุญาตความจุนักเรียน (กรณีมีการเปลี่ยนแปลง)

๒.๒.๓

รายงานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนที่ให้ความเห็นชอบจำนวนนักเรียนที่ขอรับการอุดหนุน

๒.๓

ให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนสำหรับกรุงเทพมหานครส่วนจังหวัดอื่นให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาท้องที่ที่โรงเรียนตั้งอยู่ตรวจสอบเอกสารคำขอตามข้อ

๒.๑ และข้อ ๒.๒ และแผ่นดิสก์เก็ตข้อมูลนักเรียนของโรงเรียนด้วยโปรแกรมตรวจสอบการขอรับการอุดหนุนและออกบัตรค่าเล่าเรียนพร้อมประทับตราสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน/สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามจำนวนนักเรียนที่มีสิทธิรับบัตรค่าเล่าเรียน

และคืนบัตรให้โรงเรียน ๑ ฉบับ

๒.๔

ให้จังหวัดโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต

๑ รวบรวม ตรวจสอบข้อมูลนักเรียนในแผ่นดิสก์เก็ตตามข้อ ๒.๓ ของทุกโรงเรียนให้ถูกต้องและสำเนาข้อมูลลงในแผ่น

CD-ROM

ส่งพร้อมแบบสรุปจำนวนนักเรียนของโรงเรียนที่มีสิทธิรับการอุดหนุนเป็นเงินค่าใช้จ่ายรายหัวโดยแยกประเภทการอุดหนุนซึ่งผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบขอรับการอุดหนุนและจัดส่งสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

ภายในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม

๓. การเบิกจ่ายเงิน

๓.๑

โรงเรียนจัดทำใบสำคัญรับเงินอุดหนุน

(อน.๔) ประจำเดือน จำนวน ๒ ชุด (โรงเรียนเก็บไว้ ๑ ชุด) พร้อมเอกสารประกอบ ดังนี้

๓.๑.๑

บัญชีรายชื่อนักเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุน กรณีโรงเรียนรับนักเรียนเข้าเรียนเพิ่มเติม/นักเรียนอนุบาล

๒ อายุครบ ๔ ปีบริบูรณ์ของเดือนที่ผ่านมา (อน.๕) และเอกสารตามข้อ ๒.๑

๓.๑.๒

บัญชีรายชื่อนักเรียนที่โรงเรียนจำหน่าย/ลาออก/พักการเรียนของเดือนที่ผ่านมา

(อน.๖)

๓.๑.๓

บัญชีการจ่ายเงินเดือนครูและการหักเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์เรียงตามระดับการศึกษา

ส่วนกลาง จำนวน ๓ ชุด (สช.๑ ชุด ธนาคาร ๑ ชุด และโรงเรียน ๑ ชุด) ส่วนภูมิภาคจำนวน

๔ ชุด (สช.๑ ชุด สพท. ๑ ชุด ธนาคาร ๑ ชุด และโรงเรียน ๑ ชุด) นำไปประทับตราที่ธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) พร้อมแบบ วส.๐๐๐๑

๓.๒

โรงเรียนจัดส่งเอกสารตามข้อ ๓.๑ ภายในวันที่

๓ ของเดือนที่เบิกที่สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนสำหรับกรุงเทพมหานคร

ส่วนจังหวัดอื่นส่งที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาท้องที่ที่โรงเรียนตั้งอยู่

๓.๓

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาท้องที่ที่โรงเรียนตั้งอยู่ตรวจสอบจำนวนนักเรียนปกตินักเรียนพิการ

(ประจำ - ไปกลับ) จำนวนเงินค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียน และเงินสมทบส่วนของครูและส่วนของผู้รับใบอนุญาตที่ต้องนำส่งกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน

และตรวจสอบจำนวนเงินที่คงเหลือให้ถูกต้อง และรวบรวมส่งเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีคลังอำเภอตั้งอยู่

ยกเว้นกรุงเทพมหานครให้ส่งสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

๓.๔

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีคลังอำเภอตั้งอยู่ขออนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายรายหัวต่อผู้อนุญาต

และจัดทำรายการขอเบิกเงินงบประมาณ ขบ๐๔

ส่งถึงสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการภายในวันที่

๑๘ ของเดือน

๓.๕

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีคลังอำเภอตั้งอยู่โอนเงินค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียนเข้าบัญชีโรงเรียนต่อไป

ยกเว้นกรุงเทพมหานครให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนดำเนินการ

๓.๖

จังหวัดโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑

หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีคลังอำเภอตั้งอยู่ รายงานให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนทราบ

พร้อมส่งรายงานการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนประจำเดือน และแบบสรุปการเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายรายหัว

ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไป

๔. เงื่อนไขการดำเนินการ

๔.๑

โรงเรียนต้องนำเงินค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียนที่ได้รับไปจ่ายเป็นเงินเดือนครูไม่ต่ำกว่าวุฒิที่ทางราชการกำหนดและตามประกาศกระทรวงแรงงาน

เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และหากมีเงินเหลือจ่ายให้นำไปพัฒนาสื่อ อุปกรณ์การเรียน

การสอนและครุภัณฑ์ พัฒนาอาคารสถานที่และการดำเนินกิจการของโรงเรียน

๔.๒

โรงเรียนต้องไม่เก็บค่าธรรมเนียมอื่นเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา

และค่าธรรมเนียมอื่นใดสำหรับนักเรียนที่ได้รับการอุดหนุนเป็นบัตรค่าเล่าเรียน

๔.๓

โรงเรียนต้องจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

๔.๔

โรงเรียนต้องบรรจุครูให้ครบทุกชั้นและทุกระดับการศึกษาที่เปิดทำการสอน

๔.๕

กรณีโรงเรียนเสนอจำนวนนักเรียนพิการเพื่อขอรับการอุดหนุนเป็นเงินค่าใช้จ่ายรายหัว

ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายนต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียน

๔.๖

เมื่อนักเรียนพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียน โรงเรียนต้องแจ้งผู้อนุญาตและให้จ่ายเงินค่าใช้จ่ายรายหัวแก่โรงเรียนนั้นจนถึงสิ้นเดือนที่นักเรียนพ้นสภาพการเป็นนักเรียน

๔.๗

การจ่ายเงินค่าใช้จ่ายรายหัวในเดือนเมษายน

ให้จ่ายตามจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริงในเดือนมีนาคม และในเดือนตุลาคมให้จ่ายตามจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริงในเดือนกันยายนของปีการศึกษา

สำหรับเดือนพฤษภาคมให้เบิกจ่ายเท่าจำนวนนักเรียนเดือนเมษายนไปพลางก่อนและปรับเพิ่ม/ลดตามจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริงในเดือนมิถุนายนของปีการศึกษา

๔.๘

กรณีที่นักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนระหว่างเดือนใด

ระหว่างภาคเรียนให้เบิกเงินค่าใช้จ่ายรายหัวได้สำหรับนักเรียนผู้นั้นในเดือนถัดไป

๔.๙

นักเรียนพิการที่มีสิทธิได้รับการอุดหนุนเป็นเงินค่าใช้จ่ายรายหัวประเภทคนพิการจะไม่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนโครงการอาหารกลางวัน

๔.๑๐

ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการขอเบิกเงินค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียนประจำเดือนให้ทันสิ้นปีงบประมาณ

หากไม่ดำเนินการตามกำหนดให้เจ้าหน้าที่ส่งเงินคืนคลังทันที และผู้รับใบอนุญาตจะใช้สิทธิเรียกร้องใด

ๆ ไม่ได้

ประกาศ ณ

วันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

อนุสรณ์

ไทยเดชา

ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

พชร/ผู้จัดทำ

๑๐

มกราคม ๒๕๔๙

ปิติวรรณ/ปรับปรุง

มิถุนายน ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๒๕ ง/หน้า ๕๗/๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๘

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการอุดหนุนและส่งเสริมโรงเรียนเอกชนเป็นบัตรค่าเล่าเรียน พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b30274bfd778b0e4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com