法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมประมง เรื่อง หลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติของเรือประมงนอกน่านน้ำไทยที่ทำการประมงในเขตพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบควาตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ พ.ศ. 2562

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมประมง

เรื่อง หลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติของเรือประมงนอกน่านน้ำไทย

ที่ทำการประมงในเขตพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมง

ในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้

พ.ศ. ๒๕๖๒[๑]

เนื่องด้วยประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีสมาชิกตามความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern Indian Ocean Fisheries Agreement; SIOFA) อันทำให้ประเทศไทยมีสิทธิเข้าไปทำการประมงในเขตพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงดังกล่าว ประกอบกับในปี ๒๕๖๑ มีการประชุมภาคีสมาชิก SIOFA ประจำปี ได้มีการแก้ไขและเพิ่มเติมข้อมติบางประการเพื่อให้มีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อมติดังกล่าว กรมประมงจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ประสงค์จะออกไปทำการประมงนอกน่านน้ำไทยในบริเวณดังกล่าวทราบถึงหลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติของเรือประมงนอกน่านน้ำไทยที่จะต้องปฏิบัติ หากเข้าไปทำการประมงในเขตพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกรมประมง เรื่อง หลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติของเรือประมงนอกน่านน้ำไทยที่ทำประมงในเขตพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ พ.ศ. ๒๕๖๑ ลงวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“สัตว์น้ำที่ติดโดยบังเอิญ” หมายความว่า สัตว์น้ำชนิดที่ไม่ใช่เป้าหมายของเครื่องมือประมงนั้นและเป็นสัตว์น้ำที่มิได้อยู่ในกรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern

Indian

Ocean

Fisheries

Agreement;

SIOFA) รวมถึงสัตว์น้ำอนุรักษ์ตามที่องค์การระหว่างประเทศกำหนดและสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองที่ประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ พื้นที่และชนิดของสัตว์น้ำที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern Indian Ocean Fisheries Agreement; SIOFA) ให้เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เรือประมงที่ทำการประมง ทำการขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือนำสัตว์น้ำขึ้นจากเรือในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern Indian Ocean

Fisheries

Agreement;

SIOFA) จะต้องเป็นเรือที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือที่ได้รับอนุญาตขององค์การบริหารจัดการประมงตามกรอบความตกลงดังกล่าว ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ http://www.siofa.org

เจ้าของเรือที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือที่ได้รับอนุญาตขององค์การบริหารจัดการประมงตามวรรคหนึ่ง ห้ามมีส่วนร่วม ให้การสนับสนุน หรือเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการประมงกับเรือไร้สัญชาติ เรือที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือที่ได้รับอนุญาตขององค์การบริหารจัดการประมงดังกล่าว หรือเรือที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเรือที่ทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern Indian Ocean Fisheries Agreement; SIOFA)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เรือประมงทั้งหมดที่ได้รับอนุญาตตามข้อ ๔ จะได้รับการจัดสรรจำนวนวันในการลงแรงประมงไม่เกินหนึ่งหมื่นแปดพันหกร้อยวันต่อปี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เจ้าของเรือตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง แจ้งการเข้าออกจากพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern

Indian

Ocean

Fisheries

Agreement;

SIOFA) ตามแบบฟอร์ม Requirements

for

vessel

entry

and

exit

notifications (กปน.๑๔) ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงที่มีการเข้าออกจากพื้นที่ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected], [email protected] และ [email protected]

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เรือประมงอวนลาก ให้ทำการประมงได้เฉพาะในบริเวณพื้นที่ตามพิกัดแนบท้ายประกาศนี้

หากลากอวนได้ปะการังมีชีวิตมากกว่าหกสิบกิโลกรัมขึ้นไป หรือฟองน้ำมีชีวิตมากกว่าเจ็ดร้อยกิโลกรัมต่อการลากอวนหนึ่งครั้ง ต้องย้ายตำแหน่งทำการประมงให้ห่างจากที่เดิมอย่างน้อยสองไมล์ทะเลโดยวัดจากแนวลากอวนด้านหนึ่งด้านใด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เรือประมงเบ็ดราว หากมีการทำการประมงได้ปะการังมีชีวิตหรือฟองน้ำมีชีวิตมากกว่าสิบกิโลกรัมต่อเบ็ดจำนวนหนึ่งพันตัวหรือต่อความยาวสายคร่าวหนึ่งพันสองร้อยเมตร แล้วแต่ว่าจำนวนตัวเบ็ดหรือความยาวสายคร่าวอย่างใดอย่างหนึ่งจะเข้าเงื่อนไขก่อน ให้ย้ายพื้นที่ทำการประมงจากจุดเดิมออกไปในรัศมีไม่น้อยกว่าหนึ่งไมล์ทะเลนับจากจุดกึ่งกลางของแนวการวางเบ็ด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เรือประมงที่ทำการประมงโดยใช้ลอบที่มีสายคร่าวซึ่งวางต่อเนื่องกัน หากได้ปะการังมีชีวิตหรือฟองน้ำมีชีวิตมากกว่าสิบกิโลกรัมต่อความยาวสายคร่าวหนึ่งพันสองร้อยเมตร หรือทำการประมงโดยใช้ลอบเดี่ยว หากได้ปะการังมีชีวิตหรือฟองน้ำมีชีวิตมากกว่าสิบกิโลกรัมต่อลอบหนึ่งลูก ให้ย้ายพื้นที่ทำการประมงจากจุดเดิมออกไปในรัศมีไม่น้อยกว่าหนึ่งไมล์ทะเลนับจากจุดกึ่งกลางของสายคร่าวหรือจุดกึ่งกลางของลอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ห้ามทำการประมงในเขตพื้นที่ตามพิกัดแนบท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ห้ามใช้เครื่องมืออวนลอย หรืออวนติดตา ที่มีขนาดความยาวรวมกันเกินกว่าสองจุดห้ากิโลเมตร ในเขตพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern

Indian

Ocean

Fisheries

Agreement;

SIOFA)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ควบคุมเรือประมงที่จะทำการขนถ่ายน้ำมัน เครื่องมือประมง คนประจำเรือ หรือเสบียงในทะเลจะต้องแจ้งการขนถ่ายดังกล่าวให้กองควบคุมการประมงนอกน่านน้ำและการขนถ่ายสัตว์น้ำกรมประมงทราบล่วงหน้าอย่างน้อยยี่สิบสี่ชั่วโมง โดยใช้แบบฟอร์ม SIOFA Transfer At Sea Notification (กปน. ๘) แนบท้ายประกาศนี้

เมื่อดำเนินการขนถ่ายตามวรรคหนึ่งเสร็จสิน ต้องรายงานการขนถ่ายดังกล่าวภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อกองควบคุมการประมงนอกน่านน้ำและการขนถ่ายสัตว์น้ำ กรมประมง โดยใช้แบบฟอร์ม SIOFA Transfer At Sea Declaration (กปน. ๘A) แนบท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เจ้าของเรือประมงต้องจัดทำเครื่องหมายของเครื่องมือประมง ซึ่งมีชื่อเรือและสัญญาณเรียกขานและหมายเลขที่เครื่องมือแสดงไว้อย่างชัดเจน โดยดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีเครื่องมือที่มีการใช้สายคร่าว ให้ติดเครื่องหมายที่ปลายของอวนหรือสายคร่าวของเครื่องมือนั้น ประกอบกับต้องติดทุ่นธงหรือทุ่นเรดาร์ในเวลากลางวัน และเวลากลางคืน จะต้องติดทุ่นไฟซึ่งสามารถมองเห็นแสงไฟได้ในระยะอย่างน้อยสองไมล์ทะเลในสภาวะการมองเห็นตามปกติ ทั้งนี้ ธงหรือทุ่นดังกล่าวต้องสามารถใช้ระบุตำแหน่งและขอบเขตของเครื่องมือประมงได้

(๒) กรณีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ช่วยทำการประมงชนิดประจำที่ ซึ่งใช้วัสดุถ่วงกับพื้นทะเล เช่น ลอบเดี่ยว แพล่อสัตว์น้ำ จะต้องติดทุ่นธงหรือทุ่นเรดาร์ในเวลากลางวัน และเวลากลางคืน จะต้องติดทุ่นไฟ ซึ่งสามารถมองเห็นแสงไฟได้ในระยะอย่างน้อยสองไมล์ทะเลในสภาวะการมองเห็นตามปกติ ทั้งนี้ ธงหรือทุ่นดังกล่าวต้องสามารถใช้ระบุตำแหน่งและขอบเขตของเครื่องมือประมงได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เจ้าของเรือประมงต้องจัดให้มีอุปกรณ์ในการนำเครื่องมือประมงที่หลุด ถูกทิ้ง หรือสูญหายในขณะทำการประมงกลับคืน

ห้ามทิ้งเครื่องมือประมง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเพื่อความปลอดภัยหรืออยู่ในภาวะอันตราย

ในกรณีเครื่องมือประมงหลุด ถูกทิ้ง หรือสูญหาย ไม่ว่าด้วยเหตุประการใดก็ตาม ผู้ควบคุมเรือต้องดำเนินการนำเครื่องมือประมงดังกล่าวกลับคืน หากไม่สามารถนำเครื่องมือดังกล่าวกลับคืนได้ ผู้ควบคุมเรือต้องรายงานต่อกองควบคุมการประมงนอกน่านน้ำและการขนถ่ายสัตว์น้ำ กรมประมง ทันที

การรายงานตามวรรคสาม ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อเรือ และสัญญาณเรียกขาน

(๒) หมายเลข IMO (ถ้ามี)

(๓) ชนิดเครื่องมือประมงที่หลุด ถูกทิ้ง หรือสูญหาย

(๔) จำนวนเครื่องมือประมงที่หลุด ถูกทิ้ง หรือสูญหาย

(๕) วัน เวลา และพิกัดที่เครื่องมือประมงหลุด ถูกทิ้ง หรือสูญหาย

(๖) วิธีการในการนำเครื่องมือประมงกลับคืน

(๗) เหตุการณ์ที่ทำให้เครื่องมือประมงหลุดหรือสูญหาย หรือเหตุผลความจำเป็นที่ต้องละทิ้งเครื่องมือประมง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่พบและได้เก็บเครื่องมือประมงซึ่งถูกทิ้งหรือสูญหายของผู้อื่นขึ้นมาบนเรือ ให้ผู้ควบคุมเรือแจ้งต่อกองควบคุมการประมงนอกน่านน้ำและการขนถ่ายสัตว์น้ำ กรมประมง

การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ต้องระบุข้อมูล ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อเรือ และสัญญาณเรียกขานของเรือที่เก็บเครื่องมือประมงนั้นขึ้นมาได้และหมายเลข IMO (ถ้ามี)

(๒) ชื่อเรือ หมายเลข IMO และสัญญาณเรียกขานของเรือที่เป็นเจ้าของเครื่องมือประมงนั้น (ถ้าทราบ)

(๓) ชนิดเครื่องมือประมงที่เก็บกู้ได้

(๔) จำนวนเครื่องมือประมงที่เก็บกู้ได้

(๕) วัน เวลา และพิกัดที่เก็บกู้เครื่องมือประมง

(๖) ภาพถ่ายของเครื่องมือประมงที่เก็บได้ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ห้ามทิ้งพลาสติก เชือก อวน ถุงขยะพลาสติก และเถ้าจากเตาเผาขยะที่เป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกลงในทะเล โดยให้เก็บไว้บนเรือจนกว่าจะสามารถนำกลับมาทิ้งที่ท่าเทียบเรือได้

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับในกรณีที่เป็นการทิ้งพลาสติกในทะเลเพื่อความปลอดภัยของเรือและคนที่อยู่บนเรือหรือการช่วยชีวิตในทะเล

ทั้งนี้ การปฏิบัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ผู้ควบคุมเรือปฏิบัติตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการตรวจเรือเพื่อป้องกันมลพิษจากขยะ พ.ศ. ๒๕๕๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สัตว์น้ำแช่แข็งที่เก็บไว้บนเรือประมงในแต่ละภาชนะจะต้องมีสัตว์น้ำเพียงชนิดเดียว โดยมีฉลากที่ชัดเจนบนกล่องหรือภาชนะที่บรรจุ ซึ่งฉลากต้องระบุรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อสามัญ ชื่อวิทยาศาสตร์ กลุ่มชนิดสัตว์น้ำ รหัสชนิดสัตว์น้ำตามที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) หรือตามที่คณะกรรมการวิทยาศาสตร์กำหนด อย่างใดอย่างหนึ่ง

(๒) ในกรณีที่มีการแปรรูปสัตว์น้ำที่เก็บรักษาให้ระบุ เช่น ตัดหัว ควักไส้

(๓) วันที่จับสัตว์น้ำ ระบุเป็น ปี (พ.ศ.) เดือน วัน

(๔) เลขทะเบียนเรือไทย

ในกรณีที่ได้สัตว์น้ำแต่ละชนิดจากการทำการประมงหนึ่งครั้งน้อยกว่ายี่สิบห้ากิโลกรัมและเป็นสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคสามารถเก็บรวมกันได้ โดยให้ระบุน้ำหนักรายชนิดและรายละเอียดตามวรรคหนึ่งบนฉลาก

ในกรณีที่ได้สัตว์น้ำที่เหลือจากการคัดแยกและมิได้ใช้เพื่อการบริโภค เช่น ปลาเป็ด ปลาไก่ ให้ระบุรายละเอียดบนฉลากตามวรรคหนึ่ง และข้อความ “มิได้ใช้เพื่อการบริโภค” กรณีไม่สามารถจำแนกชนิดสัตว์น้ำเพื่อระบุรายละเอียดตาม (๑) ได้ทัน ให้จัดทำบัญชีชนิดสัตว์น้ำที่สามารถใช้อ้างอิงถึงชนิดสัตว์น้ำในภาชนะนั้นและเก็บไว้ประจำอยู่บนเรือเพื่อการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีทำการประมงแล้วพบสัตว์น้ำที่ติดโดยบังเอิญตามแนบท้ายประกาศนี้ ให้เจ้าของเรือตามข้อ ๔ วรรคหนึ่ง บันทึกข้อมูลในแบบบันทึกการติดสัตว์น้ำโดยบังเอิญ (Incidental

catch

log

sheet

of

SIOFA) (กปน. ๑๓A) และเมื่อมีการขนถ่ายสัตว์น้ำแต่ละครั้งต้องฝากแบบฟอร์มนี้ มากับเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ หากพบเห็นเรือไร้สัญชาติหรือเรือที่มิได้อยู่ในบัญชีเรือที่ได้รับอนุญาตขององค์การบริหารจัดการประมงตามกรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern

Indian

Ocean

Fisheries

Agreement;

SIOFA) กำลังทำการประมง ขนถ่ายสัตว์น้ำหรือกระทำกิจกรรมใด ๆ ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารจัดการประมงดังกล่าว ผู้ควบคุมเรือต้องแจ้งข้อมูลให้กองควบคุมการประมงนอกน่านน้ำและการขนถ่ายสัตว์น้ำ กรมประมง ทราบ

ข้อมูลที่แจ้งตามวรรคหนึ่ง เช่น ชื่อเรือ เลขทะเบียนเรือ สัญญาณเรียกขานรัฐเจ้าของธง วัน เวลา พิกัดที่พบเรือและรูปถ่ายเรือ เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การแจ้งและการรายงานตามข้อ ๑๒ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ และข้อ ๑๙ ให้แจ้งหรือรายงานผ่านทางเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบและนำกลับมาใช้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลงหรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] ที่ส่งผ่านมาจากทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถระบุตัวตนของอุปกรณ์ส่งสัญญาณผ่านทางดาวเทียม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เนื่องจากหลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติขององค์การบริหารจัดการประมงภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern

Indian

Ocean

Fisheries

Agreement;

SIOFA) มีการปรับปรุงแก้ไขตามมติที่ประชุมประเทศภาคีสมาชิกเป็นประจำทุกปี ผู้ที่ประสงค์จะเข้าไปทำการประมงในพื้นที่และชนิดสัตว์น้ำตามข้อ ๓ จึงควรติดตามการเปลี่ยนแปลงของหลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ หากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือข้อปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ จะมีความผิดตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑

อดิศร พร้อมเทพ

อธิบดีกรมประมง

[เอกสารแนบท้าย]

๑. พื้นที่ห้ามทำการประมง SIOFA

๒. พื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern

Indian

Ocean

Fisheries

Agreement : SIOFA)

๓. สัตว์น้ำที่อยู่ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ (Southern Indian Ocean Fisheries Agreement : SIOFA)

๔. แบบฟอร์ม SIOFA

TRANSFER

AT

SEA

NOTIFICATION

(กปน. ๘)

๕. แบบฟอร์ม SIOFA

TRANSFER

AT

SEA

DECLARATION

(กปน. ๘A)

๖. พื้นที่ทำการประมงโดยใช้เครื่องมืออวนลาก

๗. แบบฟอร์ม Requirements for vessel entry and exit notifications (กปน. ๑๔)

๘. รายชื่อสัตว์น้ำที่ติดโดยบังเอิญ

๙. แบบบันทึกการติดสัตว์น้ำโดยบังเอิญ (Incidental

catch

log

sheet

of

SIOFA)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พิมพ์มาดา/ธนบดี/จัดทำ

๒๔ เมษายน ๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนพิเศษ ๑๘ ง/หน้า ๓๐/๑๘ มกราคม ๒๕๖๒

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมประมง เรื่อง หลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติของเรือประมงนอกน่านน้ำไทยที่ทำการประมงในเขตพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กรอบควาตกลงว่าด้วยการทำการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ พ.ศ. 2562 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b316485a14bf84d2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com