ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการ
ด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น
๑. เหตุผลในการออกประกาศ
เพื่อส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น
อันเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินงาน เพิ่มรายได้ และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบริการด้านงานสนับสนุนของธนาคารพาณิชย์
๒. อำนาจตามกฎหมาย
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.
๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่
๒) พ.ศ. ๒๕๒๒
ออกหลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่นตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้
๓. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร
ยกเว้นกิจการวิเทศธนกิจ
๔. การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบกิจการให้บริการด้านงานสนับสนุน
๔.๑
ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบกิจการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น
ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๕ โดยถือปฏิบัติตามแนวประกาศฉบับนี้แทน
๔.๒
ในประกาศนี้
บุคคลอื่น หมายถึง
(๑) สถาบันการเงินอื่น
(๒) บริษัทแม่
บริษัทลูก และบริษัทร่วม ของธนาคารพาณิชย์นั้นหรือของสถาบันการเงินอื่น
ที่ประกอบธุรกิจทางการเงินหรือประกอบธุรกิจที่เป็นงานสนับสนุน
(๓) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
(๔) ธนาคารแห่งประเทศไทย
สถาบันการเงินอื่น
หมายถึง
(๑) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
(๒) บริษัทเงินทุน
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์
ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์
และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
บริษัท หมายถึง
บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
หรือนิติบุคคลอื่น
บริษัทแม่ หมายถึง
บริษัทที่มีอำนาจควบคุมกิจการของบริษัทอื่น
บริษัทลูก หมายถึง
(๑) บริษัทที่มีบริษัทอื่นมีอำนาจควบคุมกิจการของบริษัทนั้น
(๒) บริษัทลูกของบริษัทตาม
(๑) ต่อไปทุกทอด
บริษัทร่วม หมายถึง
บริษัทลูกที่มีบริษัทแม่ร่วมกัน
อำนาจควบคุมกิจการ
หมายถึง
(๑) การที่บริษัทหนึ่งมีหุ้นในอีกบริษัทหนึ่งเกินกว่าร้อยละห้าสิบของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
(๒) การที่บริษัทหนึ่งมีอำนาจควบคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของอีกบริษัทหนึ่ง
ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือไม่ว่าเพราะเหตุอื่นใด หรือ
(๓) การที่บริษัทหนึ่งมีอำนาจควบคุมการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการตั้งแต่กึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดในอีกบริษัทหนึ่ง
ในกรณีที่บริษัทหนึ่งมีหุ้นในอีกบริษัทหนึ่งตั้งแต่ร้อยละยี่สิบขึ้นไปของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริษัทที่มีหุ้นดังกล่าวมีอำนาจควบคุมกิจการอีกบริษัทหนึ่ง
ธุรกิจทางการเงิน
หมายถึง ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจประกันชีวิต ธุรกิจเพื่อการลงทุนในธุรกิจการเงิน
ธุรกิจเช่าซื้อ ธุรกิจเช่าซื้อแบบลิสซิ่ง ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ธุรกิจแฟคตอริ่ง
ธุรกิจที่ปรึกษาเกี่ยวกับการเงินหรือการลงทุน
ธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต
ธุรกิจที่เกี่ยวกับการชำระเงินและโอนเงินและธุรกิจอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
งานสนับสนุน หมายถึง
งานปฏิบัติการด้านธนาคารพาณิชย์ที่เป็นการเอื้ออำนวยต่อการดำเนินงานปกติ
รวมถึงงานบัญชีและการเงิน งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานตรวจสอบภายใน
งานด้านกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) หรืองานสนับสนุนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับงานดังกล่าว
งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
หมายถึง
งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นงานสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน เช่น
งานด้านการประมวลผลข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์
การพัฒนาและจำหน่ายระบบงานและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การจัดเก็บข้อมูล
และการบำรุงรักษาและการรักษาความปลอดภัยทรัพยากรคอมพิวเตอร์ เช่น
เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ระบบงานและโปรแกรม ระบบเครือข่ายสื่อสารและข้อมูล
เป็นต้น
๔.๓
ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่นต้องปฏิบัติดังนี้
(๑) กำหนดนโยบายการให้บริการด้านงานสนับสนุนอย่างชัดเจนโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์
โดยคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์อาจมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการที่รับผิดชอบด้านงานสนับสนุนของธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ให้ความเห็นชอบได้
(๒) ประเมินศักยภาพและความเพียงพอของทรัพยากรของธนาคารพาณิชย์ในการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น
ทั้งนี้
ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังไม่ให้บริการดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานและการให้บริการตามปกติของธนาคาร
และไม่ให้ปริมาณของงานให้บริการดังกล่าวมีมากเกินบทบาทของงานด้านการธนาคารพาณิชย์
หรือเกินกว่าความสามารถของธนาคารพาณิชย์ในการให้บริการได้ด้วยตนเอง
โดยการให้บริการดังกล่าวจะต้องไม่ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องว่าจ้างผู้อื่นมารับช่วงให้บริการแทน
(๓) ประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการให้บริการด้านงานสนับสนุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงต่อการดำเนินงานและภาพลักษณ์ของธนาคารพาณิชย์และกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจน
(๔) จัดทำสัญญาที่กำหนดรายละเอียดประเภทของการให้บริการ ขั้นตอนหรือวิธีการดำเนินการ ขอบเขตความรับผิดชอบ
การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการระหว่างกัน ระบบการควบคุมภายใน และระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลและทรัพย์สินของธนาคารพาณิชย์และผู้รับบริการ
(๕) จัดให้มีการบันทึกบัญชีรายได้จากการให้บริการดังกล่าวให้ถูกต้อง
ทั้งนี้
การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการจากการให้บริการดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม
(๖) จัดให้มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอ มีการจัดทำแผนฉุกเฉิน ทดสอบ
และปรับปรุงแผนฉุกเฉินดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ
(๗) เก็บรักษาเอกสารตาม
(๑) ถึง (๖)
ไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
เมื่อธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กล่าวใน
(๑) ถึง (๗)
ครบถ้วนแล้ว
ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่นได้
๔.๔
ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตตามข้อ ๔.๓
ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อ ๔.๓ โดยเคร่งครัด
รวมทั้งตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่มีกำหนดไว้ด้วย
๔.๕
หากธนาคารแห่งประเทศไทยพบหรือทราบว่าการปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตไม่เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ
๔.๓ หรือข้อ ๔.๔
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้ธนาคารพาณิชย์ชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงของการปฏิบัติดังกล่าว
หากธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วเห็นสมควรอาจกำหนดเงื่อนไขใดๆ
ให้ธนาคารพาณิชย์นั้นปฏิบัติเพิ่มเติม หรือยกเลิกการให้อนุญาตก็ได้
๕. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗
หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
สุภาพร/พิมพ์
๒๖
มีนาคม ๒๕๔๗
สุนันทา/อรดา/ตรวจ
๗
เมษายน ๒๕๔๗
A+B
[๑] รก.๒๕๔๗/พ๑๐ง/๒๔/๒๖ มกราคม ๒๕๔๗