ประกาศกระทรวงพาณิชย์
ประกาศกระทรวงพาณิชย์
เรื่อง
มาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
(ฉบับที่
๒)[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๑๖
วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศกระทรวงพาณิชย์
ประกาศกระทรวงพาณิชย์
เรื่อง
มาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
(ฉบับที่
๒)[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๑๖
วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. ๒๕๐๓
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้ยกเลิกความในข้อ ๕ แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง
มาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๖
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ
๕
การส่งหรือนำผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมออกนอกราชอาณาจักร
โดยผู้ส่งหรือนำออกได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน
และไม่ต้องแสดงใบรับรองมาตรฐานสินค้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร
ให้กระทำได้เฉพาะกรณีต่อไปนี้
(๑) การนำออกพร้อมกับตนเอง
โดยมิใช่เป็นการค้า สำหรับผ้าไหมไทย หรือผ้าไหมจุรี
มีปริมาณไม่เกินประเภทละสามสิบตารางเมตร
สำหรับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมีปริมาณไม่เกินชนิดละ ๓๐ ชิ้น
(๒)
การส่งออกสำหรับผ้าไหมไทยหรือผ้าไหมจุรีมีปริมาณไม่เกินประเภทละสิบสองตารางเมตร
ต่อผู้รับหนึ่งรายต่อหนึ่งครั้ง สำหรับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมีปริมาณไม่เกินชนิดละ ๑๕
ชิ้น ต่อผู้รับหนึ่งรายต่อหนึ่งครั้ง
(๓)
การนำผ้าไหมไทยหรือผ้าไหมจุรีออกเพื่อใช้ในยานพาหนะที่บรรทุกออกไปเท่าที่จำเป็น
มีปริมาณไม่เกินประเภทละห้าสิบตารางเมตร
(๔)
การส่งหรือนำออกเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับผ้าไหมไทยหรือผ้าไหมจุรี
มีปริมาณไม่เกินชิ้นละหนึ่งตารางเมตรสำหรับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมีปริมาณไม่เกินชนิดหรือแบบละหนึ่งชิ้น
ข้อ ๒
ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ แห่งรายละเอียดต่อท้ายประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง
มาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๖
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ
๒ ให้แบ่งผ้าไหมออกเป็น ๒ ประเภท
ดังนี้
(๑) ผ้าไหมไทย (Thai Silk)
คือผ้าที่ทอด้วยไหมแท้ทั้งหมดไม่ว่าจะมีสิ่งอื่นเป็นส่วนประกอบเพื่อการตกแต่งหรือไม่
(๒) ผ้าไหมจุรี (Thai Juri)
คือผ้าที่มีไหมแท้ปนตั้งแต่ร้อยละ ๒๐ ขึ้นไปของน้ำหนักทั้งหมด
ข้อ ๓
ให้ยกเลิกความในข้อ ๓ แห่งรายละเอียดต่อท้ายประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง
มาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ
๓ ให้แบ่งผ้าไหมไทยออกเป็น ๘ ชนิด
และให้กำหนดมาตรฐานของผ้าไหมไทยแต่ละชนิดไว้ดังต่อไปนี้
(๑) ผ้าไหมไทยชนิดบางมากพิเศษ (Sheer Weight)
ต้องทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า ๔๐ เดนเย่อร์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๔ เส้น
ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร และต้องมีน้ำหนักตั้งแต่ ๒๐ กรัมขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๕๐ กรัม
ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
(๒) ผ้าไหมไทยชนิดบางมาก (Light Weight)
ต้องทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า ๖๐ เดนเย่อร์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๒ เส้น
ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร และต้องมีน้ำหนักเกิน ๕๐ กรัมขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๘๕ กรัม
ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
(๓) ผ้าไหมไทยชนิดบาง (Medium
Weight)
ต้องทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า ๖๐ เดนเย่อร์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๒ เส้น
ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร และต้องมีน้ำหนักเกิน ๘๕ กรัมขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑๒๐ กรัม
ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
ในกรณีที่ผ้าไหมไทยชนิดบางทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า
๑๒๐ เดนเย่อร์ ไหมยืนที่ใช้ทอต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๔ เส้น
ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร และต้องมีน้ำหนักเกิน ๘๕ กรัมขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑๒๐ กรัม
ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
(๔) ผ้าไหมไทยชนิดหนา (Heavy Weight)
ต้องทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า ๘๐ เดนเย่อร์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๒ เส้น
ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร และต้องมีน้ำหนักเกิน ๑๒๐ กรัมขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑๗๙ กรัม
ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
ในกรณีที่ผ้าไหมไทยชนิดหนาทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า
๒๐๐ เดนเย่อร์ ไหมยืนที่ใช้ทอต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐ เส้น
ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร และต้องมีน้ำหนักตั้งแต่ ๑๒๐ กรัมขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑๗๙
กรัม ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
(๕) ผ้าไหมไทยชนิดหนามาก (Extra Heavy Weight)
ต้องทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า ๘๐ เดนเย่อร์ แต่ไม่ถึง ๑๒๐ เดนเย่อร์
จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๒ เส้น ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร และต้องมีน้ำหนักเกิน ๑๗๙
กรัมขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๒๗๕ กรัม ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
ในกรณีที่ผ้าไหมไทยชนิดหนามากทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า
๒๐๐ เดนเย่อร์ ไหมยืนที่ใช้ทอต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐ เส้น ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร
และต้องมีน้ำหนักเกิน ๑๗๙ กรัมขึ้นไป ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
(๖) ผ้าไหมไทยชนิดหนาพิเศษ (Drapery
Weight)
ต้องทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า ๑๒๐ เดนเย่อร์ แต่ไม่ถึง ๑๖๐ เดนเย่อร์
จำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐ เส้น ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร และต้องมีน้ำหนักเกิน ๑๗๙
กรัมขึ้นไป ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
(๗) ผ้าไหมไทยชนิดหนามากพิเศษ (Upholstery
Weight)
ต้องทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า ๑๖๐ เดนเย่อร์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๒ เส้น
ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร และต้องมีน้ำหนักเกิน ๒๓๙ กรัมขึ้นไป
ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
(๘)
ผ้าไหมไทยชนิดที่มีสิ่งอื่นเป็นส่วนประกอบเพื่อการตกแต่ง (Decorated
Thai
Silk)
ต้องทอด้วยไหมยืนที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า ๖๐ เดนเย่อร์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๒ เส้น
ต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร และต้องมีน้ำหนักเกิน ๕๐ กรัมขึ้นไป
ต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตร
(๙) ผ้าไหมไทยที่ทอด้วยมือ
ต้องมีข้อความภาษาอังกฤษว่า THAI
SILK
HAND
THAILAND
WITH
100%
PURE
SILK
พร้อมด้วยหมายเลขประจำผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนดให้
ไว้ที่ริมผ้าทุกระยะหนึ่งเมตรตลอดทั้งผืน
(๑๐) ผ้าไหมไทยที่ทอด้วยเครื่องจักร
ต้องมีข้อความภาษาอังกฤษว่า THAI
SILK
MACHINE
WOVEN
IN
THAILAND
WITH
100%
PURE
SILK
พร้อมด้วยหมายเลขประจำผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนดให้ไว้ที่ริมผ้าทุกระยะหนึ่งเมตรตลอดทั้งผืน
(๑๑) ในกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติตาม (๙) และ (๑๐)
ได้ อันเนื่องด้วยสภาพแห่งสินค้านั้น
ให้ติดป้ายหรือสลากแจ้งข้อความภาษาอังกฤษดังกล่าวไว้ที่ผืนผ้า ทั้งนี้ ตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนด
(๑๒)
ผ้าไหมไทยทุกชนิดต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่เปรอะเปื้อน ไม่ชำรุด ไม่เปื่อย
หรือขาดง่าย และมีสีสม่ำเสมอตามสภาพหรือลักษณะของผ้าไหมไทยตลอดทั้งผืน
ข้อ ๔
ให้ยกเลิกความในข้อ ๔. แห่งรายละเอียดต่อท้ายประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง
มาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๖
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ
๔ ให้กำหนดมาตรฐานของผ้าไหมจุรีไว้
ดังต่อไปนี้
(๑) ผ้าไหมจุรีต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อย
ไม่เปรอะเปื้อน ไม่ชำรุด ไม่เปื่อย หรือขาดงาย
และมีสีสม่ำเสมอตามสภาพหรือลักษณะของผ้าไหมจุรีตลอดทั้งผืน
(๒)
ผ้าไหมจุรีที่ทอด้วยมือต้องมีข้อความภาษาอังกฤษว่า THAI JURI
HAND
WOVEN
IN
THAILAND
ไว้ที่ริมผ้าทุกระยะหนึ่งเมตรตลอดทั้งผืน
(๓)
ผ้าไหมจุรีที่ทอด้วยเครื่องจักรต้องมีข้อความภาษาอังกฤษว่า THAI JURI MACHINE
WOVEN
IN
THAILAND
ไว้ที่ริมผ้าทุกระยะหนึ่งเมตรตลอดทั้งผืน
(๔)
ผ้าไหมจุรีต้องมีข้อความอังกฤษแจ้งชนิดและปริมาณเป็นร้อยละ โดยน้ำหนักของเส้นใยที่ใช้ทอ
พร้อมด้วยหมายเลขประจำผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนดให้ต่อท้ายข้อความภาษาอังกฤษตาม
(๒) และ (๓)
ข้อ ๕
ให้ยกเลิกความในข้อ ๖ แห่งรายละเอียดต่อท้ายประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง
มาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๖
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ
๖
ให้กำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมตามข้อ ๕ ไว้ดังต่อไปนี้
(๑) ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อย
ไม่เปรอะเปื้อน หรือชำรุด
(๒) ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่ทำด้วยผ้าไหมไทย
ต้องมีข้อความภาษาอังกฤษว่า THAI
SILK
100%
MADE
IN
THAILAND
(๓) ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่ทำด้วยผ้าไหมจุรี
ต้องมีข้อความภาษาอังกฤษแจ้งชนิดและปริมาณเป็นร้อยละโดยน้ำหนักของเส้นใยที่ใช้ทอ
อยู่หน้าข้อความ MADE
IN
THAILAND
(๔) การมีข้อความภาษาอังกฤษตาม (๒) และ (๓)
จะทำขึ้นโดยวิธีประทับข้อความภาษาอังกฤษนั้น
ไว้ที่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมหรือจะทำเป็นแผ่นป้าย
หรือสลากแจ้งข้อความภาษาอังกฤษดังกล่าวปิดหรือติดไว้ที่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
หรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ได้ ตามความเหมาะสมกับสภาพของผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๙ เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๑๙
ทองหยด จิตตวีระ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
สุกัญญา/พิมพ์
๑๙
กรกฎาคม ๒๕๕๔
อุษมล/ผู้จัดทำ
๒
สิงหาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๓/ตอนที่ ๖๖/หน้า ๙๗๘/๒๗ เมษายน ๒๕๑๙
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง มาตรฐานผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหม (ฉบับที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b3a1a962ab9b7349
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com