ข้อ ๒๕ การฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล
ต้องดำเนินการให้ถูกสุขลักษณะและมีหลักเกณฑ์ดังนี้
(๑) สถานที่ตั้งเหมาะสม ไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑
และชั้นที่ ๒ ห่างจาก สนามบิน บ่อน้ำดื่ม โรงงานผลิตน้ำประปา สถานศึกษา ศาสนสถาน
โบราณสถาน หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ
ในกรณีเป็นพื้นที่ลุ่มที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
หรือน้ำป่าไหลหลากต้องมีมาตรการป้องกันและแก้ไข
เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ระยะห่างและมาตรการป้องกัน
รวมทั้งเกณฑ์ ในการคัดเลือกสถานที่ตั้งอื่น ๆ ให้เป็นไปตามที่เจ้าพนักงานกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด
(๒) มีพื้นที่ฉนวนโดยรอบภายในอาณาเขตของสถานที่ฝังกลบ
จัดเป็นพื้นที่สำหรับ ปลูกต้นไม้ ถนน รางระบายน้ำผิวดิน
เพื่อลดปัญหาด้านทัศนียภาพจากการฝังกลบและปัญหากลิ่นรบกวน
(๓) มีระบบป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอย
โดยมีการบดอัดก้นบ่อด้านล่างและด้านข้างให้แน่นและปูด้วยแผ่นวัสดุกันซึม ทั้งนี้
ตามลักษณะและเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด
(๔) มีระบบรวบรวมน้ำชะมูลฝอยจากก้นบ่อเพื่อส่งไปยังระบบบำบัดน้ำเสียที่สามารถป้องกันการปนเปื้อนน้ำใต้ดิน
และมีกระบวนการบำบัดน้ำชะมูลฝอย ให้ได้มาตรฐานน้ำทิ้งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(๕) มีการกลบทับหน้ามูลฝอยรายวันด้วยดินหรือวัสดุกลบทับอื่น
และปิดการฝังกลบ เมื่อบ่อฝังกลบเต็มโดยปิดทับหน้าบ่อฝังกลบด้วยดินหนาอย่างน้อย ๖๐
เซนติเมตร หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสมเพื่อป้องกันกลิ่น การปลิวของมูลฝอย
ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลงพาหะนำโรค รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
(๖) มีการป้องกันกลิ่น การปลิวของมูลฝอย
ฝุ่นละอองจากการดำเนินงาน ความสั่นสะเทือน เสียงดังรบกวน
เหตุรำคาญและผลกระทบอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชน
ตลอดจนไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ และแมลงพาหะนำโรค
(๗) ต้องมีระบบรวบรวมและระบายก๊าซออกจากหลุมฝังกลบ
และมีระบบเผาทำลายก๊าซ หรือมีระบบการนำก๊าซไปใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิง
(๘) มีบ่อสำหรับตรวจสอบการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน
และในระหว่างการดำเนินการฝังกลบให้รายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทุก ๖ เดือน
กรณีที่มีการปิดบ่อฝังกลบแล้วให้มีการตรวจสอบปีละ ๑ ครั้งติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๕
ปี ทั้งนี้
หลักเกณฑ์วิธีการรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ให้เป็นไปตามที่เจ้าพนักงานกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด