ข้อ ๑๐[๘]
เสื้อมี ๑๗ แบบ คือ
(๑) เสื้อกะลาสีสีขาว เปิดคอเพียงอก
มีผ้าปกหลังสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก มีแถบผ้าสีขาว กว้าง ๒ เซนติเมตร
ตรึงรอบผืนผ้าห่างจากขอบ ๐.๕ เซนติเมตร แขนยาวรวบข้อมือ ชายเสื้อยาวปิดตะโพก ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋าปะไม่มีปก
๑ กระเป๋า ใต้คอเสื้อด้านหน้ามีแถบผ้าสีขาว ๒ ชาย ยาวชายละ ๒๕ เซนติเมตร
สำหรับผูกผ้าผูกคอ
(๒) เสื้อซับใน ทำด้วยผ้าสีขาวคอกลมเรียบ
รอบวงคอขลิบด้วยแถบผ้าสีน้ำเงินดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร แขนยาวเพียงเหนือศอก
(๓) เสื้อกะลาสีสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกะลาสีสีขาว
เว้นแต่แขนเสื้อยาวเพียงใต้ศอกประมาณ ๖ เซนติเมตร และมีผ้าปกหลังสีกากี
(๔) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ
ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๕ ดุม มีกระเป๋าบน ๒ กระเป๋า กระเป๋าล่าง ๒
กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะ กระเป๋าบนมีปกรูปชายแหลมสามชายไม่ขัดดุม กระเป๋าล่างไม่มีปก
ชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐ เซนติเมตร
(๕) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากี คอแบะแบบชายสามเหลี่ยมมีตะเข็บหลัง
๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๓ ดุม มีกระเป๋าบน ๒ กระเป๋า
กระเป๋าล่าง ๒ กระเป๋า กระเป๋าทั้ง ๔ เป็นกระเป๋าปะ มีปกรูปชายแหลมสามชาย
มีดุมโลหะสีทองขนาดเล็กขัดปกกระเป๋า กระเป๋าละ ๑ ดุม ที่เอวเสื้อมีสายรัดขนาดกว้าง
๔ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางด้านหลังเปิดไว้ถึงสายรัดเอว
(๖) เสื้อคอพับสีขาว ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุมกลมแบนสีขาว ๖
ดุม แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียงศอก ที่อกเสื้อมีกระเป๋าปะมีปก
๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า มุมกระเป๋าและปกตัดมุม มีดุมขัดปก ๑ ดุม
เมื่อใช้เสื้อแบบนี้ชนิดแขนยาวจะใช้ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีด้วยก็ได้
(๗)[๙]
เสื้อคอพับสีกากี เช่นเดียวกับเสื้อคอพับสีขาว เว้นแต่ให้ใช้ดุมสีกากี
และไม่ใช้ผ้าผูกคอ
เมื่อใช้กับเครื่องแบบปกติลำลองคอพับ ให้มีอินทรธนูอ่อน
(๘) เสื้อสโมสรสีขาว แบบเมสส์แจ๊กเกตคอแบะเป็นรูปคอมนปาดเอว
ระหว่างชายเสื้อกับชายคอเสื้อด้านหน้าตามทางดิ่งมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ ข้าง
ข้างละ ๒ ดุม และประมาณแนวดุมคู่บนที่ใต้ชายพับแหลมด้านล่างสุดมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่อีกข้างละ
๑ ดุม ดุมทั้งสองนี้มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยติดกัน
(๙) เสื้อกั๊กสีขาวหรือสีน้ำเงินดำ หน้าอกเว้า
ระหว่างชายเสื้อกับหน้าอกมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๓ หรือ ๔ ดุม
ที่เหนือชายเสื้อมีกระเป๋าเจาะไม่มีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า ชายล่างสุดของเสื้อบากเป็นรูปสามเหลี่ยมและเปิดด้านหลัง
มีสายรัดตอนบนและล่าง
(๑๐) เสื้อกั๊กสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกั๊กสีขาว
(๑๑) เสื้อเชิ้ตอกแข็งหรืออกจีบสีขาว ข้อมือแข็ง
ประกอบด้วยคอพับแข็งชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อ
(๑๒) เสื้อกะลาสีสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำลักษณะและเครื่องประกอบเช่นเดียวกับเสื้อกะลาสีสีขาว
เว้นแต่เครื่องหมายยศและเครื่องหมายชั้นการศึกษาเป็นแถบทำด้วยไหมสีเหลืองรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลือง
(๑๓) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำคอแบะแบบชายสามเหลี่ยม
มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋า
๑ กระเป๋า และที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก
ชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐ เซนติเมตร ประดับเครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่า
และเครื่องหมายชั้นการศึกษา ดังนี้
(ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้ง
ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๑๐ เซนติเมตร
ให้มุมบั้งขึ้นข้างบน รูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลือง
ตรึงติดตรงกลางแขนเสื้อ
(ข) นักเรียนนายเรือ ที่ชายสุดคอแบะติดสาบสักหลาดสีขาว กว้าง
๔ เซนติเมตร ยาว ๗ เซนติเมตร มีรังดุมทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองรองรับเครื่องหมายชั้นการศึกษา
(ค) นายทหารสัญญาบัตร เครื่องหมายยศทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองประดับรอบปลายแขนเสื้อทั้ง
๒ ข้าง คือ
นายเรือและนายนาวา มีขนาด ลักษณะ
และจำนวนแถบเช่นเดียวกับแถบบนอินทรธนู เว้นแต่ขมวดวงกลมให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก
๕ เซนติเมตร
พลเรือจัตวา มีแถบกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และเหนือแถบนี้มีแถบกว้าง
๑.๒ เซนติเมตร ขมวดเป็นวงกลม ๑ วง เส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕ เซนติเมตร
พลเรือตรีขึ้นไป มีแถบกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และมีแถบกว้าง
๑.๒ เซนติเมตร ประดับเหนือขึ้นไป มีจำนวนตามชั้นยศ ดังนี้
พลเรือตรี ๑ แถบ
พลเรือโท ๒ แถบ
พลเรือเอก ๓ แถบ
จอมพลเรือ ๔ แถบ
การประดับแถบ ให้แถบล่างสุดอยู่ห่างจากปลายแขนเสื้อพอสมควร
เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๖ เซนติเมตร เฉพาะแถบบนสุดขมวดเป็นวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก
๕ เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่บนตวัดไปทางหลัง
(๑๔) เสื้อสวมกันหนาว มีดังนี้
(ก) เสื้อสวมกันหนาว สำหรับพลทหาร นักเรียนจ่า และนายทหารประทวนชั้นจ่า
ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นเสื้อชั้นนอกคอแบะ
ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม
ชายเสื้อยาวเพียงครึ่งขาท่อนบน
(ข) เสื้อสวมกันหนาว สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า
นักเรียนนายเรือ และนายทหารสัญญาบัตร ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นเสื้อโอเวอร์โคต
ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม
มีแถบสักหลาดสีน้ำเงินดำรัดหลังปลายแถบขัดดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ข้างละ ๑ ดุม
ชายเสื้อยาวครึ่งน่อง เสื้อแบบนี้ให้มีอินทรธนูตามชั้นยศประกอบด้วย
เสื้อสวมกันหนาวตาม (ก) และ (ข) ให้สวมทับเครื่องแบบปกติ
เครื่องแบบสโมสรเครื่องแบบกันหนาว
หรือเครื่องแบบสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว
(๑๕) เสื้อสโมสรสีดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำแบบเมสส์แจ๊กเกตคอแบะ
แบบชายสามเหลี่ยม ปาดเอว ระหว่างชายเสื้อกับคอเสื้อด้านหน้าตามทางดิ่ง
มีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ ข้าง ข้างละ ๓ ดุม
และประมาณแนวดุมคู่กลางที่ใต้ชายพับแหลมด้านล่างสุด มีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่อีกข้างละ
๑ ดุม ดุมทั้งสองนี้มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยติดกัน มีเครื่องหมายยศที่ปลายแขนเสื้อทั้ง
๒ ข้าง เช่นเดียวกับเสื้อคอแบะสีน้ำเงินดำตาม (๑๓) (ค)
(๑๖)[๑๐] เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ คอเสื้อด้านหน้ามน มีปลอกคอทำด้วยผ้าสีขาวติดด้านใน (ถอดออกได้) ตัวเสื้อมีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ มีแนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๗ ดุม ระยะห่างของดุมระหว่างแถวช่วงบนกว้างช่วงล่างแคบ
ที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก ที่ตะเข็บหลัง จากแนวเข็มขัดลงมามีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓ ดุม
การประดับคอเสื้อ เครื่องหมายยศ
เครื่องหมายเหล่า และเครื่องหมายชั้นการศึกษา เป็นดังนี้
(ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ที่ขอบเสื้อด้านบนโดยรอบจนจรดด้านหน้า ติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง
๒ เซนติเมตร และที่ขอบคอเสื้อด้านล่างโดยรอบติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายแขนเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้งตามชั้นยศทำด้วยแถบไหมสีเหลือง
กว้าง
๑.๒ เซนติเมตร ให้มุมบั้งขึ้นข้างบน ระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร ให้กึ่งกลางกลุ่มปลายแถบเครื่องหมายยศห่างจากปลายแขนเสื้อ ๑๑ เซนติเมตร เหนือเครื่องหมายยศให้ปักเครื่องหมายเหล่าด้วยไหมสีเหลือง ปลายแขนเสื้อด้านหลังตรงกับกึ่งกลางกลุ่มปลายแถบเครื่องหมายยศติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ๑ แถบ
(ข) นักเรียนนายเรือ ที่ขอบคอเสื้อติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง มีขนาดและลักษณะเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า ด้านหน้าคอเสื้อทั้งสองข้างปักด้วยไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ ข้างละ ๑ ใบ กึ่งกลางคอเสื้อตรงกับอินทรธนูทั้งสองข้างติดรังดุมทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองรองรับดุมเครื่องหมายชั้นการศึกษา ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างโดยรอบติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง
กว้าง
๐.๖ เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อ ๑๑
เซนติเมตร ๑ แถบ
(ค) นายทหารสัญญาบัตร ที่ขอบคอเสื้อติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง มีขนาดและลักษณะเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า รอบคอเสื้อปักด้วยไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ จำนวน ๘ ใบ ปลายแขนเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างติดแฉลบสีขาวรูปชายแฉลบสามชาย ขอบแฉลบด้านบน ด้านล่าง และด้านชายแหลมติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๒ เซนติเมตร กึ่งกลางแฉลบในแนวดิ่งติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๓ ดุม ระยะห่างพอสมควร ตรงกึ่งกลางแฉลบโดยรอบปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปเครื่องหมายยศ มีขนาด ลักษณะ และจำนวน เช่นเดียวกับเครื่องหมายยศที่ประดับกับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ
(๑๗)[๑๑] เสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดง ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง คอเสื้อทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ด้านหน้ามน มีปลอกคอทำด้วยผ้าสีขาวติดด้านใน (ถอดออกได้) ตัวเสื้อมีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๗ ดุม ระยะห่างของดุมระหว่างแถวช่วงบนกว้างช่วงล่างแคบ ที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ ใบ เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก ที่ตะเข็บหลังจากแนวเข็มขัดลงมามีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓ ดุม
การประดับคอเสื้อ เครื่องหมายยศ
และเครื่องหมายเหล่า เป็นดังนี้
(ก) พลทหาร ที่ขอบเสื้อด้านบนโดยรอบจนจรดด้านหน้าติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๒ เซนติเมตร และที่ขอบคอเสื้อด้านล่างโดยรอบติดแถบไหมสีเหลืองกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างมีปลอกแขนทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ
ยาว
๑๑ เซนติเมตร ปลอกแขนเสื้อด้านบนติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร โดยรอบที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกปักเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลืองตรึงติดกับแขนเสื้อ โดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น
(ข) นายทหารประทวนชั้นจ่า ประดับคอเสื้อและปลายแขนเสื้อ เช่นเดียวกับพลทหาร ที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้งรูปหางนกแซงแซว หักมุม ๑๒๐ องศา ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง
กว้าง
๑.๒ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๑๐ เซนติเมตร ให้มุมบั้งลงข้างล่าง ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕
เซนติเมตร เหนือบั้งมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี และเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลืองตรึงติดกับแขนเสื้อโดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น
(ค) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ประดับคอเสื้อและปลายแขนเสื้อ เช่นเดียวกับพลทหาร ส่วนเครื่องหมายยศและเครื่องหมายเหล่าเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำของนายทหารประทวนชั้นพันจ่า โดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น
(ง) นายทหารสัญญาบัตร ประดับคอเสื้อ ปลายแขนเสื้อและเครื่องหมายยศ
เช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำของนายทหารสัญญาบัตร ระหว่างแถบเครื่องหมายยศสอดด้วยสักหลาดสีเหลือง