法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการขอพิสูจน์สัญชาติ พ.ศ. 2557

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ว่าด้วยการขอพิสูจน์สัญชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]

ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗

ให้โอกาสผู้ที่มีหลักฐานอันเพียงพอที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะเชื่อถือได้ว่าเป็นคนมีสัญชาติไทยสามารถพิสูจน์การเป็นคนมีสัญชาติไทยได้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.

๒๕๔๗ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการขอพิสูจน์สัญชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ใดอ้างว่าเป็นคนมีสัญชาติไทย

ถ้าไม่ปรากฏหลักฐานอันเพียงพอที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะเชื่อถือได้ว่าเป็นคนมีสัญชาติไทย

ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นคนต่างด้าวจนกว่าผู้นั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสัญชาติไทย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การพิสูจน์สัญชาติตามข้อ ๓ ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบคำขอพิสูจน์สัญชาติ

(ตม. ๑๐) และชำระค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด

ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองส่วนจังหวัดอื่นนอกเขตกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองในสังกัดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง

๓ - ๖ ซึ่งผู้ยื่นคำขอพักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอต้องนำไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

มีดังนี้

๕.๑

หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางที่ผู้ยื่นคำขอใช้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

พร้อมสำเนาทุกหน้าที่มีการประทับตรา

๕.๒

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอได้รับอนุญาตให้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรต้องนำใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวพร้อมสำเนารายการถิ่นที่อยู่และหน้าต่ออายุครั้งสุดท้ายและใบสำคัญถิ่นที่อยู่

(ถ้ามี) พร้อมสำเนาทุกหน้าที่มีการประทับตรา

๕.๓ รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และแว่นตาดำ ขนาด ๔ x ๖ เซนติเมตร จำนวน ๕ รูป

๕.๔ พยานเอกสารพร้อมด้วยสำเนาอย่างละ ๑ ชุด

ซึ่งต้องรับรองโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเอกสารนั้น ๆ เช่น

๕.๔.๑ หลักฐานทางทะเบียนราษฎร์

๕.๔.๑.๑ ทะเบียนบ้าน

๕.๔.๑.๒ ทะเบียนสำมะโนครัว

๕.๔.๑.๓ ทะเบียนคนเกิด

๕.๔.๑.๔ สูติบัตร

๕.๔.๑.๕ ทะเบียนคนตาย

๕.๔.๒ หลักฐานแสดงสัญชาติของบิดามารดา

๕.๔.๒.๑ ทะเบียนบ้าน

๕.๔.๒.๒ ทะเบียนสำมะโนครัว

๕.๔.๒.๓ บัตรประจำตัวของบิดามารดา

๕.๔.๒.๔ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของบิดามารดาและใบสำคัญถิ่นที่อยู่

(ถ้ามี) กรณีบิดามารดาได้รับหรือเคยได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

๕.๔.๓ หลักฐานแสดงการสมรสของบิดามารดา

๕.๔.๔ มรณบัตรของบิดามารดา (กรณีบิดามารดาถึงแก่กรรม)

๕.๔.๕ หลักฐานอื่น ๆ เช่น

๕.๔.๕.๑ ใบสำคัญทางทหาร เช่น ใบสำคัญทหารกองเกินหรือกองหนุน

๕.๔.๕.๒ หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล

๕.๔.๕.๓

หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางที่เคยใช้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

๕.๔.๕.๔ หลักฐานการศึกษา เช่น ทะเบียนนักเรียน ใบสุทธิ

หรือประกาศนียบัตรของสถานศึกษาในประเทศไทย

๕.๔.๕.๕ บัตรประจำตัว ทะเบียนบ้านของพี่น้องร่วมบิดามารดาทุกคนที่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร

๕.๔.๕.๖ หนังสือแสดงผลตรวจ DNA ระบุความสัมพันธ์ทางสายโลหิต

๕.๕ พยานบุคคล

๕.๕.๑ บิดามารดา

๕.๕.๒ พี่น้องร่วมบิดามารดา หรือพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาทุกคน

๕.๕.๓ ผู้ใกล้ชิดหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งสามารถยืนยันได้ว่าผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรหรือเคยมีสัญชาติไทยมาก่อน

เช่น ญาติ เพื่อนบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู อาจารย์ หรือผู้ทำคลอด เป็นต้น

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอแล้ว

ให้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานพร้อมทั้งตรวจสอบประวัติคดีอาญาและประวัติยาเสพติดของผู้ยื่นคำขอ

ตลอดจนระยะเวลาการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร

หากตรวจพบว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ยื่นคำขอใกล้จะสิ้นสุด

ให้แนะนำผู้ยื่นคำขอไปยื่นคำร้องขออยู่ต่อเป็นการชั่วคราวตามประเภทของการตรวจลงตรา

(วีซ่า) ตามนัยมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การสอบสวนผู้ยื่นคำขอและพยานบุคคล

๖.๑

สอบสวนผู้ยื่นคำขอที่เกิดในราชอาณาจักรโดยบิดาและมารดามีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทยตามประเด็นดังต่อไปนี้

๖.๑.๑ ชื่อตัว ชื่อสกุลที่ใช้อยู่เป็นชื่อตัวเดิม

ชื่อสกุลเดิมหรือไม่ นอกจากชื่อตัว ชื่อสกุลที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีชื่อเรียกอย่างอื่นอีกหรือไม่

อย่างไร

๖.๑.๒ บิดาและมารดาชื่ออะไร สัญชาติใด ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

กรณียังมีชีวิตอยู่ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ไหน ประกอบอาชีพใด หากถึงแก่กรรม

ถึงแก่กรรมเมื่อใด ที่ไหน เพราะเหตุใด

๖.๑.๓ มีพี่น้องร่วมบิดามารดากี่คน แต่ละคนมีสัญชาติใด ชื่ออะไร

อยู่ที่ใดประกอบอาชีพใด และผู้ยื่นคำขอเป็นบุคคลลำดับที่เท่าใด

๖.๑.๔ มีครอบครัวหรือไม่ หากมีให้ระบุชื่อตัว ชื่อสกุล อายุ สัญชาติ

วัน เดือน ปีเกิด สถานที่เกิด อาชีพ ที่อยู่ของคู่สมรสและบุตร

สำหรับบุตรให้ระบุสถานศึกษาด้วย

ถ้ามีคู่สมรสได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายหรือไม่

กรณีจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายจดที่ใด เมื่อใด มีพยานหลักฐานใดหรือไม่

และกรณีไม่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเป็นเพราะเหตุใด สำหรับบุตรได้แจ้งเกิดที่ใด

เมื่อใด ใครเป็นผู้แจ้ง

๖.๑.๕ มีเครือญาติใกล้ชิดเป็นใคร อยู่ที่ไหน ประกอบอาชีพใด

๖.๑.๖ เกิดที่ไหน เมื่อใด บิดามารดาได้แจ้งเกิดไว้หรือไม่

๖.๑.๗

ประวัติการศึกษาในประเทศไทยตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษาจนกระทั่งจบการศึกษา

ชื่อสถานศึกษา และสถานที่ตั้ง

๖.๑.๘ เคยเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกเมื่อใด ไปที่ใด อย่างไร

ใครเป็น ผู้พาไป ทราบจุดประสงค์ในการเดินทางไปหรือไม่ ใช้เอกสารการเดินทางชนิดใด

ร่วมกับผู้ใดเมื่อเดินทางออกไปแล้ว ไปพักที่ไหน กับผู้ใด

บิดามารดาเดินทางไปหรือพักอยู่ด้วยหรือไม่

และอยู่ในต่างประเทศเป็นระยะเวลานานเท่าใด

๖.๑.๙ ในขณะพำนักอยู่ในต่างประเทศ

๖.๑.๙.๑ เข้ารับการศึกษาจากที่ใด

ได้รับประกาศนียบัตรหรือวุฒิบัตรบ้างหรือไม่

พร้อมทั้งให้ระบุชื่อสถานศึกษาและสถานที่ตั้งของสถานศึกษา

๖.๑.๙.๒ ประกอบอาชีพใด ให้ระบุชื่อสถานที่ตั้งของนายจ้าง

๖.๑.๙.๓ เป็นสมาชิกพรรคการเมือง

เคยต้องโทษทางการเมืองหรือคดีอาญาหรือถูกจับกุมในคดีอื่นใดหรือไม่ หากเคยให้สอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด

๖.๑.๑๐ เคยเดินทางเข้า - ออกราชอาณาจักรหรือไม่ โดยทางใด

กี่ครั้งให้ระบุวันเดือน ปีการเข้า - ออกให้ชัดเจน ถือเอกสารการเดินทางชนิดใด

หากถือเอกสารการเดินทางของประเทศอื่น เป็นเพราะเหตุใด

ใครเป็นผู้ติดต่อขอเอกสารนั้น ๆ ให้

๖.๑.๑๑

หากไม่เคยเดินทางกลับเข้ามาได้ติดต่อกับครอบครัวในประเทศไทยบ้างหรือไม่ โดยวิธีใด

บิดามารดาหรือญาติพี่น้องเคยเดินทางไปเยี่ยมเยียนขณะอยู่ในต่างประเทศหรือไม่ถ้าไป

เคยไปกี่ครั้ง แต่ละครั้งเป็นระยะเวลานานเท่าใด

๖.๑.๑๒ เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้ายเมื่อใด

โดยทางใดใครเป็นผู้ติดต่อยื่นเรื่องให้ เสียค่าธรรมเนียมหรือไม่ เป็นจำนวนเท่าใด

และใช้เอกสารการเดินทางชนิดใดกรณีถือเอกสารการเดินทางของประเทศอื่นเป็นเพราะเหตุใด

๖.๑.๑๓ เมื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วไปพักอาศัยอยู่ที่ใด

มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ผู้ยื่นคำขอได้พบบิดามารดาหรือพบญาติพี่น้องในทันทีและจำบิดามารดาหรือญาติพี่น้องได้เองหรือไม่

หรือมีผู้ใดบอกให้ทราบ

๖.๑.๑๔

มีพยานบุคคลที่สามารถยืนยันว่าผู้ยื่นคำขอเกิดในราชอาณาจักรหรือเคยมีสัญชาติไทยมาก่อนหรือไม่

๖.๑.๑๕ เมื่อได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทยแล้ว

ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะแจ้งชื่อเข้าทะเบียนบ้านเลขที่ใด เป็นบ้านของใคร

มีความสัมพันธ์กันอย่างไรเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วและมีหลักฐานเชื่อได้ว่าผู้ยื่นคำขอเป็นผู้มี

สัญชาติไทยแต่ปรากฏว่าผู้ยื่นคำขออยู่ในหลักเกณฑ์ที่อาจถูกถอนสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติให้ส่งเรื่องให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเสนอคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติพิจารณามีความเห็นเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน

๖.๒

สอบสวนผู้ยื่นคำขอโดยบิดามารดาหรือบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทยตามประเด็นดังต่อไปนี้

๖.๒.๑ พูด ฟัง เขียน และอ่านภาษาไทยได้หรือไม่

และเคยกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร

๖.๒.๒ เกิดที่ไหน เมื่อใด บิดามารดาได้แจ้งการเกิดไว้หรือไม่

๖.๒.๓ ชื่อตัว ชื่อสกุลที่ใช้อยู่เป็นชื่อตัวเดิม

ชื่อสกุลเดิมหรือไม่

นอกจากชื่อตัวชื่อสกุลที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีชื่อเรียกอย่างอื่นอีกหรือไม่ อย่างไร

๖.๒.๔ บิดามารดาชื่ออะไร สัญชาติใด ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

กรณียังมีชีวิตอยู่ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ไหน ประกอบอาชีพใด หากถึงแก่กรรม

ถึงแก่กรรมเมื่อใด ที่ไหน เพราะเหตุใด

๖.๒.๕ มีพี่น้องร่วมบิดามารดากี่คน แต่ละคนมีสัญชาติใด ชื่ออะไร

อยู่ที่ใดประกอบอาชีพใด และผู้ยื่นคำขอเป็นบุคคลลำดับที่เท่าใด

๖.๒.๖

ประวัติการศึกษาตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษาจนกระทั่งจบการศึกษาชื่อสถานที่ศึกษาและสถานที่ตั้ง

เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วประกอบอาชีพใด ที่ไหน อย่างไร

๖.๒.๗ มีครอบครัวหรือไม่ หากมีให้ระบุชื่อตัว ชื่อสกุล อายุ สัญชาติ

วัน เดือน ปีเกิด สถานที่เกิด อาชีพ ที่อยู่ของคู่สมรสและบุตร

สำหรับบุตรให้ระบุสถานศึกษาด้วย

คู่สมรสได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายหรือไม่

กรณีจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายจดที่ใด เมื่อใด มีพยานหลักฐานใดหรือไม่

และกรณีไม่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเป็นเพราะเหตุใด สำหรับบุตรได้แจ้งที่เกิดที่ใด

เมื่อใด ใครเป็นผู้แจ้ง

๖.๒.๘ เคยเดินทางเข้า - ออกราชอาณาจักรหรือไม่ โดยทางใด

กี่ครั้งให้ระบุวันเดือน ปี การเข้า - ออกให้ชัดเจน ถือเอกสารการเดินทางชนิดใด

หากถือเอกสารการเดินทางของประเทศอื่นเป็นเพราะเหตุใด

และได้รับเอกสารดังกล่าวมาอย่างไร

๖.๒.๙ ในการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้ายพักที่ไหน

กับใครประกอบอาชีพหรือไม่ อย่างไร

และได้ยื่นคำร้องขออยู่ต่อในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองหรือไม่

๖.๒.๑๐ การได้มาซึ่งหลักฐานยืนยันว่าเป็นคนสัญชาติไทย

๖.๒.๑๑ เมื่อได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นคนสัญชาติไทยแล้ว

ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะแจ้งชื่อเข้าทะเบียนบ้านเลขที่ใด เป็นบ้านของใคร

มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

๖.๓

สอบสวนพยานบุคคลให้ได้รายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ยื่นคำขอว่าผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรหรือนอกราชอาณาจักร

หรือเคยมีสัญชาติไทยมาก่อน หรือเป็นบุคคลเดียวกับที่ปรากฏตามพยานหลักฐานต่าง ๆ

ที่อ้างถึงนั้นหรือไม่ เพียงใด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วและมีหลักฐานหนังสือแสดงผลตรวจ

DNA

ระบุความสัมพันธ์ทางสายโลหิตเชื่อได้ว่าผู้ยื่นคำขอเป็นผู้มีสัญชาติไทย

ให้พิจารณามีความเห็นเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาสั่งการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรณีผู้ยื่นคำขอมีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าเป็นคนมีสัญชาติไทย

แต่ไม่มีหนังสือแสดงผลตรวจ DNA ระบุความสัมพันธ์ทางสายโลหิต

จึงให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองการขอพิสูจน์สัญชาติประกอบด้วย

๘.๑ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือผู้แทน เป็นประธานกรรมการ

๘.๒ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลหรือผู้แทน เป็นกรรมการ

๘.๓ ผู้บังคับการกองกฎหมายหรือผู้แทน เป็นกรรมการ

๘.๔ ผู้บังคับการกองคดีอาญาหรือผู้แทน เป็นกรรมการ

๘.๕ ผู้บังคับการกองคดีปกครองและคดีแพ่งหรือผู้แทน เป็นกรรมการ

๘.๖ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

เป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้คณะกรรมการพิจารณาและมีความเห็นว่าผู้ยื่นคำขอเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือไม่เพื่อเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายสั่งการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีเชื่อได้ว่าผู้ยื่นคำขอเป็นคนมีสัญชาติไทย

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอมีหนังสือแจ้งนายทะเบียนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร

พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมดำเนินการ

ส่วนกรณีพยานหลักฐานของผู้ยื่นคำขอยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นคนมีสัญชาติไทย

เมื่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสั่งยกคำร้องแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอมีหนังสือแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีผู้ยื่นคำขอถูกสั่งยกคำร้องและได้ยื่นคำร้องต่อศาล

หากศาลมีคำสั่งว่าผู้ยื่นคำขอเป็นคนมีสัญชาติไทยแล้ว

ให้เสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณาสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ

พ.ศ. ๒๕๐๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกับผู้ยื่นคำขอในฐานะผู้มีสัญชาติไทยต่อไป

และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอมีหนังสือแจ้งนายทะเบียนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร

พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ บรรดาระเบียบ

ข้อบังคับ คำสั่ง

หรือประกาศอื่นใดที่มีกำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗

พลตำรวจเอก

อดุลย์ แสงสิงแก้ว

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๑ เมษายน ๒๕๕๗

โชติกานต์/ผู้ตรวจ

๒๑ เมษายน ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๖๔ ง/หน้า ๕/๑๘ เมษายน ๒๕๕๗

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการขอพิสูจน์สัญชาติ พ.ศ. 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b4ad199a24ac0b6e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com