กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน
พ.ศ. ๒๕๓๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๒๓
แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน
พ.ศ. ๒๕๓๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๒๓
แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
การขอรับใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน ให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบ ช.๑
ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน โดยยื่นผ่านนายทะเบียน ณ
สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน และแนบหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในคำขอนั้น
ข้อ ๒
เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอพร้อมด้วยหลักฐานตามข้อ ๑ แล้ว ให้เสนอคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนเพื่อพิจารณาต่อไป
ข้อ ๓
เมื่อคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนได้พิจารณาแล้วมีมติอนุญาตให้นายทะเบียนรับขึ้นทะเบียนและดำเนินการออกใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชนตามแบบ
ช.๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้และออกบัตรประจำตัวตามแบบ ช.๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้แก่ผู้ขอ
ใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชนตามวรรคหนึ่ง
ให้ทำเป็นคู่ฉบับรวมสองฉบับมอบให้ผู้ขอหนึ่งฉบับ อีกหนึ่งฉบับให้เก็บไว้ ณ
สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน
ข้อ ๔
เมื่อคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชนได้พิจารณาคำขอตามข้อ ๑ แล้ว
ให้นายทะเบียนแจ้งมติให้ผู้ขอทราบ
ข้อ ๕ การออกใบแทนใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน
ให้ดำเนินการดังนี้
(๑)
กรณีที่ใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชนของผู้ใดชำรุดหรือสูญหาย
ให้ผู้นั้นยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชนตามแบบ ช.๔
ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน และแนบหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในคำขอนั้น
(๒) เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอพร้อมด้วยหลักฐานตาม (๑) แล้ว
และเห็นว่าหลักฐานที่แนบคำขอถูกต้อง
ให้ออกใบแทนใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชนให้แก่ผู้ขอ
(๓) แบบใบแทนใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน ให้ใช้แบบใบอนุญาต
โดยมีอักษรสีแดงคำว่า ใบแทน ไว้ด้านหน้าเหนือครุฑ
และมุมบนด้านขวาให้มีวันเดือนปี พร้อมทั้งจำนวนครั้งที่ออกใบแทนใบอนุญาตไว้ด้วย
(๔) การออกใบแทนใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน
ให้นายทะเบียนคัดลอกรายการในใบอนุญาต
รวมทั้งคัดชื่อประธานกรรมการและชื่อนายทะเบียนผู้ออกใบอนุญาตไว้ และลงลายมือชื่อกำกับไว้ที่มุมบนด้านขวาของใบแทนใบอนุญาตใต้วันเดือนปีและจำนวนครั้งที่ออกใบแทนใบอนุญาต
(๕) เมื่อดำเนินการตาม (๔) เสร็จแล้วหรือไม่อาจดำเนินการได้
ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้ขอทราบโดยให้ผู้ขอลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน
หรือแจ้งเป็นหนังสือโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายในสามสิบวันนับแต่วันยื่นคำขอ
ข้อ ๖
บัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชน ให้ใช้ได้หกปีนับแต่วันออกบัตร
ในกรณีที่บัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนฉบับเดิมหมดอายุตามวรรคหนึ่ง
ชำรุดหรือสูญหายช่างรังวัดเอกชนผู้เป็นเจ้าของบัตรจะต้องยื่นคำขอออกบัตรประจำตัวใหม่ต่อนายทะเบียน
ณ สำนักงานคณะกรรมการช่างรังวัดเอกชน
ข้อ ๗
การยื่นคำขอออกบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนใหม่ตามข้อ ๖ ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ให้ผู้ขอยื่นคำขอพร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ
ช.๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้
(๒) เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอพร้อมด้วยหลักฐานตาม (๑) แล้ว
และเห็นว่าถูกต้องให้ออกบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนฉบับใหม่ให้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
เด่น โต๊ะมีนา
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
คำขอรับใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน (แบบ ช.๑)
๒.
ใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน (แบบ ช.๒)
๓.
แบบบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชน (แบบ ช.๓)
๔.
คำขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน (แบบ ช.๔)
๕.
คำขอทำบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชนใหม่ (แบบ ช.๕)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๒๓
แห่งพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า
การขอรับใบอนุญาตเป็นช่างรังวัดเอกชน
การออกใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาตและการออกบัตรประจำตัวช่างรังวัดเอกชน
ให้เป็นไปตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฤษดายุทธ/ผู้จัดทำ
๒๔ เมษายน ๒๕๕๖
วิชพงษ์/ผู้ตรวจ
๒๙ เมษายน ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๑๒/หน้า ๑๕/๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๕
กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน พ.ศ. 2535 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b51a3cc0fa766819
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com