ประกาศ
ประกาศ
เรื่อง
การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร
จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ[๑]
ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ และได้มีการเพิ่มเติมเขตท้องที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
ฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
ฉบับที่ ๓ ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง
ฉบับที่ ๔ ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
และประกาศการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ลงวันที่ ๖
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
ซึ่งต่อมาได้มีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในบางเขตท้องที่แล้ว
นั้น โดยที่ปรากฏว่า มีการก่อเหตุรุนแรง เพื่อสร้างความปั่นป่วนและกดดันการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาของฝ่ายรัฐหรือเจ้าหน้าที่
รวมทั้งยังมีกลุ่มบุคคลดำเนินการที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือมีการวางแผนเตรียมการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ต่าง
ๆ เพื่อมุ่งให้เกิดความเสียหายและความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน
และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ
จึงสมควรขยายระยะเวลาในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐความปลอดภัยต่อชีวิต
ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน
รวมทั้งกระทบอย่างร้ายแรงต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ
ซึ่งจำเป็นต้องใช้มาตรการตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.
๒๕๔๘ เพื่อการแก้ไขปัญหาให้ยุติลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๕ และมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.
๒๕๔๘
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๑