法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการตรวจสอบสถานประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ว่าด้วยการตรวจสถานประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.

2541 พ.ศ. 2542

เพื่อให้การปฏิบัติการตามหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงานในการตรวจสถานประกอบ

กิจการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เป็นไปโดยเรียบร้องและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

พ.ศ. 2534

และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

แรงงานและสวัสดิการสังคมจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1

ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมว่าด้วยการ

ตรวจสถานประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.

2541 พ.ศ. 2542"

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3

ในระเบียบนี้

"พนักงานตรวจแรงงาน" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามกฎหมาย

ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

"สถานประกอบกิจการ" หมายความรวมถึง สำนักงานของนายจ้างและสถานที่ทำงาน

ของลูกจ้าง

"การตรวจสถานประกอบกิจการ" หมายความว่า การที่พนักงานตรวจแรงงานเข้าไปใน

สถานประกอบกิจการ

เพื่อตรวจสภาพการทำงานของลูกจ้างและสภาพการจ้าง สอบถาม

ข้อเท็จจริง

ถ่ายภาพ

ถ่ายสำเนาเอกสารที่เกี่ยวกับการจ้าง

การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงาน

ในวันหยุด

ค่าล่วงเวลาในวันหยุด

และทะเบียนลูกจ้างเก็บตัวอย่างวัสดุหรือผลิตภัณฑ์เพื่อวิเคราะห์

เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและกระทำการอย่างอื่นเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในอันที่จะปฏิบัติ

การให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

ให้พนักงานตรวจแรงงานซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดกรมสวัสดิการและคุ้มครอง

แรงงานและสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมซึ่งปฏิบัติงาน ณ

กรุงเทพมหานครหรือจังหวัดอื่นดำเนินการตรวจสถานประกอบกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ในความ

รับผิดชอบ

เพื่อให้คำแนะนำหรือมีคำสั่งเป็นหนังสือตามมาตรา 139 (3) แห่งพระราชบัญญัติ

คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติดังกล่าวและตรวจ

ติดตามผลในกรณีที่นายจ้างยังปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5

ให้พนักงานตรวจแรงงานซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดส่วนราชการอื่นนอกจากข้อ 4

ดำเนินการตรวจสถานประกอบกิจการในลักษณะเป็นการตรวจทั่วไปตามคู่มือการตรวจสถาน

ประกอบกิจการของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อให้คำแนะนำแก่นายจ้างในการปฏิบัติ

ตามกฎหมาย

โดยให้จัดทำแผนการตรวจในรอบหนึ่งเดือนประสานงานกับพนักงานตรวจแรงงาน

ตามข้อ

4

เป็นการล่วงหน้าเพื่อมิให้เกิดความซ้ำซ้อนในการตรวจ

เมื่อได้ดำเนินการตรวจสถานประกอบกิจการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงานตรวจแรงงาน

ดังกล่าวประสานกับพนักงานตรวจแรงงานตามข้อ 4

เพื่อแจ้งผลการดำเนินการหรือร่วมดำเนินการ

ในขั้นตอนต่อไปนี้ในกรณีที่นายจ้างยังปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6

ในกรณีที่มีคำร้องหรือความปรากฏแก่พนักงานตรวจแรงงานตามข้อ 4 ว่า นายจ้าง

ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ให้พนักงานตรวจแรงงานนั้นดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง

โดยด่วน

หากพบว่านายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ให้มีคำสั่งเพื่อให้นายจ้างปฏิบัติตาม

กฎหมายต่อไป

ถ้ามีคำร้องหรือความปรากฏแก่พนักงานตรวจแรงงานในสังกัดส่วนราชการอื่นให้

ประสานงานกับพนักงานตรวจแรงงานตามข้อ 4 เพื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ พนักงาน

ตรวจแรงงานนั้นจะร่วมดำเนินการด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายให้กำหนด

ระยะเวลาในการปฏิบัติตามคำสั่งและให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นไว้ท้ายคำสั่ง ทั้งนี้ เพื่อให้

นายจ้างที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง อุทธรณ์ต่อพนักงานตรวจแรงงานผู้ทำคำสั่งภายในสิบห้าวันนับแต่

วันที่ทราบคำสั่ง

ให้พนักงานตรวจแรงงานผู้ทำคำสั่งพิจารณาคำอุทธรณ์และแจ้งผู้อุทธรณ์ทราบโดย

ไม่ชักช้าแต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ในกรณีที่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์

ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก็ให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงคำสั่งตามความเห็นของตนภายในกำหนด

เวลาดังกล่าวด้วย

ถ้าพนักงานตรวจแรงงานนั้นไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก็ให้

เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาตาม

วรรคสอง

ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่

ตนได้รับรายงาน

ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้มีอำนาจ

พิจารณาอุทธรณ์มีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครอบกำหนดเวลาดังกล่าว ในการนี้ให้

ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8

ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานตามข้อ 4

พบว่า

นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม

กฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ออกตาม

มาตรา 103

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้พนักงานตรวจแรงงานแนะนำ

หรือออกคำสั่งเป็นหนังสือตามมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.

2541

ให้นายจ้างปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน อาคาร สถานที่

หรือจัดทำหรือแก้ไขเครื่องจักร

หรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงานหรือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานให้ถูกต้องหรือเหมาะสม

ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานตามข้อ

4 พบว่า สภาพแวดล้อมในการทำงาน อาคาร

สถานที่ เครื่องจักร

หรืออุปกรณ์ที่ลูกจ้างใช้จะก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ลูกจ้าง หรือนายจ้าง

ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามวรรคหนึ่งเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่ง

อธิบดีมอบหมาย

ให้พนักงานตรวจแรงงานสั่งให้นายจ้างหยุดการใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์

ดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวได้ตามมาตรา

105 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง

แรงงาน พ.ศ. 2541 ทั้งนี้

ให้นำข้อ

6 วรรคสอง

มาใช้บังคับแก่กรณีที่พนักงานตรวจแรงงานในสังกัดส่วนราชการ

อื่นที่พบการกระทำตามวรรคหนึ่งและวรรคสอบโดยอนุโลม

ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง

ให้กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติตามคำสั่ง

และให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นไว้ท้ายคำสั่ง ทั้งนี้

เพื่อให้นายจ้างที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง

อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ

สภาพแวดล้อมในการทำงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของ

คณะกรรมการนั้นให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9

ให้พนักงานตรวจแรงงานตามข้อ 4 ดำเนินคดีทางพนักงานสอบสวนโดยไม่ต้อง

มีคำแนะนำหรือคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายเสียก่อน เมื่อมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม

กฎหมายในกรณีดังต่อไปนี้

(1) การใช้แรงงานเด็กโดยมีการทารุณ หน่วงเหนี่ยว กักขัง

หรือซึ่งมีการกระทำความผิด

อาญาอื่นๆ รวมอยู่ด้วย

(2) ความปลอดภัยในการทำงาน

ถ้ามีลูกจ้างได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่

ความตายโดยมิได้เกิดจากความประมาทของลูกจ้าง

(3)

การล่วงเกินทางเพศต่อลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงหรือเด็กตามมาตรา 16

แห่งพระราชบัญญัติ

คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

(4) การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 37

มาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 42 มาตรา 47

มาตรา 48 มาตรา 49 หรือมาตรา 50

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

เป็นเหตุให้

ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจหรือถึงแก่ความตาย ซึ่งมีโทษตามมาตรา 144 วรรคสอง

การดำเนินคดีตามวรรคหนึ่ง

ให้เปํนไปตามระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง

แรงงาน พ.ศ. 2541

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10

ในกรณีที่นายจ้างได้ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามข้อ 4 ข้อ 6

หรือข้อ 8

ภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือภายในกำหนดอุทธรณ์ตามข้อ 7 ถ้าระยะเวลาที่กำหนด

ในคำสั่งสั้นกว่าระยะเวลาอุทธรณ์ การดำเนินคดีอาญาต่อนายจ้างนั้นให้เป็นอันระงับไป แต่ถ้า

นายจ้างไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาดังกล่าวให้พนักงานตรวจแรงงานใช้มาตรการบังคับ

ตามคำสั่งโดยการดำเนินคดีอาญา ทั้งนี้

ตามระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมว่าด้วย

การดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. 2541

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมรักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ

วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542

จองชัย เที่ยงธรรม

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ

ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการตรวจสอบสถานประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b67c3cce1584b424

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com