法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดมุกดาหาร พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง

และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดมุกดาหาร

พ.ศ.

๒๕๕๐

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่

๗๒ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๙

ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดมุกดาหารด้วยและเพื่อประโยชน์ในการวางผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๖

ของรัฐธรรมนูญเเห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำการได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

และโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผังตามคำสั่งกรมโยธาธิการและผังเมือง

ที่ ๒๓/๒๕๔๙ เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

ลงวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางผังและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดมุกดาหาร

ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๖ และให้ใช้ประกาศนี้แทน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศฉบับนี้

“อาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลังที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดมุกดาหาร

แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึงบริเวณที่ได้มีการประกาศใช้บังคับผังเมืองรวมหรือบริเวณที่เคยมีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ที่ดินบริเวณท้องที่ตามข้อ ๓

ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้างดัดแปลงใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ดังต่อไปนี้

(๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลคำชะอี

อำเภอคำชะอี

(๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย

(๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล

(๔)

ในท้องที่เขตตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร

(๕)

ในท้องที่เขตตำบลบางทรายน้อย อำเภอเมืองมุกดาหาร

(๖) ในท้องที่เขตตำบลบางทรายใหญ่

อำเภอเมืองมุกดาหาร

(๗) ในท้องที่เขตตำบลมุกดาหาร

อำเภอเมืองมุกดาหาร

(๘) ในท้องที่เขตตำบลโพนทราย อำเภอเมืองมุกดาหาร

(๙) ในท้องที่เขตตำบลกุดแข้ อำเภอเมืองมุกดาหาร

(๑๐) ในท้องที่เขตตำบลบ้านโคก

อำเภอเมืองมุกดาหาร

(๑๑) ในท้องที่เขตตำบลผึ่งแดด

อำเภอเมืองมุกดาหาร

(๑๒) ในท้องที่เขตตำบลคำอาฮวน

อำเภอเมืองมุกดาหาร

(๑๓) ในท้องที่เขตตำบลนาสีนวน

อำเภอเมืองมุกดาหาร

(๑๔)

ในท้องที่เขตตำบลหนองเอี่ยน อำเภอคำชะอี

(๑๕)

ในท้องที่เขตตำบลน้ำเที่ยง อำเภอคำชะอี

(๑๖) ในท้องที่เขตตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี

(๑๗) ในท้องที่เขตตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง

(๑๘) ในท้องที่เขตตำบลหนองแวง

อำเภอนิคมคำสร้อย

(๑๙) ในท้องที่เขตตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย

(๒๐)

ในท้องที่เขตตำบลบ้านแก้ง อำเภอดอนตาล

(๒๑)

ในท้องที่เขตตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล

ทั้งนี้ ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๓)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามข้อ

๕ และในท้องที่ตาม (๔) ถึง (๒๑)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๕ และข้อ ๖

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้างดัดแปลงใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๔,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจร

ไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่เกิน ๐.๔

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่เกิน ๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๑๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า ๓๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดอาคารถึงริมเขตทางฝั่งที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

และมีที่ว่างด้านหลังอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า

๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากโบราณสถาน ไม่น้อยกว่า ๒๐o เมตร

โดยวัดจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่น หรือถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหาร ไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน

๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้างดัดแปลงใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

เกินกว่า ๔,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า

๔๐ เมตร

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีเขตทางไม่น้อยกว่า

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร และมีทางคู่ขนาน

กับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

(๓) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่เกิน ๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่เกิน ๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐

(๖)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า ๓๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดอาคารถึงริมเขตทางฝั่งที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗)

มีที่ว่างด้านข้างของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า

๑๒ เมตร

มีที่ว่างด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า

๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดอาคารถึงริมเขตทางฝั่งที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐

เมตรต้องมีระยะห่างจากโบราณสถาน ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

(๑๐)

ที่พักมูลฝอยต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหาร ไม่น้อยกว่า ๔

เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าว

ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ

๕ (๖) ข้อ ๕ (๗) ข้อ ๖ (๖) ข้อ ๖ (๗)

ผู้ขออนุญาตอาจยื่นร้องขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๘

เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมได้

ทั้งนี้ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๖)

มีที่ว่างด้านหน้าอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร

(๒) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๗) มีที่ว่างด้านข้าง

และด้านหลังอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางถนนของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

(๓) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๖ (๖)

มีที่ว่างด้านหน้าอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๓๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร

(๔) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๖ (๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า

๑๒ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่การควบคุมหรืออนุญาตการก่อสร้างอาคารหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุม

หรืออนุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดมุกดาหาร

ปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐

บุญสม

พิรินทร์ยวง

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร

เจ้าพนักงานการผัง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๗

พฤศจิกายน ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๗๕ ง/หน้า ๘/๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดมุกดาหาร พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b710457f8e143a60

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com