法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. 2530

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ

พ.ศ. ๒๕๓๐

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) มาตรา ๓๒

และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘

แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการสอบสวนคดีมรรยาททนายความไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. ๒๕๓๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

นอกจากที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

และในข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ และในข้อบังคับนี้แล้ว

ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยวิธีพิจารณาสามัญในศาลขั้นต้นมาใช้กับการสอบสวนคดีมรรยาททนายความโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของการสอบสวนคดีมรรยาททนายความและข้อบังคับฉบับนี้

คณะกรรมการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ทนายความที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสอบสวนจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

คือ

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) เป็นทนายความมาแล้วรวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี

(๓) ไม่เคยถูกลงโทษฐานประพฤติผิดมรรยาททนายความหรือถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนทนายความ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้คณะกรรมการมรรยาททนายความจัดให้มีการสอบสวนคดีมรรยาททนายความเป็นรายคดีไป

คณะกรรมการสอบสวนที่ได้รับแต่งตั้งจะทำการสอบสวนเฉพาะคดีนั้น ๆ

และพ้นจากตำแหน่งเมื่อการสอบสวนคดีดังกล่าวเสร็จสิ้นลง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๕ ดังกล่าวข้างต้น

กรรมการสอบสวนพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดจากการเป็นสัญชาติไทย

(๔) ขาดจากการเป็นทนายความตามมาตรา ๔๔

แห่งพระราชบัญญัติทนายความพ.ศ.๒๕๒๘

(๕) ถูกกล่าวหาเป็นหนังสือยื่นต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความหรือเมื่อคณะกรรมการมรรยาททนายความได้รับแจ้งจากศาล

พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวน ว่ากรรมการผู้นั้นประพฤติผิดมรรยาททนายความ

หรือเมื่อปรากฏแก่คณะกรรมการมารยาททนายความว่ามีพฤติการณ์อันสมควรให้มีการสอบสวนมรรยาททนายความกับกรรมการผู้นั้น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการคัดค้านผู้พิพากษาตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาใช้บังคับแก่กรรมการสอบสวนด้วยโดยอนุโลม

การสอบสวน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๖๕ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

ให้คณะกรรมการมรรยาททนายความกำหนดผู้เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนและสถานที่ทำการสอบสวนด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้ประธานคณะกรรมการสอบสวนส่งสำเนาคำกล่าวหาหรือคำแจ้งข้อกล่าวหาที่จะทำการสอบสวนไปยังทนายความที่ถูกกล่าวหาโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยเจ้าหน้าที่ของสภาทนายความโดยส่งไปยังสำนักงานหรือภูมิลำเนาของทนายความที่ถูกกล่าวหาตามที่ปรากฏในทะเบียนทนายความ

พร้อมทั้งแจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่ทำการสอบสวนไปด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ทนายความที่ถูกกล่าวหามีสิทธิทำคำแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือภายใน ๘ วัน

นับแต่วันได้รับสำเนาคำกล่าวหา หรือคำแจ้งข้อกล่าวหา หรือภายในกำหนดระยะเวลาซึ่งคณะกรรมการสอบสวนได้ขยายให้

การยื่นคำแก้ข้อกล่าวหา ให้ยื่น ณ

ที่ทำการสภาทนายความในวันและเวลาราชการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ ให้กรรมการสอบสวนเป็นผู้ซักถามพยาน

ผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาไม่มีสิทธิแต่งตั้งทนายความเข้าแก้ต่างคดี

แต่อาจซักถามพยานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในการสอบสวนต้องมีกรรมการสอบสวนอย่างน้อยสองคนจึงเป็นองค์คณะดำเนินการสอบสวนได้

การเสนอสำนวนคดีต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความเมื่อคณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเสร็จ

ให้คณะกรรมการสอบสวนทำความเห็นส่งไปพร้อมกับสำนวนคดีที่ได้ทำการสอบสวนด้วย

ในการทำความเห็น ให้ถือตามเสียงข้างมากของคณะกรรมการสอบสวน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานคณะกรรมการสอบสวนออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

กรรมการฝ่ายเสียงข้างน้อยจะทำความเห็นแย้งก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนเห็นเป็นการสมควรที่จะต้องทำการสอบสวนพยานบุคคลนอกเขตจังหวัดอันเป็นที่ตั้งที่ทำการสอบสวน

ให้คณะกรรมการสอบสวนมีอำนาจแต่งตั้งทนายความซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดที่จะทำการสอบสวนพยานบุคคลนั้นเป็นคณะอนุกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า

๒ คน และส่งประเด็นไปให้คณะอนุกรรมการดังกล่าวทำการสอบสวนแทน

และให้ถือว่าการสอบสวนของคณะอนุกรรมการเป็นการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้สภาทนายความจ่ายค่าป่วยการให้แก่กรรมการสอบสวนและอนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามข้อ

๑๓ ในการสอบสวนคดีมรรยาททนายความในอัตราหนึ่งร้อยบาทต่อคน ต่อการสอบสวนแต่ละนัด

ในกรณีที่กรรมการสอบสวนเห็นว่าจำเป็นจะต้องไปทำการสอบสวนพยานบุคคลนอกเขตจังหวัดอันเป็นที่ตั้งที่ทำการสอบสวน

ก็ให้ขออนุมัติต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความเป็นคราว ๆ ไป โดยให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักได้ตามข้อบังคับหรือระเบียบของสภาทนายความ

หรือตามมติของคณะกรรมการสภาทนายความ

ให้สภาทนายความเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามข้อ ๙

การจัดสถานที่ทำการสอบสวนและในการส่งประเด็น ตามข้อ ๑๓

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๐

คำนวณ ชโลปถัมภ์

นายกสภาทนายความ

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๑๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑]

ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๔๐/หน้า ๖๑/๕ มีนาคม ๒๕๓๐

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. 2530 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b716c7db62d6c65c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com