法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการ เรื่อง มาตรฐานและลักษณะของทางหลวงและงานทางรวมทั้งกำหนดเขตทางหลวง ที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้และเสาพาดสายเกี่ยวกับทางหลวงชนบท และทางหลวงเทศบาล พ.ศ. 2543

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการ

ประกาศกรมโยธาธิการ

เรื่อง มาตรฐานและลักษณะของทางหลวงและงานทาง

รวมทั้งกำหนดเขตทางหลวง

ที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้

และเสาพาดสายเกี่ยวกับทางหลวงชนบท

และทางหลวงเทศบาล

พ.ศ.

๒๕๔๓

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๖ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.

๒๕๓๕

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ

บุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘

และมาตรา ๔๙ ของรัฐธรรม

นูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

อธิบดีกรมโยธาธิการ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศกรมโยธาธิการ เรื่อง มาตรฐานและลักษณะ

ของทางหลวงและงานทาง รวมทั้งกำหนดเขตทางหลวง ที่จอดรถ

ระยะแนวต้นไม้ และเสาพาดสาย

เกี่ยวกับทางหลวงชนบทและทางหลวงเทศบาล พ.ศ. ๒๕๔๓"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ผู้อำนวยการกองสาธารณสถานและทางหลวงท้องถิ่น เป็นผู้รักษาการ

ตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ยกเลิกประกาศกรมโยธาธิการ เรื่อง

มาตรฐานและลักษณะของทาง

หลวงและงานทางรวมทั้งกำหนดเขตทางหลวง ที่จอดรถ

ระยะแนวต้นไม้ และเสาพาดสายเกี่ยวกับ

ทางหลวงชนบท ทางหลวงเทศบาล และทางหลวงสุขาภิบาล ลงวันที่ ๔

กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑

หมวด

การแบ่งชั้นทางหลวง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ทางหลวงชนบทแบ่งออกเป็น ๔ ชั้น คือ

(๑) ทางหลวงชนบทชั้นพิเศษ

(๒) ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๑

(๓) ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๒

(๔) ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๓

(๔) ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๓

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ทางหลวงเทศบาลแบ่งออกเป็น ๔ ชั้น คือ

(๑) ทางหลวงเทศบาลชั้นที่ ๑

(๒) ทางหลวงเทศบาลชั้นที่ ๒

(๓) ทางหลวงเทศบาลชั้นที่ ๓

(๔) ทางหลวงเทศบาลชั้นที่ ๔

หมวด

มาตรฐานและลักษณะของทางหลวง งานทาง

และเขตทางหลวง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ทางหลวงชนบทชั้นพิเศษ ต้องประกอบด้วย

(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

หรือลาดยางแบบแอสฟัสต์ติค

คอนกรีตหรือเทียบเท่า

(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ

และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน

(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง

และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า

๓.๒๕ เมตร

(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง

กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร

(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า

๒๐.๐๐ เมตร

(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)

(ก) ทางราบไม่น้อยกว่า ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(ข) ทางเนินไม่น้อยกว่า ๘๐

กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(ค) ทางเขาไม่น้อยกว่า ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในเขตชุมชนความเร็วที่ใช้ในการออกแบบไม่น้อยกว่า

๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER

ELEVATION) ไม่เกิน ๐.๑๐

เมตร/เมตร

(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)

(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔

(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖

(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘

(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อม

หรือตัดกันของถนนให้ขอบผิว

จราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

(๑๐) ช่องลอดของถนน

ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

(๑๑) สะพานมีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง

และแต่ละช่องทางกว้าง

ไม่น้อยกว่า ๓.๒๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๑ ต้องประกอบด้วย

(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

หรือลาดยางแบบแอสฟัลต์ติค

คอนกรีตหรือเทียบเท่า

(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ

และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน

(๓) ความกว้างผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๗.๐๐ เมตร

(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง

กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร

(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า

๒๐.๐๐ เมตร

(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGH SPEED)

(ก) ทางราบไม่น้อยกว่า ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(ข) ทางเนินไม่น้อยกว่า ๘๐

กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(ค) ทางเขาไม่น้อยกว่า ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในเขตชุมชนความเร็วที่ใช้ในการออกแบบไม่น้อยกว่า

๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER

ELEVATION) ไม่เกิน ๑.๑๐

เมตร/เมตร

(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)

(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔

(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖

(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘

(๙)

ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิว

จราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

(๑๐) ช่องลอดของถนน

ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

(๑๑) ความกว้างผิวจราจรของสะพานไม่น้อยกว่า

๗.๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๒ ต้องประกอบด้วย

(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

หรือลาดยาง

(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ

และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน

(๓) ความกว้างผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๗.๐๐ เมตร

(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง

กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร

(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า

๑๕.๐๐ เมตร

(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)

(ก) ทางราบไม่น้อยกว่า ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(ข) ทางเนินไม่น้อยกว่า ๕๕

กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(ค) ทางเขาไม่น้อยกว่า ๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในเขตชุมชนความเร็วที่ใช้ในการออกแบบไม่น้อยกว่า

๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER

ELEVATION) ไม่เกิน ๐.๑๐

เมตร/เมตร

(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)

(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔

(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๘

(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๑๒

(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน

ให้ขอบผิว

จราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

(๑๐) ช่องลอดของถนน

ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

(๑๑) ความกว้างผิวจราจรของสะพานไม่น้อยกว่า

๗.๐๐ เมตร

ในกรณีที่มาตรฐานไม่ได้ตามที่กำหนด

ตาม (๓) และ (๔) แต่ความกว้างผิว

จราจรรวมความกว้างไหล่ทาง ต้องไม่น้อยกว่า ๙.๐๐ เมตร

และผิวไหล่ทางต้องเป็นคอนกรีตเสริม

เหล็ก หรือลาดยาง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๓ ต้องประกอบด้วย

(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นลูกรัง

หรือวัสดุอย่างอื่นที่ดีกว่า

(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า

๒๑ ตัน

(๓)

ความกว้างผิวจราจรถ้าเป็นผิวจราจรลูกรังไม่น้อยกว่า ๘.๐๐ เมตร และถ้า

เป็นวัสดุอย่างอื่นที่ดีกว่าลูกรัง เช่น ลาดยาง หรือคอนกรีต

ไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร

(๔) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า

๑๕.๐๐ เมตร

(๕) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)

(ก) ทางราบไม่น้อยกว่า ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(ข) ทางเนินไม่น้อยกว่า ๕๐

กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(ค) ทางเขาไม่น้อยกว่า ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในเขตชุมชนความเร็วที่ใช้ในการออกแบบไม่น้อยกว่า

๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(๖) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกิน ๐.๑๐

เมตร/เมตร

(๗) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)

(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔

(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๘

(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๑๒

(๘) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน

ให้ขอบผิว

จราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

(๙) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

(๑๐) ความกว้างผิวจราจรของสะพานไม่น้อยกว่า

๗.๐๐ เมตร

ถ้ามีความจำเป็นที่มาตรฐานต้องต่ำกว่าที่กำหนดไว้

ตาม (๓) (๔) (๕) และ (๗)

ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิบดีกรมโยธาธิการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ทางหลวงเทศบาลชั้นที่ ๑ ต้องประกอบด้วย

(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

หรือลาดยาง

(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ

และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน

(๓) มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๖ ช่องทาง

และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อย

กว่า ๓.๐๐ เมตร

(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง

กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร

(๕) ระบบควบคุมการจราจร

(๖) ระบบระบายน้ำตลอดสาย

(๗) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า

๓๐.๐๐ เมตร

(๘)

ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิว

จราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

หรือปาดมุมยาวด้านละไม่น้อยกว่า ๕.๐๐

เมตร จากจุดตัดของแนวขอบผิวจราจร

(๙) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)

(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔

(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖

(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘

(๑๐) ช่องลอดของถนน

ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ทางหลวงเทศบาลชั้นที่ ๒ ต้องประกอบด้วย

(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

หรือลาดยาง

(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ

และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน

(๓) มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง

และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อย

กว่า ๓.๐๐ เมตร

(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง

กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร

(๕) ระบบควบคุมการจราจร

(๖) ระบบระบายน้ำตลอดสาย

(๗) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า

๒๐.๐๐ เมตร

(๘)

ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิว

จราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

หรือปาดมุมยาวด้านละไม่น้อยกว่า ๕.๐๐

เมตร จากจุดตัดของแนวขอบผิวจราจร

(๙) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)

(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔

(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖

(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘

(๑๐) ช่องลอดถนน

ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ทางหลวงเทศบาลชั้นที่ ๓ ต้องประกอบด้วย

(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นลูกรัง

หรือวัสดุอื่นที่ดีกว่า

(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ

และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน

(๓) ความกว้างผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร

(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง

กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร

(๕) ระบบระบายน้ำตลอดสาย

(๖) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า

๑๕.๐๐ เมตร

(๗)

ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิว

จราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

หรือปาดมุมยาวด้านละไม่น้อยกว่า ๕.๐๐

เมตร จากจุดตัดของแนวขอบผิวจราจร

(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)

(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔

(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖

(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘

(๙) ช่องลอดของถนน

ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ทางหลวงเทศบาลชั้นที่ ๔ ต้องประกอบด้วย

(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นลูกรัง

หรือวัสดุอื่นที่ดีกว่า

(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ

และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน

(๓) ความกว้างของผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๕.๐๐

เมตร

(๔) ระบบระบายน้ำตลอดสาย

(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า

๘.๐๐ เมตร

(๖)

ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิว

จราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

หรือปาดมุมยาวด้านละไม่น้อยกว่า ๕.๐๐

เมตร จากจุดตัดของแนวขอบผิวจราจร

(๗) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)

(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔

(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖

(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘

(๘) ช่องลอดของถนน

ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ทางหลวงสุขาภิบาลที่ได้ลงทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยทาง

หลวงก่อนประกาศกรมโยธาธิการนี้ใช้บังคับจัดเป็นทางหลวงเทศบาลชั้นที่

๔ โดยอนุโลม

หมวด

มาตรฐานที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้

และเสาพาดสาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ทางหลวงชนบท

(๑) ที่จอดรถ

ต้องเป็นที่ซึ่งทางราชการกำหนดให้ หรือที่ซึ่งไม่กีดขวางทาง

จราจรแต่ไม่ใช่ทางโค้ง บนสะพาน เชิงสะพาน ทางแยก

หรือในที่คับขัน

(๒) ระยะแนวต้นไม้

ต้องห่างจากขอบผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร

(๓) เสาพาดสาย

ต้องปักห่างจากแนวเขตทางหลวงเข้ามาทางด้านในไม่น้อย

กว่า ๐.๕๐ เมตร

แต่ไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร หรือที่ซึ่งทางราชการกำหนดให้และสายต้องพาดสูงจากผิว

ดินไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร

ส่วนที่พาดสายข้ามถนนต้องสูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๕.๕๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ทางหลวงเทศบาล

(๑) ที่จอดรถ

ต้องเป็นที่ซึ่งทางราชการกำหนดให้ หรือที่ซึ่งไม่กีดขวางทาง

จราจรแต่ไม่ใช่ทางโค้ง บนสะพาน เชิงสะพาน ทางแยก

หรือในที่คับขัน

(๒) ระยะแนวต้นไม้

ต้องห่างจากขอบผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๐.๕๐ เมตร

(๓) เสาพาดสาย

ต้องปักให้ริมเสาด้านชิดตัวถนนห่างจากขอบผิวจราจรไม่น้อย

กว่า ๐.๓๐ เมตร หรือที่ซึ่งทางราชการกำหนดให้

และสายต้องพาดสูงจากผิวดินไม่น้อยกว่า ๓.๐๐

เมตร ส่วนที่ต้องพาดสายข้ามถนนต้องสูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า

๕.๕๐ เมตร

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๓

วรวิทย์ เลิศลักษณา

อธิบดีกรมโยธาธิการ

[รก.๒๕๔๓/๔๔ง/๒๑/๑ มิถุนายน ๒๕๔๓]

อัมพิกา/แก้ไข

๓/๕/๒๕๔๕

B

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการ เรื่อง มาตรฐานและลักษณะของทางหลวงและงานทางรวมทั้งกำหนดเขตทางหลวง ที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้และเสาพาดสายเกี่ยวกับทางหลวงชนบท และทางหลวงเทศบาล พ.ศ. 2543 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b718f13cb3bc2292

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com