ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 03/2551
เรื่อง หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
ของบริษัทเงินทุนประเภทกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะและของบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ในอดีตธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้บริษัทเงินทุนประเภทกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ โดยการจัดหาที่ดินและหรือบ้านที่อยู่อาศัยมาให้ประชาชนเช่าซื้อ ทั้งนี้ เพื่อให้หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเพื่อให้การให้เช่าซื้อสามารถเทียบเคียงได้กับการให้สินเชื่อโดยวิธีอื่น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดให้วิธีคิดผลประโยชน์จากการให้เช่าซื้อเป็นไปในลักษณะที่คล้ายคลึงกับการคิดดอกเบี้ยในการให้กู้ยืมโดยผ่อนชําระเป็นงวด ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้บริการเช่าซื้อ รวมทั้งได้กําหนดให้เปิดเผยข้อมูลอันเป็นสาระสําคัญที่ผู้เช่าซื้อควรทราบ เพื่อช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจและความนิยมต่อบริการของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
การออกประกาศฉบับนี้เพื่ออ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และเป็นการรวบรวมประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์มาประมวลให้อยู่ในฉบับเดียวกันโดยสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากหลักเกณฑ์เดิม อย่างไรก็ดี บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ใดที่ดําเนินการหรือได้รับอนุญาตในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้วในวันก่อนที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ประกอบธุรกิจได้ตามที่ได้รับอนุญาตไว้ต่อไปได้
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้บริษัทเงินทุนประเภทกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ตามข้อกําหนดในประกาศนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนประเภทกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
1. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ของบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2523 (หนังสือเวียนที่ ธปท. งพ. (ว) 1674/2523 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2523)
2. ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทเงินทุนประเภทกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2524 (หนังสือเวียนที่ งท. (ว) 699/2524 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2524)
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 ในประกาศฉบับนี้
"กิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ" หมายความว่า กิจการจัดหาเงินทุนจากประชาชนและทําการดังต่อไปนี้ เป็นทางค้าปกติ
(1) ให้กู้ยืมเงินแก่ประชาชนเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินและหรือบ้านที่อยู่อาศัย หรือ
(2) ให้กู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการจัดหาที่ดินและหรือบ้านที่อยู่อาศัยสําหรับจําหน่ายแก่ประชาชนหรือให้ประชาชนเช่าซื้อ หรือ
(3) จัดหาที่ดินและหรือบ้านที่อยู่อาศัยเพื่อจําหน่ายแก่ประชาชน รวมทั้งให้ประชาชนเช่าซื้อ
"บ้านที่อยู่อาศัย" หมายความว่า บ้านหรืออาคารที่บุคคลใช้อยู่อาศัยเป็นปกติแต่ไม่รวมถึงอาคารที่ใช้เพื่อความประสงค์อย่างอื่นที่บุคคลใช้อยู่อาศัยเป็นปกติด้วย
"เช่าซื้อ" หมายความว่า สัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คํามั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจํานวนเท่านั้นเท่านี้คราว ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
"ราคาจําหน่าย" หมายความว่า ราคาเช่าซื้อหรือราคาเงินสด
"ราคาเช่าซื้อ" หมายความว่า จํานวนเงินรวมทั้งสิ้นของเงินล่วงหน้าและเงินรายงวด ซึ่งผู้เช่าซื้อจะต้องชําระแก่ผู้ให้เช่าซื้อตามระยะเวลาและเงื่อนไขในสัญญาเช่าซื้อเพื่อจะให้อสังหาริมทรัพย์ที่เช่าซื้อตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าซื้อ
"เงินล่วงหน้า" หมายความว่า เงินที่ผู้เช่าซื้อชําระแก่ผู้ให้เช่าซื้อเมื่อทําสัญญาเช่าซื้อเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของราคาเงินสดต่างหากจากเงินรายงวด
"เงินรายงวด" หมายความว่า เงินที่ผู้เช่าซื้อจะต้องชําระแก่ผู้ให้เช่าซื้อในแต่ละงวด ซึ่งประกอบด้วยส่วนที่เป็นดอกผลเช่าซื้อและราคาเงินสดประจํางวด ตามเงื่อนไขในสัญญาเช่าซื้อ
"ราคาเงินสด" หมายความว่า ราคาที่จะพึงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กันได้ในท้องตลาดด้วยเงินสด ณ วันทําสัญญาเช่าซื้อ
"ราคาเงินสดประจํางวด" หมายความว่า ส่วนของราคาเงินสดที่ผู้เช่าซื้อชําระแก่ผู้ให้เช่าซื้อในแต่ละงวด
"ราคาเงินสดสุทธิ" หมายความว่า ยอดสุทธิ ณ ขณะใดขณะหนึ่งของราคาเงินสดหักด้วยเงินล่วงหน้าและราคาเงินสดประจํางวดที่ได้ชําระแล้ว
"ดอกผลเช่าซื้อ" หมายความว่า เงินที่ผู้ให้เช่าซื้อรับจากผู้เช่าซื้อ เป็นการตอบแทนการให้เช่าซื้อนอกจากราคาเงินสดประจํางวด หรือเงินล่วงหน้า โดยคํานวณจากราคาเงินสดสุทธิ ณ วันต้นงวดหรือเมื่อเริ่มช่วงระยะเวลาที่ใช้ในการคํานวณดอกผลเช่าซื้อนั้น
"อัตราดอกผลเช่าซื้อ" หมายความว่า อัตราร้อยละต่อปีที่ผู้ให้เช่าซื้อใช้ในการคํานวณดอกผลเช่าซื้อ
"ผู้ให้เช่าซื้อ" หมายความว่า บริษัทเงินทุนประเภทกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ที่ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
5.2 อนุญาตให้บริษัทเงินทุนประเภทกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
5.3 หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจ
5.3.1 ผู้ให้เช่าซื้อต้องทําสัญญาเช่าซื้อเป็นหนังสือมีข้อความตรงกันอย่างน้อย 2 ฉบับ และต้องมอบให้ผู้เช่าซื้อเก็บไว้เป็นหลักฐาน 1 ฉบับ
ในกรณีที่สัญญาเช่าซื้อชํารุดหรือสูญหายและผู้เช่าซื้อขอให้ผู้ให้เช่าซื้อถ่ายเอกสารหรือจัดทําสําเนาให้แก่ผู้เช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อต้องดําเนินการให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้เช่าซื้อ โดยอาจเรียกค่าใช้จ่ายเอาจากผู้เช่าซื้อเท่าที่จําเป็น
5.3.2 ในสัญญาเช่าซื้อ นอกจากข้อความที่เป็นสาระและเงื่อนไขแห่งสัญญาที่พึงระบุตามปกติแล้ว ให้ผู้ให้เช่าซื้อระบุข้อความต่อไปนี้ไว้ด้วย คือ
(1) ราคาเงินสด
(2) เงินล่วงหน้า
(3) อัตราดอกผลเช่าซื้อ และเงื่อนไขการสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง อัตราดังกล่าว (ถ้ามี)
(4) เงินรายงวด จํานวนงวด และวิธีการชําระเงิน
(5) ค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าซื้อต้องมีหน้าที่ต้องชําระ นอกจากเงินล่วงหน้าและเงินรายงวด อันได้แก่ เบี้ยประกันกรมธรรม์ประกันภัย ค่าภาษีโรงเรือนและภาษีบํารุงท้องที่ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์หรือค่าใช้จ่ายอื่นตามกฎหมายหรือตามสัญญา (ถ้ามี) ที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ตอบแทนจากการให้เช่าซื้อ
(6) เงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่เช่าซื้อให้แก่ผู้เช่าซื้อ
(7) ข้อความที่ให้ถือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ของบริษัทเงินทุนประเภทกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่าซื้อ
5.3.3 ผู้ให้เช่าซื้อจะคิดดอกผลเช่าซื้อในแต่ละงวดหรือสําหรับช่วงระยะเวลาเช่าซื้อใดเกินกว่าดอกผลเช่าซื้อที่พึงคํานวณได้ตามอัตราที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญาหรือจะเรียกค่าใช้จ่ายอื่นนอกจากข้อ 5.3.2 (5) ไม่ได้ เว้นแต่ค่าปรับเมื่อมีการผิดนัดไม่ชําระเงินรายงวดหรือค่าชดเชยเมื่อมีการขอชําระเงินรายงวดก่อนกําหนด ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่าที่ระบุให้เรียกได้ในข้อ 5.3.7 หรือข้อ 5.3.9 แล้วแต่กรณี
5.3.4 ในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกผลเช่าซื้อโดยถือเป็นเงื่อนไขของสัญญา ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบถ่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือนก่อนการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกผลเช่าซื้อ ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์และผู้เช่าซื้อได้ยินยอมแล้ว
5.3.5 ทุกครั้งที่ผู้ให้เช่าซื้อได้รับชําระเงินจากผู้เช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องออกหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้เช่าซื้อหรือผู้ได้รับมอบอํานาจให้แก่ผู้เช่าซื้อ และหลักฐานเป็นหนังสือดังกล่าวอย่างน้อยจะต้องระบุจํานวนเงินและประเภทของเงินที่ชําระ
5.3.6 ผู้ให้เช่าซื้อต้องมีบัญชีผู้เช่าซื้อเป็นรายบุคคล และต้องจัดให้มีการบันทึกบัญชีเพื่อแสดงรายการอย่างน้อยดังนี้
(1) ราคาเงินสด
(2) การชําระเงินล่วงหน้า
(3) การชําระดอกผลเช่าซื้อ ราคาเงินสดประจํางวด และเงินรายงวดในแต่ละงวด
(4) ราคาเงินสดสุทธิที่คงเหลือ
(5) การชําระค่าใช้จ่ายอื่นตามข้อ 5.3.2 (5) ค่าปรับตามข้อ 5.3.7 หรือค่าชดเชยตามข้อ 5.3.9 (ถ้ามี)
5.3.7 ในกรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชําระเงินรายงวดในงวดใดงวดหนึ่ง ผู้ให้เช่าซื้อจะเรียกค่าปรับจากผู้เช่าซื้อก็ได้โดยต้องระบุไว้ชัดแจ้งในสัญญา แต่ค่าปรับดังกล่าวเมื่อคิดเป็นอัตราส่วนกับยอดเงินและระยะเวลาที่ผิดนัดแล้ว ต้องไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมที่ผู้ให้เช่าซื้อพึงเรียกได้ตามกฎหมาย
5.3.8 เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชําระเงินรายงวดสองงวดติด ๆ กัน หรือเมื่อผู้เช่าซื้อผิดสัญญาในข้อที่เป็นสาระสําคัญ ผู้ให้เช่าซื้ออาจถือเป็นเหตุบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ โดยต้องแจ้งการบอกเลิกสัญญาพร้อมเหตุผลเป็นหนังสือให้ผู้เช่าซื้อทราบก่อน ไม่น้อยกว่า 30 วัน ในหนังสือบอกเลิกสัญญาดังกล่าวให้ระบุด้วยว่า หากผู้เช่าซื้อชําระเงินรายงวดที่ค้างชําระหรือแก้ไขการผิดสัญญาในข้อที่เป็นสาระสําคัญนั้นแล้วแต่กรณี ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา สัญญาเช่าซื้อไม่ระงับไป
ในกรณีผิดนัดไม่ชําระเงินรายงวดสองงวดติด ๆ กัน เมื่อผู้เช่าซื้อชําระเงินจํานวนดังกล่าวให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาของผู้ให้เช่าซื้อ ให้การบอกเลิกสัญญานั้นเป็นอันระงับไป
ในกรณีกระทําผิดสัญญาในข้อที่เป็นสาระสําคัญ หากผู้เช่าซื้อสามารถแก้ไขให้เป็นที่พอใจแก่ผู้ให้เช่าซื้อได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาของผู้ให้เช่าซื้อ ให้การบอกเลิกสัญญานั้นเป็นอันระงับไป
5.3.9 เมื่อผู้เช่าซื้อขอชําระราคาเงินสดประจํางวดก่อนกําหนด ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องไม่คิดดอกผลเช่าซื้อสําหรับส่วนของราคาเงินสดสุทธิที่ลดลงเนื่องจากการชําระราคาเงินสดประจํางวดดังกล่าวตามระยะเวลาที่ชําระก่อนกําหนดนั้น หากยังคงมีราคาเงินสดสุทธิเหลืออยู่ ผู้ให้เช่าซื้อจะปรับปรุงวิธีการชําระเงินในส่วนที่เหลือต่อไปได้เมื่อผู้เช่าซื้อยินยอม
วิธีการดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ผู้เช่าซื้อขอชําระส่วนของราคาเงินสดสุทธิคงเหลือด้วยโดยอนุโลม
ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อขอชําระเงินสดประจํางวดตามวรรคหนึ่ง หรือส่วนของราคาเงินสดสุทธิตามวรรคสอง ผู้ให้เช่าซื้ออาจเรียกค่าชดเชยจากผู้เช่าซื้อได้ ค่าชดเชยดังกล่าวให้คิดได้ไม่เกินอัตราร้อยละ 1 ของราคาเงินสดประจํางวดหรือส่วนของราคาเงินสดสุทธิที่ผู้เช่าซื้อชําระ
5.3.10 ผู้ให้เช่าซื้อต้องยอมให้ผู้เช่าซื้อโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้เช่าซื้อได้ตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ให้เช่าซื้อกําหนดในการประกอบกิจการให้เช่าซื้อตามปกติ
5.3.11 ในระหว่างอายุสัญญาเช่าซื้อ เมื่อผู้เช่าซื้อขอทราบเกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้
(1) ส่วนของราคาเช่าซื้อที่ได้ชําระแล้ว
(2) ส่วนของราคาเช่าซื้อที่ถึงกําหนดชําระแต่ยังมิได้ชําระ
(3) ส่วนของราคาเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกําหนดชําระ
(4) ราคาเงินสดสุทธิที่ยังคงเหลืออยู่
ผู้ให้เช่าซื้อต้องจัดทําหนังสือแสดงรายการดังกล่าวให้ผู้เช่าซื้อได้ทราบโดยไม่ชักช้า
5.3.12 เมื่อผู้เช่าซื้อได้ชําระราคาเช่าซื้อจนครบถ้วนตามสัญญา หรือได้ชําระราคาเงินสดสุทธิรวมทั้งดอกผลเช่าซื้อคงค้างหรือเงินค่าชดเชยตามข้อ 5.3.9 (ถ้ามี) ครบถ้วนแล้วผู้ให้เช่าซื้อต้องดําเนินการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นให้แก่ผู้เช่าซื้อตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาโดยพลัน
5.3.13 การกํากับดูแลที่จะต้องถือปฏิบัติ
(1) ที่ดินที่บริษัทเงินทุนมีไว้เพื่อประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะทุกแปลงรวมกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องมีมูลค่าตามบัญชีไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินกองทุนของบริษัทเงินทุนนั้น ทั้งนี้ ไม่รวมที่ดินส่วนที่ได้ทําสัญญาให้เช่าซื้อไปแล้ว
(2) อสังหาริมทรัพย์รวมถึงที่ดินตาม (1) ที่บริษัทเงินทุนมีไว้เพื่อประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะรวมทั้งสิ้นเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องมีมูลค่าตามบัญชีไม่เกิน 2 เท่าของเงินกองทุนของบริษัทเงินทุนนั้น ทั้งนี้ ไม่รวมอสังหาริมทรัพย์ส่วนที่ได้ทําสัญญาให้เช่าซื้อไปแล้ว
(3) ที่ดินที่บริษัทเงินทุนมีไว้เพื่อดําเนินการก่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัยไว้จําหน่ายหรือให้ประชาชนเช่าซื้อ แม้จะเป็นแปลงย่อยมีจํานวนต่ํากว่า 10 แปลงก็ต้องจัดให้มี
(3.1) ระบบและมาตรฐานของถนนประเภทต่าง ๆ ทางเดินและทางเท้าในที่ดินนั้นทั้งหมด รวมทั้งการต่อเชื่อมกับถนนหรือทางสายนอกของที่ดิน
(3.2) ระบบการระบายน้ํา
(3.3) ระบบและมาตรฐานของสิ่งอันเป็นสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะตามที่จําเป็น
ทั้งนี้ การดําเนินการตาม (3.1) (3.2) และ (3.3) ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินของคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินโดยอนุโลม
(4) เมื่อบริษัทเงินทุนได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิใด ๆในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาเพื่อประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะแล้ว ต้องปฏิบัติดังนี้
(4.1) แจ้งการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิใด ๆ ข้างต้น แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหนังสือภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้มา
(4.2) ยื่นเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับโครงการดําเนินงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายในสามเดือนนับแต่วันที่ได้มา โดยมีรายละเอียดดังนี้
(4.2.1) ชื่อของโครงการ
(4.2.2) ขนาดของโครงการ และทําเลที่ตั้ง
(4.2.3) นโยบายการดําเนินงาน และระยะเวลาของการดําเนินงาน
(4.2.4) รายละเอียดเกี่ยวกับระบบถนน ระบบการระบายน้ําระบบสาธารณูปโภค และระบบบริการสาธารณะที่จะจัดสรร
(4.2.5) ปริมาณของานที่ได้ดําเนินการไปแล้ว (ถ้ามี)
(4.2.6) รายจ่ายที่คาดว่าจะต้องใช้ในการพัฒนาที่ดินในโครงการ
(4.2.7) ราคาจําหน่ายที่ดินต่อตารางวา
(4.2.8) รายจ่ายที่คาดว่าจะต้องใช้ในการก่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัย
(4.2.9) แบบและจํานวนของอาคาร และราคาจําหน่ายต่อหน่วยของอาคารแต่ละแบบ
(4.2.10) ประมาณการรายรับ รายจ่าย ทั้งสิ้นของโครงการ ซึ่งแบ่งออกตามช่วงระยะเวลาของการดําเนินงาน
(4.2.11) รายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนที่จะใช้ในการดําเนินงานของโครงการ
(4.2.12) นโยบายในการหาลูกค้า
(4.2.13) วิธีการจําหน่าย
(4.3) ต้องเริ่มดําเนินการตามโครงการตามข้อ (4.2) ภายใน 9 เดือนนับแต่วันที่ได้มา เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย หากไม่สามารถดําเนินการได้ตามกําหนดเวลาต้องจําหน่ายขอสังหาริมทรัพย์นั้นไปภายใน 1 ปีนับแต่วันสิ้นสุดกําหนดเวลาดังกล่าวนั้น
(5) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาเพื่อประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะในกรณีที่ต้องทําการพัฒนาที่ดินและส่งปลูกสร้างต้องดําเนินการตามโครงการและจําหน่ายหรือให้เช่าซื้อให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ได้มา หรือภายใน 1 ปีในกรณีที่ไม่ต้องทําการพัฒนาเว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดเงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้
(6) ห้ามมิให้บริษัทเงินทุนนําอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้เพื่อประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะไปทํานิติกรรมกับบุคคลใดอันจะก่อให้เกิดภาระแก่อสังหาริมทรัพย์นั้น เว้นแต่ในกรณีจําเป็นโดยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้
(7) การนําที่ดินที่ได้มาตามมาตรา 80 (2) (ค) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาแบ่งแยกเป็นที่ดินแปลงบ่อยเพื่อจําหน่ายแก่ประชาชน รวมทั้งให้ประชาชนเช่าซื้อนั้น ถือว่าเป็นการค้าที่ดินและต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดินด้วย
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย