ข้อ 4 ให้ยกเลิกความใน (1) ของข้อ 17 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 4/2543 เรื่อง การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ ลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2543 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(1) ทรัพย์สินประเภทเงิน จํานวนเงินที่บริษัทหลักทรัพย์ต้องแยกไว้ในแต่ละวันต้องไม่น้อยกว่าผลรวมของยอดเงินคงเหลือสุทธิซึ่งคํานวณได้ ณ สิ้นวันทําการก่อนหรือ ณ สิ้นวันทําการปัจจุบัน จากบัญชีเงินสดและบัญชีมาร์จิ้นของลูกค้าทุกราย หลังจากหักเงินประกันการยืมหลักทรัพย์เพื่อขายชอร์ตของลูกค้าแต่ละรายนั้นในอัตราตามที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ตกลงกับลูกค้าซึ่งเป็นผู้ยืมหลักทรัพย์แล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์เลือกใช้ผลรวมของยอดเงินคงเหลือสุทธิ ณ สิ้นวันทําการปัจจุบันเป็นฐานในการคํานวณแล้ว บริษัทหลักทรัพย์จะต้องใช้ผลรวมของยอดเงินคงเหลือสุทธิ ณ สิ้นวันทําการปัจจุบันเป็นฐานในการคํานวณตลอดไป เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นทําให้บริษัทหลักทรัพย์ไม่สามารถใช้ผลรวมของยอดเงินคงเหลือสุทธิ ณ สิ้นวันทการปัจจุบันเป็นฐานในการคํานวณต่อไป ให้บริษัทหลักทรัพย์ใช้ผลรวมของยอดเงินคงเหลือสุทธิ ณ สิ้นวันทําการก่อนเป็นฐานในการคํานวณในระหว่างที่มีเหตุจําเป็นได้ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องแจ้งเหตุจําเป็นดังกล่าวให้สํานักงานทราบโดยทันที
บริษัทหลักทรัพย์อาจหักเงินดังต่อไปนี้ออกจากจํานวนทรัพย์สินที่ต้องแยกไว้เป็นทรัพย์สินของลูกค้าตามวรรคหนึ่งได้
(ก) เงินที่ลูกค้านํามาชําระหนี้ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ก่อนวันครบกําหนดชําระราคาตามธุรกรรมการซื้อหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นแล้ว
(ข) เงินที่ลูกค้านํามาชําระหนี้ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์เกินกว่าจํานวนที่ต้องชําระหนี้ตามธุรกรรมการซื้อหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นแล้ว และบริษัทหลักทรัพย์ได้ส่งเงินส่วนเกินดังกล่าวคืนให้แก่ลูกค้าภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่ได้รับเงินจํานวนนั้น
(ค) เงินที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับแทนลูกค้าหรือในนามของลูกค้าตามธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้น และบริษัทหลักทรัพย์ได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้แก่ลูกค้าหรือส่งมอบเงินให้แก่ลูกค้าภายในวันครบกําหนดชําระราคาแล้ว
(ง) เงินที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับแทนลูกค้าหรือในนามของลูกค้า เนื่องจากเป็นเงินปันผลหรือดอกเบี้ยของหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลูกค้าเป็นเจ้าของ และบริษัทหลักทรัพย์ได้ส่งเงินทั้งหมดนั้นให้แก่ลูกค้าภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับเงินนั้น
แต่ในกรณีที่ลูกค้าแจ้งความประสงค์ให้บริษัทหลักทรัพย์เก็บรักษาเงินตาม (ข)(ค) หรือ (ง) ไว้เพื่อประโยชน์ในการทําธุรกรรมของลูกค้าในอนาคต บริษัทหลักทรัพย์ต้องนําเงินจํานวนดังกล่าวมารวมในยอดเงินของวันทําการที่ได้รับทราบความประสงค์ของลูกค้า เพื่อการคํานวณจํานวนทรัพย์สินที่ต้องแยกไว้เป็นทรัพย์สินของลูกค้าตามวรรคหนึ่งต่อไป”