ข้อ ๓
ให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ดังนี้
ก. การตรวจสอบ
(๑) ผ้าไหม
(๑.๑)
ตรวจสอบผ้าไหมทุกผืนที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ตามรายการต่อไปนี้
(๑.๑.๑) ความกว้างและความยาวของผืนผ้าไหม
(๑.๑.๒) ความเรียบร้อย ไม่เปรอะเปื้อน
ไม่ชำรุด
ไม่เปื่อยหรือขาดง่ายและมีสีสม่ำเสมอตามสภาพหรือลักษณะของผ้าไหมตลอดทั้งผืน
(๑.๑.๓) ข้อความที่ประทับ
หรือป้ายหรือสลากที่ผืนผ้าไหมว่าถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง
(๑.๒) คัดแยกผ้าไหมที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้
แยกตามประเภทหรือชนิดและสีของผ้าไหมนั้น
สุ่มผ้าไหมแต่ละสีที่เป็นชนิดเดียวกันออกมาทั้งผืน จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕
ของจำนวนผืนผ้าไหมทั้งหมดที่เป็นประเภทหรือชนิดและสีเดียวกันที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้และตรวจสอบรายการต่าง
ๆ ตามวิธีการดังต่อไปนี้
(๑.๒.๑) จำนวนเส้นไหมยืนต่อระยะหนึ่งเซนติเมตร
ใช้แว่นขยายหรือกล้องจุลทรรศน์ส่องและตรวจนับจากจุดต่าง ๆ ตามแนวเฉลียงของผืนผ้า
ไม่น้อยกว่า ๑๐ จุด จุดแรกต้องห่างจากริมผ้าไม่น้อยกว่า ๔ เซนติเมตร
(๑.๒.๒) น้ำหนักต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตรของผ้าไหมไทย
นำตัวอย่างผ้าไหมไทยทั้งหมดที่ได้สุ่มไว้ ชั่งน้ำหนักแต่ละผืนทั้งผืน
แล้วคำนวณเฉลี่ยเป็นน้ำหนักต่อเนื้อที่หนึ่งตารางเมตรของผืนผ้านั้น ๆ
(๑.๒.๓) ปริมาณเป็นร้อยละโดยน้ำหนักของเส้นใยไหมแท้ที่ใช้ทอผ้าไหม
ตัดตัวอย่างผ้าไหม ขนาดไม่ต่ำกว่า ๑๕ ´
๑๕ เซนติเมตร ตามแนวขนานกับด้านยืนและด้านพุ่ง ห่างจากริมผ้าไม่น้อยกว่า ๔
เซนติเมตร จากผ้าไหมทุกผืนที่ได้สุ่มไว้ แบ่งตัวอย่างผ้าไหมแต่ละชิ้นออกเป็น ๓
ส่วน แต่ละส่วนมีขนาดไม่ต่ำกว่า ๕ ´
๑๕ เซนติเมตร เก็บตัวอย่างผ้าไหมนั้นไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ๒ ส่วน อีก ๑
ส่วนนำไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบ ตัดตัวอย่างผ้าไหมส่วนที่จะตรวจสอบให้ได้ขนาด ๕ ´ ๕ เซนติเมตร
นำตัวอย่างผ้าไหมส่วนที่จะตรวจสอบที่ได้ขนาดดังกล่าวทั้งหมดชั่งหาน้ำหนัก
เลาะเส้นยืนและเส้นพุ่งของผ้าไหมจากตัวอย่างออกทั้งหมด
คัดแยกเฉพาะเส้นใยไหมแท้ชั่งน้ำหนัก แล้วคำนวณปริมาณเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก
ในกรณีที่เป็นผ้าไหมสำเร็จรูป
และการตัดตัวอย่างจากผืนผ้าไหมนั้น จะทำความเสียหายให้แก่ผืนผ้าไหมนั้นมาก
การตัดตัวอย่างผ้าไหมตามที่ระบุในวรรคหนึ่งจะตัดจากตัวอย่างผ้าไหมที่ผู้จัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าได้ติดไว้ที่ผืนผ้าไหมตามที่ระบุไว้ในข้อ
๒ ข. ก็ได้ ทั้งนี้
ให้ตรวจสอบเปรียบเทียบจนแน่ใจว่าตัวอย่างผ้าไหมนั้นเป็นประเภท ชนิด สี
และลวดลายเดียวกับผ้าไหมสำเร็จรูปนั้น
(๒) ผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
(๒.๑)
ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ผ้าไหมทุกชิ้นที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ตามรายการต่อไปนี้
(๒.๑.๑) ความเรียบร้อย ไม่เปรอะเปื้อนหรือชำรุด
(๒.๑.๒) ข้อความที่ประทับ
หรือป้ายหรือสลากที่ชิ้นผลิตภัณฑ์ผ้าไหมว่าถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง
(๒.๒)
คัดแยกผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้
แยกตามประเภทหรือชนิดและสีของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมนั้น ตัดตัวอย่างผ้าไหมขนาดไม่ต่ำกว่า
๑๕ ´
๑๕ เซนติเมตร จากผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแยกตามชนิดและสีของผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
จำนวนชิ้นตัวอย่างต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕
ของจำนวนผลิตภัณฑ์ผ้าไหมทั้งหมดที่เป็นชนิดและสีเดียวกันที่จะพึงออกใบรับรองให้
แบ่งตัวอย่างผ้าไหมแต่ละชิ้นออกเป็น ๓ ส่วน แต่ละส่วนมีขนาดไม่ต่ำกว่า ๕ ´ ๑๕ เซนติเมตร
เก็บตัวอย่างแต่ละชิ้นไว้เป็นหลักฐาน ๒ ส่วน อีก ๑
ส่วนนำไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบ นำตัวอย่างผ้าไหมส่วนที่จะตรวจสอบทั้งหมด
ไปตรวจสอบหาปริมาณเป็นร้อยละโดยน้ำหนักของเส้นใยไหมแท้ที่ใช้ทอผ้าไหมที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหมชนิดและสีนั้น
โดยวิธีการตามที่ระบุใน (๑.๒.๓) วรรคหนึ่ง ของ (๑) (๑.๒)
ในกรณีที่การตัดตัวอย่างจากผลิตภัณฑ์ผ้าไหม
จะทำความเสียหายให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมนั้น ให้นำความใน (๑.๒.๓) วรรคสองของ (๑)
(๑.๒) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข. เกณฑ์การตัดสิน
(๑) การตรวจสอบผ้าไหมตาม (๑.๒) ของ ก. (๑)
หรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมตาม (๒.๒) ของ ก. (๒)
ถ้าปรากฏว่าผ้าไหมหรือตัวอย่างผ้าไหมประเภทหรือชนิดและสีที่สุ่มตรวจสอบนั้น
(๑.๑)
ถูกต้องตามมาตรฐานทุกตัวอย่างที่ตรวจสอบให้ถือว่าผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้เฉพาะประเภทหรือชนิดและสีนั้นทั้งหมดถูกต้องตามมาตรฐาน
(๑.๒)
ผิดมาตรฐานเพียงตัวอย่างใดตัวอย่างหนึ่งของตัวอย่างที่ตรวจสอบ
ให้ถือว่าผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้เฉพาะประเภทหรือชนิดและสีนั้นทั้งหมดผิดมาตรฐาน
(๒) การตรวจสอบผ้าไหมตาม (๑.๑) ของ ก. (๑)
หรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมตาม (๒.๑) ของ ก. (๒)
ถ้าปรากฏว่าผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมผืนใดหรือชิ้นใดผิดมาตรฐานให้ถือว่าผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเฉพาะผืนหรือชิ้นนั้นเท่านั้นที่ผิดมาตรฐาน
ค.
ให้บรรจุตัวอย่างผ้าไหมที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐานตามที่ระบุใน (๑.๒) (๑.๒.๓) ของ ก.
(๑) หรือ (๒.๒) ของ ก. (๒)
แต่ละส่วนในถุงหรือภาชนะที่ป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพของตัวอย่างได้
ผนึกสลากแสดงประเภท ชนิดของผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์ผ้าไหมนั้น
ชื่อผู้จัดให้มีการตรวจสอบเลขที่คำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า วันเดือนปีที่ตรวจสอบ
และให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบ
ผู้จัดให้มีการตรวจสอบหรือผู้แทนที่อยู่ในขณะตรวจสอบลงลายมือชื่อกำกับไว้ที่สลาก
ตราประทับปากถุงหรือภาชนะนั้น
แล้วให้ผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้นลงลายมือชื่อกำกับไว้ที่ปากถุงหรือภาชนะอีกครั้งหนึ่ง
มอบตัวอย่างดังกล่าวให้ผู้มีหน้าที่รับมอบตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้ากำหนด
ง.
ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแล้ว
เมื่อผู้จัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าจะนำบรรจุหีบห่อ
ให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตรวจสอบหีบห่อนั้น
และควบคุมการบรรจุหีบห่อโดยใกล้ชิด แล้วตราประทับที่หีบห่อนั้นด้วย
ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๑๕
วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๒๓
ตามใจ ขำภโต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
อุษมล/ผู้จัดทำ
๖
กันยายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๙๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๑/๑๙ มิถุนายน ๒๕๒๓