法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยการประนอมข้อพิพาทประกันภัยในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริม

การประกอบธุรกิจประกันภัย

ว่าด้วยการประนอมข้อพิพาทประกันภัยในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ

พ.ศ. 2553

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 32 (2) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. 2550 ประกอบกับข้อ 26 แห่งระเบียบสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในระเบียบนี้

“สํานักงาน คปภ.” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ ตามระเบียบสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมาย

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิตหรือกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย ที่เลขาธิการมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้

“ข้อพิพาท” หมายความว่า ข้อพิพาทอันเกี่ยวเนื่องกับสัญญาประกันภัย ภายใต้การดําเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน คปภ. ที่อาจระงับข้อพิพาทได้ด้วยการตกลงหรือประนอมยอมความของคู่พิพาท

“ผู้ประนอมข้อพิพาท” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคล ซึ่งสํานักงาน คปภ. ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประนอมข้อพิพาทประกันภัยไว้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

“คู่พิพาท” หมายความว่า ผู้เสนอข้อพิพาทและผู้คัดค้านในกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน คปภ.

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับระเบียบนี้ และกําหนด ข้อบังคับ จริยธรรม หรือหลักเกณฑ์อื่นใดเพื่อให้การประนอมข้อพิพาทเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยคํานึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของคู่พิพาท

ส่วน ๑ การแต่งตั้งและการพ้นจากหน้าที่ของผู้ประนอมข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อมีการยื่นคําเสนอข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการแล้ว ก่อนคู่พิพาทตกลงตั้งอนุญาโตตุลาการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทหากเลขาธิการเห็นสมควรหรือคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายประสงค์จะให้สํานักงาน คปภ. จัดให้มีการตกลงหรือประนอมข้อพิพาทก่อนการตั้งอนุญาโตตุลาการ ในกรณีเช่นว่านี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นัดพร้อมเพื่อประนอมข้อพิพาทในเบื้องต้นก่อน หากคู่พิพาทไม่อาจตกลงกันได้ในชั้นพนักงานเจ้าหน้าที่และคู่พิพาทประสงค์จะให้มีการตั้งผู้ประนอมข้อพิพาท ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตั้งผู้ประนอมข้อพิพาทที่ได้รับการขึ้นทะเบียนของสํานักงาน คปภ. เพื่อดําเนินการประนอมข้อพิพาทไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ประนอมข้อพิพาทแล้ว ผู้ประนอมข้อพิพาทจะต้องเปิดเผยข้อมูลอันเกี่ยวกับส่วนได้เสียหรือความเกี่ยวข้องเป็นส่วนตัวกับคู่พิพาททุกฝ่ายให้ทราบโดยทันที

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้ประนอมข้อพิพาทพ้นจากหน้าที่

(1) เมื่อผู้ประนอมข้อพิพาทถูกจําหน่ายชื่อจากทะเบียนรายชื่อผู้ประนอมข้อพิพาทของสํานักงาน คปภ. ตามข้อ 22

(2) เลขาธิการมีคําสั่งถอดถอนผู้ประนอมข้อพิพาท เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ประนอมข้อพิพาทนั้น

(ก) กระทําการใด ๆ ในฐานะเป็นผู้แทนหรือกระทําการใดแทนคู่พิพาท

(ข) มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องกับคู่พิพาทฝ่ายใดอันอาจกระทบกับความเป็นกลางในการประนอมข้อพิพาท

(ค) ข่มขู่ บังคับ หรือใช้อิทธิพลในทางใด ๆ อันอาจกระทบกระเทือนต่อความสมัครใจในการระงับข้อพิพาทของคู่พิพาท

(ง) ใช้อํานาจใด ๆ ที่มีหรืออาจจะมีไม่ว่าด้วยประการใด อันจะมีผลกระทบต่อการตกลงของคู่พิพาท

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อผู้ประนอมข้อพิพาทพ้นจากหน้าที่ตามข้อ 5 แล้ว ถ้าคู่พิพาทประสงค์จะให้มีการประนอมข้อพิพาทต่อไปโดยผู้ประนอมข้อพิพาทที่ขึ้นทะเบียน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แต่งตั้งผู้ประนอมข้อพิพาทตามทะเบียนผู้ประนอมข้อพิพาทของสํานักงาน คปภ. คนใหม่ เพื่อดําเนินการประนอมข้อพิพาทต่อไป

ส่วน ๒ กระบวนการประนอมข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่งตั้งผู้ประนอมข้อพิพาทแล้ว การรับส่งเอกสารสํานวนหรือหลักฐานใด ๆ เกี่ยวกับสํานวนข้อพิพาทหรือการติดต่อใด ๆ ระหว่างผู้ประนอมข้อพิพาทกับคู่พิพาททั้งสองฝ่าย ให้เป็นไปตามที่ผู้ประนอมข้อพิพาทและคู่พิพาทตกลงกัน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ก่อนเริ่มกระบวนการประนอมข้อพิพาท ให้ผู้ประนอมข้อพิพาทจัดให้คู่พิพาทลงลายมือชื่อตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมข้อพิพาท และยอมรับที่จะปฏิบัติตามระเบียบนี้เป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบที่สํานักงาน คปภ. กําหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ประนอมข้อพิพาทอาจหารือกับคู่พิพาทเพื่อพิจารณากําหนดขั้นตอนหรือแนวทางในการดําเนินการประนอมข้อพิพาทก่อนเริ่มต้นกระบวนการประนอมข้อพิพาทก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เพื่อประโยชน์ในการประนอมข้อพิพาท ผู้ประนอมข้อพิพาทอาจให้คู่พิพาทเสนอข้อเท็จจริงหรือข้อมูลเบื้องต้นแห่งข้อพิพาท ตลอดจนข้อเสนอในการระงับข้อพิพาทต่อผู้ประนอมข้อพิพาทหรืออาจเสนอให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวระหว่างคู่พิพาทก็ได้

คู่พิพาทอาจขอให้ผู้ประนอมข้อพิพาทดําเนินการตามความในวรรคหนึ่งก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ผู้ประนอมข้อพิพาทจะจัดให้มีการดําเนินการตามที่คู่พิพาทขอหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การประนอมข้อพิพาทจะกระทําได้ด้วยวิธีใด ณ วันเวลาและสถานที่ใดให้เป็นไปตามที่สํานักงาน คปภ. กําหนดและผู้ประนอมข้อพิพาทจะต้องแจ้งให้คู่พิพาททั้งสองฝ่ายทราบถึงการดําเนินการประนอมข้อพิพาทที่คู่พิพาทฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมิได้เข้าร่วมให้คู่พิพาทฝ่ายนั้นทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการประนอมข้อพิพาทต่อหน้าคู่พิพาท หากผู้ประนอมข้อพิพาทเห็นเป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการประนอมข้อพิพาท ผู้ประนอมข้อพิพาทอาจอนุญาตให้เฉพาะแต่ตัวคู่พิพาททั้งสองฝ่ายหรือเพียงแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่ในการประชุมการประนอมข้อพิพาทก็ได้

ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่ผู้แทน ผู้รับมอบอํานาจ ที่ปรึกษาของคู่พิพาทหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ผู้ประนอมข้อพิพาทอนุญาตให้เข้าสู่กระบวนการประนอมข้อพิพาทด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ภายใต้บังคับข้อ 14 และข้อ 17 วรรคสาม กระบวนการประนอมข้อพิพาทให้ดําเนินการเป็นการลับ โดยไม่มีการบันทึกรายละเอียดของการประนอมข้อพิพาทไว้ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรหรือบันทึกในรูปแบบของการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อข้อพิพาทมีการประนอมกันได้ ผู้ประนอมข้อพิพาทอาจจัดให้มีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความให้แก่คู่พิพาทก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ประนอมข้อพิพาทจะต้องดําเนินการประนอมข้อพิพาทให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันตั้งผู้ประนอมข้อพิพาท โดยคู่พิพาทอาจร้องขอขยายระยะเวลาในการดําเนินการประนอมข้อพิพาทออกไปอีกก็ได้ แต่ทั้งนี้ไม่เกินสองครั้ง ๆ ละไม่เกินเจ็ดวัน แต่ถ้าผู้ประนอมข้อพิพาทเห็นว่า ข้อพิพาทใกล้จะบรรลุความตกลงในการระงับข้อพิพาทและมีเหตุอันสมควรให้เป็นดุลพินิจของผู้ประนอมข้อพิพาทในการขยายเวลาให้เกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวได้อีกตามที่เห็นสมควร

ในกรณีที่ผู้ประนอมข้อพิพาทเห็นว่า คู่พิพาทฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดดําเนินกระบวนการประนอมข้อพิพาทโดยมีลักษณะประวิงข้อพิพาทให้ชักช้าหรือไม่สุจริต ให้ผู้ประนอมข้อพิพาทแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็วเพื่อดําเนินการต่อไป

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเหตุตามวรรคสองแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่อาจมีคําสั่งให้กระบวนการประนอมข้อพิพาทสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ให้คํานึงถึงประโยชน์ของคู่พิพาททั้งสองฝ่ายเป็นสําคัญ

ส่วน ๓ การสิ้นสุดแห่งกระบวนการประนอมข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีดังต่อไปนี้ให้ถือว่ากระบวนการประนอมข้อพิพาทสิ้นสุดลง

(1) คู่พิพาทสามารถระงับข้อพิพาทได้ด้วยการถอนคําเสนอข้อพิพาท หรือทําสัญญาประนีประนอมยอมความ

(2) ผู้ประนอมข้อพิพาทไม่อาจดําเนินการประนอมข้อพิพาทให้เป็นผลสําเร็จได้ภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ตามข้อ 15 วรรคหนึ่ง

(3) ผู้ประนอมข้อพิพาทเห็นว่าข้อพิพาทดังกล่าวไม่อาจยุติลงได้ด้วยวิธีประนอมข้อพิพาทหรือการประนอมข้อพิพาทไม่เป็นประโยชน์แก่คู่พิพาทอีกต่อไป

(4) พนักงานเจ้าหน้าที่มีคําสั่งให้กระบวนการประนอมข้อพิพาทสิ้นสุดลงตามข้อ 15 วรรคสาม

กรณีกระบวนการประนอมข้อพิพาทสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง และคู่พิพาทประสงค์จะดําเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทต่อไป ให้คู่พิพาทร่วมกันตั้งอนุญาโตตุลาการตามระเบียบสํานักงาน คปภ. ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยผู้ประนอมข้อพิพาทที่ทําการประนอมข้อพิพาทนั้น ไม่อาจรับการแต่งตั้งเป็นอนุญาโตตุลาการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทเรื่องนั้นได้อีก

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เว้นแต่คู่พิพาทจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น คู่พิพาทและบุคคลที่เกี่ยวข้องตกลงที่จะเก็บรักษาความลับของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในกระบวนการประนอมข้อพิพาท และตกลงที่จะไม่นําข้อเท็จจริงและการดําเนินการในกระบวนการประนอมข้อพิพาทไปใช้เป็นหลักฐานในกระบวนพิจารณาใด ๆ ในชั้นอนุญาโตตุลาการ หรือศาล

ข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึง การติดต่อระหว่างคู่พิพาท หรือข้อเท็จจริงใด ๆ เกี่ยวกับการดําเนินการประนอมข้อพิพาท ข้อเท็จจริงที่เป็นเนื้อหาหรือรายละเอียดแห่งการเจรจาตกลงในกระบวนการประนอมข้อพิพาท ข้อเท็จจริงที่คู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งได้ยอมรับหรือปฏิเสธในกระบวนการประนอมข้อพิพาท ความเห็นหรือข้อเสนอใด ๆ ซึ่งได้เสนอโดยคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งในกระบวนการประนอมข้อพิพาท ความเห็นหรือข้อเสนอใด ๆ ซึ่งได้เสนอโดยผู้ประนอมข้อพิพาท

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีการทําสัญญาระหว่างคู่พิพาทโดยมีข้อตกลงที่จะเก็บรักษาความลับของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในกระบวนการประนอมข้อพิพาท และตกลงที่จะไม่นําข้อเท็จจริงและการดําเนินการในกระบวนการประนอมข้อพิพาทไปใช้เป็นหลักฐานในกระบวนพิจารณาใด ๆ ในชั้นอนุญาโตตุลาการ หรือศาล เว้นแต่คู่พิพาทจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้สํานักงาน คปภ. จัดให้มีทะเบียนผู้ประนอมข้อพิพาทประกันภัยขึ้น โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ให้คํานึงถึงความจําเป็นและความต้องการของสํานักงาน คปภ.

การขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประนอมข้อพิพาท ให้สํานักงาน คปภ. จัดให้มีการขึ้นทะเบียนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในส่วนกลางให้ยื่นคําขอที่สํานักงาน คปภ. ส่วนกลาง และในส่วนภูมิภาคให้ยื่นคําขอที่สํานักงาน คปภ. ภาค แห่งใดแห่งหนึ่งเพียงแห่งเดียว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สํานักงาน คปภ. ประกาศกําหนด

ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประนอมข้อพิพาทจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นผู้สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี และมีประสบการณ์ในการทํางานสาขาประกันภัยหรือสาขาอื่นอันจะเป็นประโยชน์แก่การประนอมข้อพิพาทไม่น้อยกว่าห้าปี

(2) เป็นผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรเทคนิคหรือวิธีการประนอมข้อพิพาททางประกันภัยที่สํานักงาน คปภ. จัด หรือหลักสูตรในลักษณะเดียวกันที่สํานักงาน คปภ. ให้การรับรองหรือเป็นผู้ที่สํานักงาน คปภ. เห็นว่าเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการระงับข้อพิพาทเป็นอย่างดีแล้วโดยไม่จําต้องผ่านการอบรมดังกล่าว

(3) มีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์

(4) ไม่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต และกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย

(5) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายไม่ถึงห้าปี

(6) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(7) ไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกไม่ว่าจะได้รับโทษจําคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ผู้ที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประนอมข้อพิพาทของสํานักงาน คปภ. ยื่นคําขอตามแบบที่กําหนดพร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(1) สําเนาทะเบียนบ้าน

(2) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน สําเนาบัตรข้าราชการ หรือสําเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ

(3) สําเนาแสดงคุณวุฒิ

(4) สําเนาหลักฐานรับรองผ่านการอบรมหรือประสบการณ์การปฏิบัติงานตามข้อ 18 (2)

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ผู้อํานวยการฝ่ายระงับข้อพิพาทและอนุญาโตตุลาการหรือผู้อํานวยการสํานักงาน คปภ. ภาค แล้วแต่กรณี เป็นผู้ดําเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและเสนอรายชื่อผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประนอมข้อพิพาทต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ทะเบียนผู้ประนอมข้อพิพาทสิ้นผลทุกสี่ปี นับแต่วันจัดทําทะเบียน ครั้งแรกโดยไม่คํานึงว่าผู้มีชื่อในทะเบียนได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ ณ เวลาใด

ในการจัดทําทะเบียนครั้งแรก ถ้าวันสิ้นผลตามวรรคหนึ่งไม่ตรงกับวันสิ้นปี ให้ถือเอาวันสิ้นปีปฏิทินนั้นเป็นวันสิ้นผล

การสิ้นผลของทะเบียนรายชื่อ ไม่กระทบถึงการแต่งตั้งผู้ประนอมข้อพิพาทที่ได้ดําเนินการไปก่อนแล้ว โดยให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และให้มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายตามที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้

เมื่อทะเบียนผู้ประนอมข้อพิพาทสิ้นผลลง ให้สํานักงาน คปภ. จัดทําทะเบียนใหม่ภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการจัดทําทะเบียนขึ้นใหม่ให้ใช้ทะเบียนผู้ประนอมข้อพิพาทเดิมไปพลางก่อนจนกว่าสํานักงาน คปภ. จัดทําทะเบียนผู้ประนอมข้อพิพาทแล้วเสร็จและให้นําความในวรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้สํานักงานจําหน่ายชื่อผู้ประนอมข้อพิพาทออกจากทะเบียนเมื่อปรากฏข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3) ขาดคุณสมบัติ ตามข้อ 18

(4) ผู้ประนอมข้อพิพาทประพฤติตนไม่เหมาะสมในการกระทําหรือละเว้นกระทําการตามหน้าที่ของผู้ประนอมข้อพิพาทโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้คู่พิพาทได้รับความเสียหาย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ถ้าปรากฏภายหลังว่าผู้ประนอมข้อพิพาทขาดคุณสมบัติหรือการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพ้นจากการเป็นผู้ประนอมข้อพิพาท การพ้นจากการเป็นผู้ประนอมข้อพิพาทเช่นว่านี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอํานาจหน้าที่

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ประนอมข้อพิพาทจะต้อง

(1) เตรียมการประนอมข้อพิพาท

(2) ช่วยเหลือสนับสนุนการเจรจาระหว่างคู่พิพาท แนะนําแนวทางแก้ปัญหาเพื่อยุติข้อพิพาท

(3) ไม่ออกความเห็นในลักษณะใด ๆ ที่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท เว้นแต่คู่พิพาทจะได้ตกลงกันให้ผู้ประนอมข้อพิพาทออกความเห็นเช่นว่านั้นได้

(4) ไม่ข่มขู่ บังคับ หรือใช้อิทธิพลในทางใด ๆ อันอาจกระทบกระเทือนต่อความสมัครใจในการระงับข้อพิพาทของคู่พิพาท

(5) ไม่ใช้อํานาจใด ๆ ที่มีหรืออาจจะมี ไม่ว่าด้วยประการใด อันจะมีผลกระทบต่อการตกลงของคู่พิพาท

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ประนอมข้อพิพาทจะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบนี้ รวมทั้ง ประกาศ ข้อบังคับ จริยธรรม หรือหลักเกณฑ์อย่างใดที่ออกตามระเบียบนี้ เพื่อให้การประนอมข้อพิพาทเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยคํานึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของคู่พิพาท

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้ประนอมข้อพิพาทไม่ต้องรับผิดต่อคู่พิพาทในการกระทําใด ๆ ที่ได้ดําเนินการไปเพื่อประนอมข้อพิพาทและระงับข้อพิพาท เว้นแต่การกระทําหรือละเว้นการกระทําเป็นไปโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเป็นเหตุให้คู่พิพาทเสียหาย

คู่พิพาทจะไม่อ้างผู้ประนอมข้อพิพาทเป็นพยานในกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการหรือศาลเกี่ยวกับข้อพิพาทนั้น ซึ่งเป็นมูลแห่งกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการหรือศาล

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้ประนอมข้อพิพาทมีสิทธิได้รับค่าป่วยการตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกําหนดโดยอาศัยอํานาจตามข้อ 40 แห่งระเบียบสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่ผู้ประนอมข้อพิพาทเห็นว่าจะต้องว่าจ้างบุคคลภายนอกให้ดําเนินการอย่างใดหรือจะต้องมีค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากที่กําหนดเพื่อความจําเป็นเกี่ยวกับกระบวนการประนอมข้อพิพาท อันจะเป็นประโยชน์แก่การประนอมข้อพิพาทและคู่พิพาท ให้ผู้ประนอมข้อพิพาทดําเนินการเช่นว่านั้นได้ต่อเมื่อคู่พิพาทตกลงที่จะรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

จันทรา บูรณฤกษ์

เลขาธิการ

คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยการประนอมข้อพิพาทประกันภัยในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b82145aa844af7f8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com