กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่
๓๓ (พ.ศ. ๒๕๒๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่
พ.ศ.
๒๕๐๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๕ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติพิกัด
อัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความในข้อ
๓ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตาม
ความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ
๓
ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ตามราคาที่อธิบดีประกาศ
ในอัตราดังต่อไปนี้
(๑)
ร้อยละศูนย์จุดหนึ่งของราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งหาบหลวง
สำหรับราคาที่ไม่เกินสามพันบาท
(๒)
ร้อยละห้าของราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งหาบหลวง สำหรับ
ราคาส่วนที่เกินสามพันบาท แต่ไม่เกินสี่พันบาท
(๓)
ร้อยละสิบของราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งหาบหลวง สำหรับ
ราคาส่วนที่เกินสี่พันบาท แต่ไม่เกินห้าพันบาท
(๔)
ร้อยละสิบห้าของราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งหาบหลวง สำหรับ
ราคาส่วนที่เกินห้าพันบาท แต่ไม่เกินหกพันบาท
(๕)
ร้อยละยี่สิบของราคาแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ต่อหนึ่งหาบหลวง สำหรับ
ราคาส่วนที่เกินหกพันบาทขึ้นไป"
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หมายเหตุ:-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราการเรียกเก็บ
ค่าภาคหลวงแร่ที่มีทังสติกออกไซด์ที่ใช้บังคับอยู่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
ในปัจจุบัน
เพราะไม่สามารถจะปรับอัตราตามราคาแร่ที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาได้
สมควรปรับปรุงอัตราการเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ใหม่ให้เหมาะสม
ยิ่งขึ้น
โดยแก้ไขอัตราการเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์จาก
"อัตราคงที่"
เป็น "อัตราก้าวหน้า"
เพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตามราคาแร่ จึงจำเป็นต้องออก
กฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๒๙/๑๒๘/๑พ./๒๕ กรกฎาคม ๒๕๒๙]