法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
31

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงการคลัง

ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ

พ.ศ.

๒๕๔๗

โดยที่เป็นการสมควรรวบรวม

และปรับปรุง

แก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุเสียใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๒๖, ๒๗ และข้อ ๓๐ แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา

ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕

กระทรวงการคลังจึงกำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๒๗

(๒)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.

๒๕๓๐

(๓)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.

๒๕๓๑

(๔)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๓๒

(๕)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.

๒๕๓๔

(๖)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ (ฉบับที่๖) พ.ศ. ๒๕๔๖

(๗)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการพัฒนาที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๔

(๘)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยวิธีประมูลจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘

บรรดาระเบียบ

ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ระเบียบนี้

ไม่ใช้บังคับกับการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมตามข้อ

๒๓ วรรคท้ายแห่งกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ สัญญาเช่าและเงื่อนไขในสัญญาเช่า

ให้เป็นไปตามแบบสัญญาแนบท้ายระเบียบนี้

หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนด

ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง

ค่าเสื่อมอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าชดเชย เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง

ค่าทดแทน ค่าปรับและค่าเสียหาย ให้เป็นไปตามคำสั่งกรมธนารักษ์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

กรณีที่มีปัญหาอันเนื่องมาจากไม่อาจปฏิบัติตามระเบียบนี้

หรือไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

ให้รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านทรัพย์สิน

วินิจฉัยชี้ขาดหรือพิจารณาสั่งการ ในกรณีที่เป็นการกำหนดเงื่อนไขและค่าตอบแทนในการจัดให้บริษัทที่แปรรูปจากรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยทุนรัฐวิสาหกิจใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุหรือกรณีคู่สัญญาหรือผู้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุเป็นรัฐวิสาหกิจหรือองค์กรอื่นของรัฐ

(๒)

นอกเหนือจากกรณีตาม (๑) ให้อธิบดีกรมธนารักษ์วินิจฉัยชี้ขาด หรือพิจารณาสั่งการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้อธิบดีกรมธนารักษ์รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในระเบียบนี้

(๑) “รัฐมนตรี”

หมายถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

และให้รวมถึงบุคคลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายด้วย

(๒) “อธิบดี”

หมายถึง อธิบดีกรมธนารักษ์ และให้รวมถึงบุคคลที่อธิบดีกรมธนารักษ์มอบหมายด้วย

(๓) “ผู้ว่าราชการจังหวัด”

หมายถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่

และให้รวมถึงบุคคลที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายด้วย

(๔) “กฎกระทรวง”

หมายถึง กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแลบำรุงรักษา ใช้

และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕

(๕) “ส่วนราชการ”

หมายความถึง ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม

(๖) “หน่วยงานของรัฐ”

หมายความถึง

หน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและอยู่ในกำกับของราชการฝ่ายบริหาร

(๗) “องค์กรอื่นของรัฐ”

หมายความถึง

องค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนหรือกฎหมายที่จัดตั้งเฉพาะ

(๘) “การจัดให้เช่า”

หมายถึง การจัดให้เช่าที่ราชพัสดุตามกฎกระทรวง

(๙) “ผู้มีอำนาจจัดให้เช่า”

หมายถึง อธิบดี หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี

(๑๐) “การจัดทำสัญญาต่างตอบแทนอื่น”

หมายถึง การจัดหาประโยชน์โดยวิธีอื่นนอกเหนือจากการจัดให้เช่าตามกฎกระทรวง

(๑๑) “การเกษตร”

หมายถึง การทำไร่ ทำนา ปลูกพืชสวน พืชผัก เลี้ยงสัตว์ และการเกษตรอื่น

ความหมายของการทำไร่

ทำนา ปลูกพืชสวน พืชผัก เลี้ยงสัตว์

และการเกษตรอื่นรวมทั้งกำหนดเวลาให้ผลผลิตของพืชสวน

ให้เป็นไปตามคำสั่งของกรมธนารักษ์

(๑๒) “ตึกแถว”

หมายถึง

อาคารที่ปลูกสร้างด้วยวัสดุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่และติดต่อกันเป็นแถวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป

(๑๓) “ห้องแถว”

หมายถึง อาคารที่ปลูกสร้างด้วยไม้หรือวัสดุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่และติดต่อกันเป็นแถวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป

(๑๔) “อาคารพาณิชย์”

หมายถึง อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการพาณิชยกรรมและบริการธุรกิจ

(๑๕) “อาคารที่พักอาศัย”

หมายถึง อาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ

(๑๖) “อาคารแถวอยู่อาศัย”

หมายถึง อาคารที่พักอาศัยโดยเฉพาะซึ่งปลูกสร้างด้วยวัสดุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่

และติดต่อกันเป็นแถว

(๑๗) “โรงงานอุตสาหกรรม”

หมายถึง อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ผลิตสิ่งของเพื่อให้เป็นสินค้า

โดยใช้เครื่องจักรเป็นปัจจัยหรือไม่ก็ตาม

และรวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานด้วย

(๑๘) “อาคารสูง”

หมายถึง อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้โดยมีความสูงของอาคารตั้งแต่ ๒๓

เมตรขึ้นไป

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า

สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นที่ดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๑๙) “อาคารขนาดใหญ่”

หมายถึง อาคารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันเกิน

๒,๐๐๐ ตารางเมตร หรืออาคารที่มีความสูงตั้งแต่ ๑๕ เมตรขึ้นไป

และมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันเกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร

(๒๐) “อาคารขนาดใหญ่พิเศษ”

หมายถึง

อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท

โดยมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐

ตารางเมตร ขึ้นไป

(๒๑) “อาคารที่พักแรม”

หมายถึง อาคารที่ปลูกสร้างด้วยไม้หรือวัสดุอื่นลักษณะถาวรทนไฟ

และใช้เพื่อประกอบธุรกิจในการให้บริการที่พักแรมแก่บุคคลทั่วไป

(๒๒) “คลังสินค้า”

หมายถึง

อาคารที่ปลูกสร้างด้วยวัสดุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บวัสดุ

สินค้า หรือพืชผลทางการเกษตร

(๒๓) “เนื้อที่ใช้สอยภายในอาคาร”

หมายถึง

พื้นที่ของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่บุคคลเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยประโยชน์ได้ภายในขอบเขตของศูนย์กลางโครงสร้างหรือผนังอาคาร

ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับนำไปคำนวณอัตราค่าเช่าและค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามระเบียบนี้

(๒๔) “เนื้อที่ใช้สอยภายนอกอาคาร”

หมายถึง พื้นที่ภายใต้ชายคา กันสาด ระเบียง หรือพื้นที่อื่นๆ

ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับนำไปคำนวณอัตราค่าเช่าและค่าธรรมเนียมต่างๆ

ตามระเบียบนี้ยกเว้นพื้นที่ว่างที่ต้องเว้นไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

พื้นที่ดาดฟ้าที่ไม่มีบันไดขึ้น – ลง และบันไดหนีไฟนอกตัวอาคาร

(๒๕) “เนื้อที่ปลูกสร้าง”

หมายถึง

ที่ดินเฉพาะส่วนที่ใช้ปลูกสร้างอาคารซึ่งรวมถึงพื้นที่อาคารส่วนที่คลุมที่ดินใต้ชายคา

ระเบียง กันสาด และส่วนยื่นทางสถาปัตยกรรม

แต่ทั้งนี้ไม่รวมที่ดินซึ่งต้องเว้นไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือเพื่อใช้ประโยชน์ในขณะก่อสร้าง

(๒๖) “ชั้นลอย”

หมายถึง

พื้นระหว่างชั้นของห้องในอาคารซึ่งระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงพื้นอีกชั้นหนึ่งตั้งแต่

๕.๐๐ เมตรขึ้นไป โดยพื้นชั้นลอยต้องมีเนื้อที่ไม่เกินร้อยละสี่สิบของเนื้อที่ห้อง

ระยะดิ่งระหว่างพื้นของชั้นลอยถึงพื้นอีกชั้นหนึ่งต้องไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ เมตร

และระยะดิ่งระหว่างพื้นห้องถึงพื้นชั้นลอยต้องไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ เมตร ด้วย

(๒๗) “ราคาที่ดิน”

หมายถึง

ราคาที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

ในกรณีที่ดินราชพัสดุแปลงใดที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ตามวรรคแรกให้เทียบเคียงกับราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินแปลงบริเวณใกล้เคียง

ที่มีทำเลที่ตั้งคล้ายกันเป็นราคาที่ดิน

(๒๘) “มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง”

หมายถึง มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ

(๒๙) “ค่าชดเชย”

หมายถึง ค่าจัดซื้อที่ดิน ค่าก่อสร้างอาคาร

หรือสิ่งปลูกสร้างให้แก่ทางราชการรวมทั้งค่ารื้อถอนขนย้าย ทรัพย์สิน

และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ

(๓๐) “เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง”

หมายถึง เงินค่าก่อสร้างตามบัญชีราคาค่าก่อสร้าง

ค่าสาธารณูปโภคที่กำหนดขึ้นเพื่อประเมินให้ผู้เช่าเดิมหรือผู้ได้รับสิทธิการเช่าอาคารต้องจ่ายให้แก่ผู้ลงทุนปลูกสร้างอาคาร

โดยคำนึงถึงต้นทุนการก่อสร้างรวมกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และกำไร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการเก็บรักษาหลักประกันตามระเบียบนี้

ให้ถือปฏิบัติดังนี้

(๑)

เงินสดให้นำส่งคลังเป็นประเภทเงินฝาก

(๒)

พันธบัตรหรือหนังสือค้ำประกันให้เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย

ในกรุงเทพมหานครให้เก็บรักษาไว้ ณ กรมธนารักษ์ ส่วนจังหวัดอื่นให้เก็บรักษาไว้ ณ

สำนักงานธนารักษ์พื้นที่

หมวด

การจัดให้เช่าและเงื่อนไขการเช่า

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การจัดให้เช่าโดยวิธีประมูล

ให้กำหนดเงื่อนไขดังนี้

(๑) อัตราค่าเช่า

ค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่าหรือค่าธรรมเนียมการจัดหาประโยชน์ต้องไม่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาที่กำหนดไว้ในข้อ

๔ วรรคสอง

(๒)

กำหนดระยะเวลาให้ผู้ประมูลได้ชำระเงินผลประโยชน์ที่เสนอให้ทางราชการให้เสร็จสิ้นภายใน

๔๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ทางราชการได้แจ้งให้ทราบว่าเป็นผู้ประมูลได้

หากไม่ชำระภายในกำหนดให้ริบหลักประกันซอง

การประกาศกำหนดระยะเวลา

๔๕ วันตามวรรคแรก หากอธิบดีเห็นสมควรอาจกำหนดระยะเวลามากกว่า ๔๕ วันก็ได้

(๓)

ค่าชดเชยในกรณีที่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย

(๔) เงื่อนไขอื่นๆ

ตามที่กรมธนารักษ์เห็นสมควรเพื่อประโยชน์ในทางราชการส่วนวิธีการประมูลให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในหมวด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การประมูลเพื่อปลูกสร้างหรือจัดให้เช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามข้อ ๑๓

ให้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมจากข้อ ๙ ดังนี้

(๑) ให้สิทธิการเช่ามีกำหนดเวลาไม่เกิน

๓๐ ปี นับแต่วันลงนามในสัญญาเช่า

(๒)

ผู้ให้เช่าจะประกันวินาศภัยอาคารในอัตราไม่ต่ำกว่ามูลค่าอาคาร

ในนามกระทรวงการคลังเป็นผู้เอาประกันและเป็นผู้รับประโยชน์ตลอดอายุสัญญาเช่า

โดยผู้เช่าเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยแทนผู้ให้เช่าทั้งสิ้น

ในกรณีสิ่งปลูกสร้างอื่นนอกจากอาคาร

หากอธิบดีเห็นสมควรจะให้ประกันวินาศภัยด้วยก็ได้

(๓)

ผู้เช่าต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่

หรือภาษีอื่นใดตลอดจนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้

หรือหากมีต่อไปในภายหน้าแทนผู้ให้เช่าทั้งสิ้น

(๔)

ห้ามนำสิทธิการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง

หรือสิทธิการเช่าที่ประมูลได้ไปทำเงื่อนไขผูกพันในการกู้เงิน

หรือเบิกเงินเกินบัญชี

หรือค้ำประกันเงินกู้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากกรมธนารักษ์

หลักเกณฑ์การอนุญาตตามวรรคแรกให้ออกเป็นคำสั่งกรมธนารักษ์

(๕)

ให้กรรมสิทธิ์อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของกระทรวงการคลัง

ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาแนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจัดให้เช่าโดยไม่ต้องประมูล

ให้กำหนดเงื่อนไขแต่เฉพาะตามข้อ ๙ (๑) และ ๙ (๔)

แต่ถ้าเป็นการจัดให้เช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามข้อ ๑๓ ให้กำหนดเงื่อนไขตามข้อ

๑๐ เพิ่มเติม

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่สามารถปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง

หากประสงค์จะให้ผู้อื่นเป็นผู้ลงทุนปลูกสร้างต้องดำเนินการหาผู้ลงทุนปลูกสร้างโดยวิธีประมูลตามเงื่อนไขข้อ

๙ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ที่ดินราชพัสดุแปลงใดมีขนาดหรือจำนวนเนื้อที่

ไม่เพียงพอหรือไม่สามารถปลูกสร้างอาคารได้ตามกฎหมายที่ว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น

ให้เจ้าของที่ดินที่อยู่ติดกับที่ดินราชพัสดุแปลงนี้มีสิทธิเช่าก่อนโดยไม่ต้องประมูล

เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ราชพัสดุตามกฎกระทรวง ข้อ ๒๖ (๘)

และถ้าเป็นกรณีการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างคาบเกี่ยวกับที่ราชพัสดุให้เป็นดุลพินิจของอธิบดีที่จะกำหนดเงื่อนไขการยกกรรมสิทธิ์อาคารที่ปลูกสร้างและกำหนดเงื่อนไขการเช่าอื่นตามที่เห็นสมควร

โดยคำนึงถึงสภาพทำเลและประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะหรือใช้ในกิจการดังต่อไปนี้ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง

(๑) อาคารสูง

อาคารขนาดใหญ่ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ

(๒) ตึกแถว ห้องแถว

อาคารพาณิชย์ อาคารแถวอยู่อาศัย

(๓) โรงงานอุตสาหกรรม

(๔) โรงมหรสพ

(๕)

โรงแรมหรืออาคารที่พักแรม

(๖) ท่าเรือ

(๗) คลังสินค้า

(๘)

โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล

(๙) โรงรับจำนำ ธนาคาร

สถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย อาคารสำนักงาน

(๑๐) ตลาด

(๑๑)

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงหรือแก๊ส

(๑๒)

อาคารสถานีขนส่งหรืออาคารจอดรถ

(๑๓) สโมสร สมาคม

(๑๔)

อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างถาวรอื่นที่ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องลักษณะเดียวกันกับอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง

ตาม (๑) – (๑๓)

(๑๕)

อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นที่อธิบดีจะประกาศเพิ่มเติมเป็นคราวๆ ไป

อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะหรือใช้ในกิจการดังต่อไปนี้ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังเมื่อเลิกสัญญาเช่า

เลิกใช้เพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์การเช่าหรือทางราชการมีความประสงค์จะใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์ของรัฐ

(๑) โรงเรียน

(๒) มูลนิธิ

(๓)

อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นที่อธิบดีจะประกาศเพิ่มเติมเป็นคราวๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เรียกเก็บหลักประกันการเช่าที่ราชพัสดุจากผู้เช่าในอัตรา

(๑)

สัญญาเช่าที่ดินให้เก็บเท่ากับค่าเช่า ๑ ปี

(๒)

สัญญาเช่าอาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่น ให้เก็บเท่ากับค่าเช่า ๓ เดือน

หลักประกันการเช่าตาม

(๑) และ (๒) จะใช้เงินสด เช็คเงินสด

พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจหรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศก็ได้

ความในวรรคแรกไม่ใช้บังคับกรณีขององค์กรอื่นของรัฐ

รัฐวิสาหกิจซึ่งเช่าโดยไม่มีการประมูล

หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเช่าที่ราชพัสดุ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

กรณีผู้ได้สิทธิการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังมาโดยการประมูล

ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงรายการก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้างให้นำมูลค่าของวัสดุที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นและลดลงในคราวเดียวกันหักลบกันได้

หากมูลค่าของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างลดลงให้เรียกเก็บเงินทดแทนราคาที่ลดลงนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

กรณีผู้เช่าเดิมที่ได้รับสิทธิการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง

ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงการก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้าง

ให้นำมูลค่าที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นและลดลงในคราวเดียวกันหักลบกันได้

หากมูลค่าลดลงไม่เรียกเก็บราคามูลค่าส่วนที่ลดลง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

กรณีผู้เช่าต้องซ่อมแซมปรับปรุงอาคารตามเงื่อนไขในสัญญาเช่าหรือผู้เช่าขออนุญาตเปลี่ยนแปลง

รื้อถอน ดัดแปลงอาคาร

ให้นำมูลค่าของวัสดุที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นและลดลงในคราวเดียวกันหักลบกันได้

แต่หากมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างลดลงให้เรียกเก็บเงินทดแทนราคาที่ลดลงนั้นด้วย

หมวด

วิธีการจัดให้เช่าและระยะเวลาเช่า

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การจัดให้เช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยขึ้นใหม่ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑)

ให้ผู้มีอำนาจในการจัดให้เช่าดำเนินการให้มีการปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการของผู้มีอำนาจในการจัดให้เช่า

สำนักงานธนารักษ์พื้นที่

สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอแล้วแต่กรณีซึ่งที่ราชพัสดุแปลงที่จะจัดให้เช่าตั้งอยู่รวมทั้งบริเวณที่ราชพัสดุที่จะจัดให้เช่า

(๒)

ให้จัดการให้เช่าเพื่ออยู่อาศัยตามลำดับก่อนและหลัง ดังนี้

(๒.๑)

ผู้ที่อยู่อาศัยในที่ดินแปลงที่จัดให้เช่ามาแต่เดิมโดยชอบหรือสุจริต

(๒.๒)

ผู้เดือดร้อนที่อยู่อาศัยเพราะถูกขับไล่หรือถูกไฟไหม้ที่อยู่อาศัย

(๒.๓)

ข้าราชการและพนักงานลูกจ้างของส่วนราชการ

(๒.๔)

พนักงานลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(๒.๕)

พนักงานลูกจ้างหน่วยงานของรัฐหรือ องค์กรอื่นของรัฐ

(๒.๖)

ผู้ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง

(๓)

ให้จัดสรรที่ดินให้กับผู้เช่าได้ไม่เกิน ๑๐๐ ตารางวา ต่อครอบครัว

แต่หากมีเหตุผลและความจำเป็น อธิบดีอาจพิจารณาจัดให้เช่าเกินกว่า ๑๐๐ ตารางวา

ก็ได้

ความในข้อนี้ไม่ใช้บังคับกรณีการจัดให้ผู้เช่าเดิมที่ทางราชการบอกเลิกสัญญาเช่าไปแล้ว

หรือทายาทผู้เช่าเดิมหรือผู้ได้กรรมสิทธิ์ซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินราชพัสดุที่จัดให้เช่าเพื่ออยู่อาศัยมาก่อนแล้วได้รับสิทธิการเช่าต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ กรณีการเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัย

เพื่อประกอบการเกษตร หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นและกรณีการเช่าอาคาร

ถ้าผู้เช่าขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การเช่าหรือขอปลูกสร้างอาคารเพื่อยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง

ให้เป็นดุลพินิจของอธิบดีที่จะพิจารณาอนุญาตได้โดยให้คำนึงถึงสภาพทำเลและผลประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กรณีสัญญาเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยระงับเพราะอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ

ของผู้เช่าถูกเพลิงไหม้

ถ้าผู้เช่าเดิมประสงค์จะขอเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยต่อไปให้เป็นดุลพินิจของอธิบดีที่จะพิจารณาอนุญาตได้

แต่ถ้าสภาพหรือทำเลของที่ดินสมควรทำการปรับปรุงปลูกสร้างอาคารเพื่อยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

ถ้าผู้เช่าเดิมประสงค์จะขอปลูกสร้างและยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนด

ให้อนุญาตให้ผู้เช่าเดิมเป็นผู้ได้รับสิทธิ

(๒)

ถ้าผู้เช่าเดิมไม่สามารถปลูกสร้างหรือไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนด

ให้ดำเนินการเปิดประมูลหาผู้ลงทุนปลูกสร้างอาคารเป็นการทั่วไป

และให้ผู้เช่าเดิมได้รับสิทธิการเช่าอาคารก่อนบุคคลอื่นรายละ ๑ คูหา

โดยผู้เช่าเดิมต้องเสียเงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลางให้ผู้ประมูลได้ตามที่กรมธนารักษ์จะกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ระยะเวลาเช่าที่ราชพัสดุให้มีกำหนดไม่เกิน

๓๐ ปี

ความในวรรคแรกมิให้ใช้บังคับในกรณีการจัดให้เช่าเป็นการชั่วคราวตามความในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ซึ่งระยะเวลาเช่าให้เป็นไปตามที่ตกลงกับกระทรวง ทบวง กรม

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สงวนที่ราชพัสดุนั้นไว้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่สัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุสิ้นสุดลงในวันหรือหลังวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้ผู้มีอำนาจอนุมัติต่อสัญญาเช่าได้

ไม่เกินกำหนดระยะเวลาเช่าที่ดินตามข้อ ๒๑

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ในกรณีที่สัญญาเช่าอาคารราชพัสดุสิ้นสุดลงในวันหรือหลังวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้ผู้มีอำนาจอนุมัติต่อสัญญาเช่าได้ครั้งละไม่เกิน

๕ ปี ถ้าผู้เช่าประสงค์จะขอต่อสัญญาเช่าเกินกว่ากำหนดเวลาดังกล่าว

ให้อธิบดีพิจารณาอนุมัติได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ กรณีที่สัญญาเช่าที่ราชพัสดุสิ้นสุดลง

หากเห็นสมควรให้ต่อสัญญาเช่าต่อไปให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑)

ถ้าผู้เช่าครอบครองสถานที่เช่าอยู่ในขณะที่สัญญาเช่าสิ้นสุด

ให้ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับสิทธิการเช่า

(๒)

ถ้าผู้เช่านำที่ราชพัสดุไปให้เช่าช่วงโดยได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ให้ถือว่าผู้เช่ายังคงครอบครองสถานที่เช่านั้นและให้เป็นผู้ได้รับสิทธิการเช่า

กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เช่าและนำที่ราชพัสดุไปจัดหาประโยชน์ตามอำนาจหน้าที่

ให้เป็นดุลพินิจของอธิบดีที่จะพิจารณาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้เช่า

หรือผู้ครอบครองสถานที่เช่าเป็นผู้เช่าก็ได้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและเหมาะสม

รวมทั้งผลประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสำคัญ

หมวด

วิธีการประมูลจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ

ส่วนที่

กรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้ผู้มีอำนาจในการจัดให้เช่าแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้

คือ

(๑)

คณะกรรมการรับและเปิดซองประมูล

(๒)

คณะกรรมการพิจารณาผลการประมูล

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ คณะกรรมการตามข้อ ๒๕ แต่ละคณะให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ

๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน

โดยให้แต่งตั้งจากข้าราชการในสังกัดกรมธนารักษ์ตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการจะแต่งตั้งข้าราชการจากหน่วยงานอื่นในสังกัดกระทรวงการคลัง

หรือส่วนราชการอื่นร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้

แต่จะต้องแต่งตั้งจากข้าราชการในสังกัดกรมธนารักษ์ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งร่วมเป็นกรรมการด้วย

ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ผู้มีอำนาจในการจัดให้เช่าแต่งตั้งข้าราชการที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นทำหน้าที่ประธานกรรมการแทน

ในกรณีเมื่อถึงกำหนดเวลารับซองหรือเปิดซองประมูลแล้ว

ประธานกรรมการยังไม่มาปฏิบัติหน้าที่

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการในเวลานั้น

โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เฉพาะข้อ ๒๘ แล้วรายงานประธานกรรมการ

ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเพื่อดำเนินการต่อไป

ในการประมูลครั้งเดียวกัน

ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการรับและเปิดซองประมูลเป็นกรรมการพิจารณาผลการประมูล

ในคณะกรรมการพิจารณาผลการประมูลอาจแต่งตั้งผู้ชำนาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการประมูลเรื่องนั้นๆ

เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในการประชุมปรึกษาของคณะกรรมการแต่ละคณะต้องมีกรรมการมาพร้อมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

ให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ

มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก

ผู้ใดไม่เห็นด้วยให้บันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ คณะกรรมการรับและเปิดซองประมูล

มีหน้าที่ดังนี้

(๑) รับซองประมูล

ลงทะเบียนรับซองไว้เป็นหลักฐาน

ลงชื่อกำกับซองและบันทึกไว้ที่หน้าซองว่าเป็นของผู้ใด

(๒)

ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินและให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซองไว้เป็นหลักฐาน

หากไม่ถูกต้องให้หมายเหตุในใบรับและบันทึกในรายงานด้วย

กรณีหลักประกันซองเป็นหนังสือค้ำประกัน

ให้ส่งสำเนาหนังสือค้ำประกันให้ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนผู้ออกหนังสือค้ำประกันโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือค้ำประกันดังกล่าว

(๓)

รับเอกสารหลักฐานต่างๆ

ตามบัญชีรายการเอกสารของผู้เสนอราคาพร้อมแบบรูปและรายการละเอียด (ถ้ามี)

หากไม่ถูกต้องให้บันทึกในรายงานไว้ด้วย

(๔)

เมื่อพ้นกำหนดเวลารับซองแล้ว ห้ามรับซองประมูลหรือเอกสารหลักฐานต่างๆ

ตามเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศประมูลอีก

(๕)

เปิดซองใบเสนอราคาและอ่านแจ้งราคาหรือรายการที่เสนอพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐานต่างๆ

ของผู้เสนอราคาทุกราย

โดยเปิดเผยตามเวลาและสถานที่ที่กำหนดและให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น

แล้วจดราคาและหรือผลประโยชน์จากใบเสนอราคาทุกฉบับลงไว้ในบัญชีเปรียบเทียบราคา

(๖)

เมื่อได้ดำเนินการตาม (๕) แล้วให้ส่งมอบใบเสนอราคาทั้งหมด

สำเนาการส่งตรวจสอบหนังสือค้ำประกัน และเอกสารหลักฐานต่างๆ

บัญชีเปรียบเทียบราคาพร้อมด้วยบันทึกรายงานการดำเนินการต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประมูลทันทีในวันเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ คณะกรรมการพิจารณาผลการประมูล

มีหน้าที่ดังนี้

(๑)

ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา ผลการตรวจสอบหนังสือค้ำประกัน

เอกสารหลักฐานต่างๆ แบบรูปและรายการละเอียด (ถ้ามี)

แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในประกาศประมูล

ในกรณีที่ผู้เสนอราคารายใดเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากที่กำหนดในเงื่อนไขประกาศประมูลในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ

และความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้เสนอราคารายอื่น

หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อยให้พิจารณาผ่อนปรนให้เข้าประมูลโดยไม่ตัดผู้เข้าประมูลรายนั้นออก

ในการพิจารณาคณะกรรมการอาจสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้เสนอราคารายใดเพิ่มเติมเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก็ได้

แต่จะให้ผู้เสนอราคารายใดเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญที่เสนอไว้แล้วมิได้

(๒)

พิจารณาคัดเลือกเสนอผู้เสนอราคาที่ตรวจสอบแล้วตาม (๑)

ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการและเสนอราคาและหรือผลประโยชน์สูงสุดเป็นผู้ประมูลได้

ถ้ามีผู้เสนอราคาและหรือผลประโยชน์เท่ากันหลายราย

ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาให้เสนอราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา

รายใดไม่มายื่นซองให้ถือว่ารายนั้นยื่นตามราคาและหรือผลประโยชน์ที่เสนอไว้เดิม

ในกรณีมีการเสนอราคาใหม่หรือไม่ก็ตาม

ถ้าปรากฏว่า ราคาและหรือผลประโยชน์สูงสุดต่ำกว่าที่กำหนด

ให้เสนอความเห็นต่อผู้มีคำสั่งแต่งตั้งตามข้อ ๒๕

ว่าจะสมควรเปลี่ยนแปลงรายการหรือยกเลิกการประมูลเพื่อดำเนินการประมูลใหม่

(๓)

เมื่อได้ดำเนินการไปแล้วได้ผลประการใด ให้เสนอความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้มีคำสั่งแต่งตั้งตามข้อ

๒๕

ส่วนที่

วิธีประมูล

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ให้ผู้มีอำนาจในการจัดให้เช่าดำเนินการให้มีการปิดประกาศประมูลโดยเปิดเผย ณ

ที่ทำการของผู้มีอำนาจในการจัดให้เช่า สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สำนักงานเขต

หรือที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอแล้วแต่กรณีซึ่งที่ราชพัสดุแปลงที่จะเปิดประมูลตั้งอยู่

รวมทั้งบริเวณที่ราชพัสดุที่จะเปิดประมูลด้วยและส่งไปประกาศทางวิทยุกระจายเสียงและหรือลงประกาศในหนังสือพิมพ์

กรมประชาสัมพันธ์ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย

ศูนย์รวมข่าวประกวดราคาและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค

แล้วแต่กรณี

และหากเห็นสมควรจะส่งประกาศไปยังผู้มีอาชีพเกี่ยวกับงานประมูลโดยตรงหรือจะโฆษณาโดยวิธีอื่นอีกก็ได้

ในการส่งประกาศการประมูลให้ศูนย์รวมข่าวประกวดราคาและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค

ให้ส่งเอกสารประกวดราคาไปพร้อมกันโดยมีสาระสำคัญของการประมูลดังนี้

(๑)

รายละเอียดเกี่ยวกับที่ราชพัสดุที่ต้องการให้เช่า

(๒)

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าประมูล

(๓) กำหนดวัน

เวลารับซอง ปิดการรับซอง และเปิดซองประมูล

(๔)

สถานที่ขอรับหรือขอซื้อเอกสารการประมูล และราคาของเอกสาร

การดำเนินการในสองวรรคดังกล่าวข้างต้น

ต้องกระทำก่อนวันรับซองประมูลไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การให้หรือขายเอกสารการประมูล

ในกรุงเทพมหานครให้กระทำ ณ กรมธารักษ์ในจังหวัดอื่นให้กระทำ ณ

สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ซึ่งที่ราชพัสดุแปลงที่จะเปิดประมูลตั้งอยู่

หรือสถานที่อื่นที่สะดวกและไม่เป็นเขตหวงห้ามที่ผู้มีอำนาจจัดให้เช่าเห็นสมควร

กับจะต้องจัดเตรียมไว้ให้มากพอสำหรับความต้องการของผู้มาขอรับหรือขอซื้อรายละ ๑

ชุด โดยไม่มีเงื่อนไขในการให้หรือขาย ในกรณีที่มีการขายให้กำหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่ทางราชการต้องเสียไปในการจัดทำสำเนาเอกสารการประมูลนั้น

ทั้งนี้ให้เผื่อเวลาไว้สำหรับการคำนวณราคาของผู้ประสงค์จะเข้าประมูลโดยอย่างน้อยให้มีขั้นตอนและกำหนดเวลาในการดำเนินการ

ดังนี้

(๑)

การให้หรือขายเอกสารประมูล ให้ดำเนินการพร้อมกับวันประกาศตามข้อ ๓๐

และให้มีช่วงเวลาในการให้หรือขายไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

(๒)

เมื่อปิดการให้หรือขายตาม (๑) แล้ว

อาจจะจัดให้ผู้ประสงค์จะเข้าประมูลไปดูสถานที่และหรือจัดให้มีการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการประมูล

ทั้งนี้ ให้ดำเนินการก่อนวันรับซองไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

ถ้ามีการยกเลิกการประมูลครั้งนั้นและมีการประมูลใหม่ให้ผู้รับหรือซื้อเอกสารการประมูลครั้งก่อน

มีสิทธิใช้เอกสารการประมูลนั้น

หรือได้รับเอกสารการประมูลใหม่โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อเอกสารการประมูลอีก

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ประกาศประมูลอย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้

(๑)

รายละเอียดเกี่ยวกับที่ราชพัสดุที่ต้องการให้เช่า

(๒)

คุณสมบัติของผู้เข้าประมูล

ซึ่งจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย

เว้นแต่รัฐบาลของผู้เข้าประมูลจะได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น

การประมูลจัดให้เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังให้กำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าประมูล

ดังนี้

(๒.๑)

ทุนทรัพย์ในการลงทุนก่อสร้างไม่เกิน ๕ ล้านบาท ให้สิทธิแก่เอกชน

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยไม่จำกัดทุนจดทะเบียนเข้าร่วมประมูล

(๒.๒)

ทุนทรัพย์ในการลงทุนก่อสร้างเกินกว่า ๕ ล้านบาทขึ้นไป

ให้สิทธิแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนตามที่อธิบดีเห็นสมควร

(๓)

ในกรณีจำเป็นให้ระบุให้ผู้เข้าประมูลส่งแบบรูปและรายการละเอียดไปพร้อมกับใบเสนอราคา

(๔)

มีเงื่อนไขด้วยว่าซองประมูลที่ยื่นต่อทางราชการและลงทะเบียนรับซองแล้วจะถอนคืนมิได้

(๕) กำหนดสถานที่ วัน

เวลา รับซอง ปิดการรับซอง และเปิดซองประมูล

(๖)

กำหนดวันเริ่มทำงานและวันแล้วเสร็จโดยประมาณ

สำหรับการปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง

(๗)

กำหนดให้ผู้เสนอราคาวางหลักประกันซองตามชนิดและจำนวนในข้อ ๓๙ และข้อ ๔๐ และให้เงื่อนไขว่า

ถ้าผู้เข้าประมูลถอนการเสนอราคาหรือไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงกับทางรายการภายในกำหนด

ทางราชการจะริบหลักประกันซองหรือเรียกร้องจากผู้ค้ำประกัน

(๘)

กำหนดเงื่อนไขตามความในหมวด ๒ และอัตราการจ่ายเงินถ้ามี

(๙)

ข้อกำหนดว่าผู้ประมูลได้จะต้องวางหลักประกันสัญญาตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๔๐

(๑๐)

ใบเสนอราคาต้องทำเป็นภาษาไทย ลงราคารวมทั้งสิ้นเป็นตัวเลขและต้องมีตัวหนังสือกำกับ

ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ

(๑๑)

ซองประมูลต้องผนึกให้เรียบร้อยก่อนยื่นต่อทางราชการและผู้เสนอราคาจะต้องจัดทำบัญชีรายการเอกสารที่ยื่นซองพร้อมซองประมูลด้วย

(๑๒)

สถานที่ติดต่อเกี่ยวกับแบบรูปและรายการละเอียดพร้อมทั้งแบบสัญญา (ถ้ามี)

(๑๓) ข้อสงวนสิทธิว่า

ผู้มีอำนาจจัดให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะงดหรือเลือกผู้เสนอราคาได้โดยไม่จำต้องเลือกผู้เสนอราคาและหรือผลประโยชน์สูงสุดเสมอไป

รวมทั้งจะพิจารณายกเลิกการประมูลหากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการดำเนินการประมูลกระทำไปโดยไม่สุจริตหรือมีการสมยอมกันในการเสนอราคาหรือเหตุอื่นใดตามที่ทางราชการเห็นสมควรเพื่อประโยชน์ของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ก่อนวันเปิดซองประมูล

หากมีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงหรือให้รายละเอียดเพิ่มเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ

หรือมีความจำเป็นต้องแก้ไขรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญให้จัดทำเป็นประกาศประมูลเพิ่มเติมและดำเนินการตามข้อ

๓๐ โดยอนุโลม

กับแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ที่ขอรับหรือซื้อเอกสารประมูลไปแล้วทุกรายด้วย

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

หากจะเป็นเหตุให้ผู้เสนอราคาไม่สามารถยื่นซองประมูลได้ทันตามกำหนดเดิม

ให้เลื่อนวัน เวลารับซอง ปิดการรับซองและเปิดซองประมูลตามความจำเป็นด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ นอกจากกรณีที่กำหนดไว้ตามข้อ ๓๓

เมื่อถึงกำหนดวันรับซองประมูลห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลารับซองและเปิดซองประมูล

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประมูลได้พิจารณาตามข้อ ๒๙ (๑) แล้ว ปรากฏว่า

มีผู้เสนอราคาถูกต้องตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศประมูลเพียงรายเดียวถ้าคณะกรรมการเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไป

โดยไม่ต้องการยกเลิกการประมูลครั้งนั้นให้ดำเนินการตามข้อ ๒๙ (๒) โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ในกรณีไม่มีผู้เสนอราคาหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดหรือกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการตามผลการประมูลข้อ

๓๕ ให้เสนอผู้มีคำสั่งแต่งตั้งตามข้อ ๒๕ เพื่อรายงานให้อธิบดีพิจารณายกเลิกการประมูลครั้งนั้น

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ หลังจากการประมูลแล้ว

แต่ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือตกลงกับผู้ประมูลรายใด

ถ้ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในรายการละเอียดหรือเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศประมูล

ซึ่งทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าประมูลด้วยกันให้อธิบดีพิจารณายกเลิกการประมูลครั้งนั้น

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

เมื่อผู้มีคำสั่งแต่งตั้งได้รับความเห็นและเอกสารจากคณะกรรมการพิจารณาผลการประมูลตามข้อ

๒๙ (๓) แล้ว ให้พิจารณาจัดให้เช่าที่ราชพัสดุตามระเบียบฉบับนี้ต่อไป

ส่วนที่

หลักประกัน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ หลักประกันซองหรือหลักประกันสัญญา

ให้ใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) เงินสด

(๒)

เช็คที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย

ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓

วันทำการ

(๓)

หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

(๔) พันธบัตรรัฐบาลไทย

หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจหรือตราสารอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้การรับรอง

หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน

ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้แจ้งเวียนให้ส่วนราชการต่างๆ

ทราบแล้ว

ให้ใช้เป็นหลักประกันซองได้โดยอนุโลมให้ใช้แบบหนังสือค้ำประกันของธนาคารตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ หลักประกันดังกล่าวในข้อ ๓๙ ให้เรียกไว้ตามอัตราดังนี้

(๑) หลักประกันซอง

ให้กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเต็ม

ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละยี่สิบของค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่าหรือค่าธรรมเนียมการจัดหาประโยชน์ขั้นต่ำที่ทางราชการกำหนด

เศษของสิบบาทให้ปัดเป็นสิบบาท

(๒)

หลักประกันสัญญาเฉพาะการจัดให้เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง

ให้กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละสิบของราคาค่าก่อสร้างอาคาร

เศษของสิบบาทให้ปัดเป็นสิบบาท

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

ให้คืนหลักประกันให้แก่ผู้เสนอราคาตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) หลักประกันซอง

ให้คืนให้แก่ผู้เสนอราคาภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้พิจารณาคัดเลือกตามข้อ ๒๙ (๒)

เรียบร้อยแล้ว

เว้นแต่ผู้เสนอราคารายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาและหรือผลประโยชน์สูงสุดไม่เกิน ๓

ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้แจ้งให้ผู้เสนอราคารายหนึ่งรายใดเป็นผู้ประมูลได้

(๒) หลักประกันสัญญา

ให้คืนเมื่อครบกำหนด ๑ ปี

นับแต่วันที่ทางราชการได้รับมอบสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดถูกต้องเรียบร้อยแล้ว

การคืนหลักประกันที่เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคารหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนในกรณีที่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาไม่มารับภายในกำหนดเวลาข้างต้นให้รีบส่งต้นฉบับหนังสือค้ำประกันคืนให้แก่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนโดยเร็ว

พร้อมกับแจ้งให้ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนผู้ค้ำประกันทราบด้วย

หมวด

ค่าปรับและการบอกเลิกสัญญา

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

การใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุโดยละเมิดให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย หรือ

(๒)

หากสมควรให้เช่าให้เรียกเก็บค่าเช่า

ค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่าตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาที่กำหนดไว้ในข้อ ๔

วรรคสอง หลักประกันสัญญาเช่าและหากอธิบดีเห็นสมควรจะเรียกค่าเสียหายด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ กรณีผิดสัญญาให้ดำเนินการบอกเลิกสัญญา

และหรือให้รื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างแล้วแต่กรณี รวมทั้งเรียกค่าเสียหาย

ในกรณีที่มีเหตุสมควรเพื่อการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุจะไม่บอกเลิกสัญญาและหรือให้คงสภาพอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างไว้

แล้วแต่กรณีก็ได้ โดยให้อธิบดีพิจารณากำหนดค่าปรับและปฏิบัติดังนี้

(๑) สัญญาเช่าที่ดิน

ถ้าผู้เช่าปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในที่ดินที่เช่าโดยมิได้รับอนุญาต

ถ้าเป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยหรืออาคารที่ไม่ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังตามข้อ

๑๓ ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของมูลค่าอาคารหรือ สิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ทั้งนี้ ให้เรียกเก็บไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐

บาท ต่อครั้งที่ผิดสัญญา

กรณีเป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังตามข้อ

๑๓ นอกจากให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดหาประโยชน์ตามระเบียบนี้แล้ว

ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ แต่ไม่เกินร้อยละ ๒๐

ของมูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ทั้งนี้ให้เรียกเก็บไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐

บาท ต่อครั้งที่ผิดสัญญา

(๒) สัญญาเช่าที่ดิน

ถ้าผู้เช่าต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง โดยมิได้รับอนุญาต

กรณีเป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่อาศัย

หรืออาคารที่ไม่ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังตามข้อ ๑๓

ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของมูลค่าที่ต่อเติมหรือดัดแปลง ทั้งนี้ให้เรียกเก็บไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาท ต่อครั้งที่ผิดสัญญา

ในกรณีเป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นที่ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังตามข้อ

๑๓ ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ แต่ไม่เกินร้อยละ ๒๐

ของมูลค่าที่ต่อเติมหรือดัดแปลง ทั้งนี้ ให้เรียกเก็บไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท

ต่อครั้งที่ผิดสัญญา

(๓)

สัญญาเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างทุกชนิด

ถ้าผู้เช่าต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างโดยมิได้รับอนุญาตไม่ถึงขนาดที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือไม่เปลี่ยนแปลงรูปทรงถึงขนาดเสียความเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือความสวยงาม

ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของมูลค่าที่ต่อเติมหรือดัดแปลง ทั้งนี้ให้เรียกเก็บค่าปรับไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ บาท

ต่อครั้งที่ผิดสัญญา

หรือในกรณีผู้เช่ารื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนโดยมิได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราดังกล่าวจากค่าเสียหายโดยยังไม่รวมถึงค่าเสียหายอื่น

(๔)

สัญญาก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง

ถ้าผู้ก่อสร้างลงมือก่อสร้างอาคารก่อนเจ้าหน้าที่ทำการปักผังอาคาร

ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ แต่ไม่เกินร้อยละ ๒๐

ของมูลค่าที่ได้ดำเนินการไปก่อนเจ้าหน้าที่ทำการปักผัง

ทั้งนี้ให้เรียกเก็บค่าปรับไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อครั้งที่ผิดสัญญา

ในกรณีที่ผู้ก่อสร้างเปลี่ยนรายการก่อสร้าง

รื้อถอน ต่อเติม

หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างก่อนได้รับอนุญาตหรือโดยไม่มีสิทธิจะกระทำได้

ให้เรียกเก็บค่าปรับในอัตราตามวรรคแรกจากมูลค่าที่เปลี่ยนแปลงรายการก่อสร้าง

รื้อถอน ต่อเติม หรือดัดแปลง

และถ้าทำให้มูลค่าแห่งอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างลดลงให้เรียกเก็บเงินทดแทนราคามูลค่าที่ลดลงอีกส่วนหนึ่งด้วย

(๕) ถ้ากรณีตาม (๓)

และ (๔) เป็นเหตุให้อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างขาดความมั่นคงแข็งแรงอันอาจจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต

ร่างกาย ทรัพย์สิน

ถ้าเห็นว่าสามารถเสริมความมั่นคงได้จะให้ผู้ผิดสัญญาเสริมความมั่นคงด้วยทุนทรัพย์ของตนเองก็ได้

และให้เรียกค่าปรับด้วย

ในกรณีไม่อาจดำเนินการตามวรรคแรก

หรือทำให้ขาดความสวยงามให้รื้อถอนและให้เรียกค่าเสียหายด้วย

(๖)

กรณีผิดสัญญาโดยนำไปให้เช่าช่วงหรือนำไปจัดหาประโยชน์โดยมิได้รับอนุญาตหากมีเหตุสมควรจะไม่บอกเลิกสัญญาให้เพิ่มอัตราค่าเช่าขึ้นอีกไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๕๐ ของค่าเช่าเฉพาะส่วนที่ให้เช่าช่วง หรือจัดหาประโยชน์

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น

อธิบดีอาจกำหนดให้เรียกเก็บค่าปรับต่ำกว่าอัตราตามที่กำหนดไว้ในวรรคสองก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ผู้ค้างชำระค่าเช่า ภาษีอากร

ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ หรือเงินอื่นใด

อันจะต้องชำระแก่ทางราชการตามกำหนดเวลานอกจากจะต้องชำระเงินที่ค้างดังกล่าวแล้ว ยังต้องชำระเงินที่เพิ่มขึ้นอีกในอัตราร้อยละ

๑.๕ ต่อเดือนของเงินที่ค้างชำระ เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน

หมวด

การจัดทำสัญญาต่างตอบแทนอื่น

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ กรณีเอกชนขอสร้างสะพาน ทางเชื่อม

ในที่ราชพัสดุให้เรียกเก็บค่าตอบแทนครั้งเดียวเท่ากับค่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย ๓๐ ปี

หากเป็นกรณีการขอเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์

ให้เรียกเก็บค่าตอบแทนในอัตรา ๑.๕ เท่าของค่าตอบแทนในวรรคแรก

และถ้าเป็นการขอเพื่อประโยชน์ในธุรกิจจัดสรรที่ดินให้เรียกเก็บค่าตอบแทนในอัตรา ๒

เท่าของค่าตอบแทนในวรรคแรก

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ กรณีเอกชนขอสร้างสะพาน ทางเชื่อม ในที่ราชพัสดุกรณีที่มิใช่ทางจำเป็นตามกฎหมายให้เรียกเก็บค่าทดแทนครั้งเดียวเท่ากับราคาที่ดิน

คูณด้วยจำนวนเนื้อที่ที่ใช้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ กรณีรัฐวิสาหกิจขอสร้างสะพาน ทางเชื่อม

ปักเสาพาดสายไฟฟ้า วางท่อประปา ท่อระบายน้ำ วางสายโทรศัพท์

หรือดำเนินการอื่นใดในลักษณะเดียวกันในที่ราชพัสดุ

ยกเว้นการปักเสาพาดสายไฟฟ้าแรงสูง ให้เรียกเก็บค่าทดแทนครั้งละ ๕๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

การจัดทำสัญญาต่างตอบแทนอื่นในที่ราชพัสดุที่มีราคาที่ดินรวมกับมูลค่าอาหารหรือสิ่งปลูกสร้าง

(ถ้ามี) ซึ่งกำหนดตามระเบียบนี้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทให้อธิบดีเป็นผู้อนุญาตโดยกำหนดรายละเอียด

และเงื่อนไขของสัญญาตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงสภาพทำเล

และประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสำคัญ

31 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b90cfe9b9a54fe0e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com