法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ พ.ศ. 2555

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

พ.ศ. ๒๕๕๕

โดยที่สภาทนายความเห็นเป็นการสมควรให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

องค์กรภาคเอกชน องค์กรของรัฐ องค์กรอิสระ หน่วยงานราชการ องค์กรมหาชน สนับสนุน

ส่งเสริมช่วยเหลือรัฐในการคุ้มครอง ป้องกัน รักษา

สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.

๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความจึงออกข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะไว้ ดังต่อไปนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า

“ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

(๑) “นายก” หมายความถึง

นายกสภาทนายความ

(๒) “อุปนายก” หมายความถึง

อุปนายกสภาทนายความ

(๓) “เลขาธิการ” หมายความถึง

เลขาธิการสภาทนายความ

(๔) “เหรัญญิก” หมายความถึง

เหรัญญิกสภาทนายความ

(๕) “คณะกรรมการ” หมายความถึง

คณะกรรมการช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

(๖) “กรรมการภาค” หมายความถึง

กรรมการบริหารสภาทนายความภาค

(๗) “ประธาน” หมายความถึง

ประธานคณะกรรมการช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

(๘) “รองประธาน” หมายความถึง

รองประธานคณะกรรมการช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

(๙) “สำนักงาน” หมายความถึง

สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

(๑๐) “คดีเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ” หมายความถึง คดีที่ประชาชน องค์กรภาคเอกชน องค์กรของรัฐ องค์กรอิสระ

หน่วยงานราชการ องค์กรมหาชน ร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย เนื่องจากมีเหตุขัดข้องและมีความประสงค์ใช้สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมหรือคณะกรรมการเห็นสมควรเพื่อเป็นการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

(๑๑) “กองทุน” หมายความถึง

กองทุนช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

(๑๒) “ค่าใช้จ่าย” หมายความถึง

ค่าตอบแทน เงินรางวัล ค่าวิชาชีพ ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องและจำเป็นในการดำเนินการทางคดีเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

กองทุนช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้มีกองทุนช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะโดยมีนายก

อุปนายก เลขาธิการ เหรัญญิก

และบุคคลอื่นอีกไม่เกินแปดคนที่คณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้ที่เป็นทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปีโดยให้นายกเป็นประธานกองทุน

อุปนายกเป็นรองประธานกองทุน เลขาธิการ เป็นเลขานุการกองทุน

และเหรัญญิกเป็นเหรัญญิกกองทุน

กองทุนประกอบด้วย

(๑)

เงินที่สภาทนายความจัดสรรให้เป็นประจำปีจากเงินรายได้ของสภาทนายความตามมาตรา ๙ (๑)

แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

(๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ องค์กรอิสระ องค์กรของรัฐ

องค์กรภาคเอกชน องค์กรมหาชน ประชาชนเพื่อการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

(๓) เงินเพื่อช่วยเหลือ เงินค่าธรรมเนียม เงินรางวัล

เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี จากรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ องค์กรอิสระ

องค์กรภาคเอกชน องค์กรมหาชน หรือบุคคลผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย

(๔) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ไม่ว่าจะเป็นบุคคล รัฐบาล

หน่วยงานของรัฐ องค์กรอิสระ องค์กรภาคเอกชน องค์การมหาชน

หรือเอกชนเพื่อวัตถุประสงค์ ในการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และ

(๕) ดอกผลของ (๑) ถึง (๔)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เหรัญญิกเป็นผู้จัดทำบัญชีงบประมาณและเก็บรักษาเงินกองทุน

การเบิกจ่ายเงินกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติเบิกจ่ายเงินกองทุนได้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ

๓ (๑), (๒), (๓), (๗), (๘)

การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้นายกแต่งตั้งคณะกรรมการที่เป็นทนายความมาไม่น้อยกว่าสิบปี

ประกอบด้วยนายกเป็นประธานหนึ่งคน อุปนายก และกรรมการอื่นไม่เกินสิบห้าคน

โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสภาทนายความ

ให้คณะกรรมการช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะมีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์

วิธีการ ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายให้เป็นไปโดยถูกต้องตามข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย

ได้แก่ ประชาชน องค์กรภาคเอกชน องค์กรของรัฐ องค์กรอิสระ หน่วยงานราชการ

องค์กรมหาชน

ผู้ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีเหตุขัดข้องในการใช้สิทธิเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

หรือคณะกรรมการเห็นสมควรรับเป็นคดีเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย ได้แก่

(๑) การให้คำปรึกษา หรือแนะนำ เผยแพร่กฎหมาย

(๒) การจัดหาทนายความว่าต่างแก้ต่าง

(๓) การแสวงหาข้อเท็จจริง พยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายอื่น

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ตั้งสำนักงานคดีคุ้มครองประโยชน์สาธารณะเพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะทั่วราชอาณาจักร

โดยจัดให้มีทนายความและเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติงานประจำโดยให้ได้รับค่าตอบแทนตามระเบียบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สำนักงานมีหน้าที่จัดทำและบริหารโครงการที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

ทั้งนี้ ในความควบคุม กำกับ ดูแล

ของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ประธานสภาทนายความจังหวัดเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการในเขตอำนาจของตนโดยความเห็นชอบของกรรมการภาค

เพื่อเสนอนายกมีคำสั่ง

ประกอบด้วยทนายความไม่น้อยกว่าสามคนเป็นคณะกรรมการดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการจัดให้มีทนายความอาสาเพื่อทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

กรณีผู้ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือไม่สามารถมาติดต่อด้วยตนเองได้

สามารถมอบหมายให้บิดา มารดา ภรรยา

บุตรหรือผู้รับมอบอำนาจมาติดต่อแทนเพื่อสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้คณะกรรมการดำเนินการให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้

ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

การประชุม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้คณะกรรมการประชุมกันอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

ในการประชุมจะต้องมีคณะกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้ประธานคณะกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม

ถ้าประธานคณะกรรมการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้รองประธานคณะกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานคณะกรรมการ

และรองประธานคณะกรรมการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้มอบคณะกรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้เลขานุการหรือผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการจัดทำบันทึกรายงานการประชุมและเก็บไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้ตามข้อบังคับนี้ให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยและคำวินิจฉัยให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้นายกรักษาการตามข้อบังคับนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕

สัก กอแสงเรือง

นายกสภาทนายความ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๙ มกราคม ๒๕๕๗

จุฑามาศ/ผู้ตรวจ

๒๐ กุมภาพันธ์

๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๑ ง/หน้า ๕๔/๒๐ มกราคม ๒๕๕๗

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ พ.ศ. 2555 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b9764a02f03df968

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com