法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2541

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
97
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๔๑

โดยที่เป็นการสมควรให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการพัสดุ

เป็นไปด้วยความเรียบร้อยคล่องตัว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ฉะนั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ (๑๐)แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ.

๒๕๓๕ สภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๔๑ เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม

๒๕๔๑ จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วยการพัสดุพ.ศ. ๒๕๔๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

และมีอำนาจออกข้อกำหนดข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่ง

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบรวมทั้งมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด ข้อขัดแย้งตามระเบียบนี้

ข้อความทั่วไป

นิยาม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายถึง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานของมหาวิทยาลัยด้วย

“สภามหาวิทยาลัย” หมายถึง สภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“หน่วยงานของมหาวิทยาลัย” หมายถึง สำนักงานอธิการบดี

สำนักวิชา สถาบันศูนย์ ส่วนงาน

หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า

“อธิการบดี” หมายถึง อธิการบดีของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

และให้หมายความรวมถึงผู้ที่ได้รับมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“หัวหน้าส่วนพัสดุ” หมายถึง

หัวหน้าส่วนพัสดุของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับหัวหน้าส่วนพัสดุด้วย

“พนักงานพัสดุ” หมายถึง

พนักงานส่วนพัสดุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุหรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติ

งานเกี่ยวกับการพัสดุตามระเบียบนี้

“พนักงาน” หมายถึง

พนักงานและหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และให้หมายความรวมถึงพนักงานตามสัญญาจ้างพิเศษด้วย

“ที่ปรึกษา” หมายถึง บุคคลธรรมดา

หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจหรือสามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางวิศวกรรม

สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่น

รวมทั้งให้บริการด้านศึกษาสำรวจออกแบบและควบคุมงาน และการวิจัย

แต่ไม่รวมถึงการให้บริการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง

“ผู้เสนอราคา” หมายถึง

นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจบริการด้าน การซื้อขาย การแลกเปลี่ยน

การให้การรับจ้าง หรือออกแบบ ควบคุมงานก่อสร้าง หรือส่วนราชการ สถาปนิก

วิศวกรหรือผู้ชำนาญการสาขาใดสาขาหนึ่งในสังกัดมหาวิทยาลัย

หรือหน่วยงานอื่นที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เห็นเหมาะสม

“คณะกรรมการการเงิน” หมายถึง

คณะกรรมการการเงินและทรัพย์สินมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“การพัสดุ” หมายถึง การซื้อ การจ้าง การจัดทำเอง

การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบ การจ้างควบคุมงาน การจัดจ้างแบบเบ็ดเสร็จ

การแลกเปลี่ยน การประกันภัย การเช่า การเช่าซื้อ การควบคุม การจำหน่าย

การจำหน่ายเป็นสูญ และการดำเนินการอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

“พัสดุ” หมายถึง วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง

“จัดหา” หมายถึง

วิธีดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุตามระเบียบนี้ ได้แก่ การซื้อการจ้าง

การจัดทำเอง การแลกเปลี่ยน การเช่า การเช่าซื้อ การประกันภัย เป็นต้น

“การซื้อ” หมายถึง

การซื้อพัสดุทุกชนิดรวมตลอดถึงการซื้อพัสดุที่มีการติดตั้งทดลอง

และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ด้วย แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

“การจ้าง” หมายถึง การจ้างทำของ การรับขน การจ้างเหมาบริการ

การจ้างออกแบบ การจ้างควบคุมงานก่อสร้างอาคาร และการจ้างที่ปรึกษา

“การจ้างเหมาบริการ” หมายถึง การจ้างที่มีลักษณะเป็นการช่วยหรือเกื้อกูลในรูปของการบริการ

หรือให้บริการต่าง ๆ

“การจัดทำเอง” หมายถึง

การที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ดำเนินการจัดทำพัสดุขึ้นเอง

“การจ้างที่ปรึกษา” หมายถึง การจ้างบริการจากที่ปรึกษา

แต่ไม่รวมถึงการจ้างออกแบบ การจ้างควบคุมงานก่อสร้าง

“การจ้างออกแบบ” หมายถึง

การจ้างบริการจากนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจบริการด้านออกแบบก่อสร้าง

และหรือตกแต่งภายใน

“การจ้างควบคุมงาน” หมายถึง

การจ้างบริการจากนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจบริการด้านการควบคุมงานก่อสร้าง

“การจ้างแบบเบ็ดเสร็จ” หมายถึง การจ้างก่อสร้างอาคารตั้งแต่ขั้นการออกแบบการควบคุมงาน

และการลงมือก่อสร้าง จนถึงการส่งมอบ

โดยผู้รับเหมารายเดียวหรือหลายรายในสัญญาฉบับเดียวกัน

“การประกันภัย” หมายถึง

การประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นผู้เอาประกันภัย

“งานก่อสร้าง” หมายถึง

งานที่สร้างหรือทำขึ้นมีลักษณะมั่นคงหรือถาวร ได้แก่ อาคาร ถนน โรงรถ ระบบประปา

ระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ และระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น และให้หมายความถึงงานปรับปรุง

ซ่อมแซม ตกแต่ง หรือต่อเติม งานรื้อถอน และงานเคลื่อนย้าย อาคารด้วย

“อาคาร” หมายถึง สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้

เช่น อาคารที่ทำการ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา สถานีนำร่อง

หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มี ลักษณะทำนองเดียวกันและรวมตลอดถึงสิ่งก่อสร้างอื่น

ๆ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยสำหรับ อาคารนั้น ๆ เช่น เสาธง รั้ว ท่อระบายน้ำ

หอถังน้ำ ถนน ประปา และสิ่งอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วน ประกอบของตัวอาคาร เช่น

เครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งเป็นที่เชิดชูคุณค่าทางด้านศิลปะหรือสถาปัตยกรรม

เช่น อนุสาวรีย์ หรืองานที่ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง

“พัสดุที่ผลิตในประเทศ” หมายถึง

ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตสำเร็จรูปแล้ว โดยสถานที่ผลิตตั้งอยู่ในประเทศไทย

“เงินรายได้” หมายถึง รายได้ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ตามพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๓๕

และให้หมายความรวมถึงรายได้ของหน่วยงานของมหาวิทยาลัยด้วย

“ส่วนราชการ” หมายถึง ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการ

แผ่นดินอื่น และให้หมายความรวมถึงรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย

“ปี” หมายถึง ปีงบประมาณ มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑

ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ ๓๐ กันยายนของปีถัดไป

การใช้บังคับและการมอบอำนาจ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเกี่ยวกับการพัสดุโดยใช้เงินรายได้ทุกประเภทของ

มหาวิทยาลัยยกเว้นพัสดุที่ได้มาตามระเบียบอื่นที่ได้วางหลักเกณฑ์

วิธีการในการได้มาซึ่งพัสดุไว้ โดยเฉพาะ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้

จะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้โดยให้คำนึงถึงระดับ ตำแหน่ง

หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจเป็นสิ่งสำคัญ

บทกำหนดโทษ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้มีอำนาจหรือหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบนี้หรือผู้หนึ่งผู้ใด

กระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริตหรือกระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ส่อให้มีการสมยอมกันในการเสนอราคา

ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ถ้าการกระทำมีเจตนาทุจริต

หรือเป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยเสียหายอย่างร้ายแรงให้ดำเนินการลงโทษปลดออก

(๒) ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยเสียหายแต่ไม่ร้ายแรงให้ลงโทษงดบำเหน็จความชอบ

(๓) ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยเสียหาย

ให้ลงโทษภาคทัณฑ์

การลงโทษทางวินัยตาม (๑) หรือ (๒)

ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากความรับผิดทางแพ่งและหรือความผิดทางอาญา

การจัดหา

รายงานขอซื้อหรือขอจ้าง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ก่อนดำเนินการซื้อหรือจ้างทุกวิธี

นอกจากการซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างตามข้อ ๙ และข้อ ๑๐

ให้พนักงานพัสดุจัดทำรายงานเสนออธิการบดีเพื่ออนุมัติตามรายการดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องการซื้อหรือจ้าง

(๒) รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง

(๓)

ราคาในท้องตลาดในขณะนั้นที่สืบทราบหรือประมาณราคาได้หรือราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา

๒ ปีงบประมาณ

(๔) ให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อหรือจ้างในครั้งนั้น

(๕) กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้นหรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ

(๖)

วิธีทีจะซื้อหรือจ้างและเหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างโดยวิธีนั้น ๆ

(๗) ข้อเสนออื่น ๆ

(ถ้ามี)ในกรณีที่จะต้องดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษตามข้อ

๑๗ (๒), (๓) หรือข้อ ๑๘ (๒), (๓)

ซึ่งไม่อาจทำรายงานตามปกติได้ พนักงานพัสดุจะทำรายงานตามวรรค ๑

เฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้

การซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ก่อนดำเนินการซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง

ให้พนักงานพัสดุจัดทำรายงานเสนออธิการบดีเพื่ออนุมัติตามรายการดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อ

(๒) รายละเอียดของที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างที่ต้องการซื้อรวมทั้งเนื้อที่และท้องที่ที่ต้องการ

(๓) ราคาประเมินของทางราชการในท้องถิ่นนั้น

(๔)

ราคาซื้อขายที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างใกล้บริเวณที่จะซื้อ

(๕) ให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อในครั้งนั้น

(๖) วิธีที่จะซื้อและเหตุผลที่ต้องซื้อโดยวิธีนั้น

(๗) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การดำเนินการซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง

ให้ติดต่อกับเจ้าของโดยตรงเว้นแต่การซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศ

หากจำเป็นต้องติดต่อผ่านนายหน้าหรือ

ดำเนินการทำนองเดียวกันตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของท้องถิ่นก็ให้กระทำได้

และให้นำความในข้อ ๘ วรรค ๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

วิธีการซื้อและวิธีการจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การซื้อหรือการจ้างกระทำได้

๔ วิธี คือ

(๑) วิธีตกลงราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

ซึ่งมีราคาไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) วิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

ซึ่งมีราคาเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) วิธีประกวดราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

ซึ่งมีราคาเกิน๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป

(๔) วิธีพิเศษ ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่ง

ซึ่งมีราคาเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทและให้จัดทำเฉพาะกรณี

การซื้อหรือการจ้างตาม (๑) และ (๒)

ถ้าผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างเห็นสมควรจะสั่งให้กระทำโดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าก็ได้

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาให้พนักงานพัสดุติดต่อตกลงราคากับผู้ขายโดยตรง

แล้วให้หัวหน้าส่วนพัสดุดำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างได้โดยความเห็นชอบจากอธิการบดี

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน

และไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทันให้ดำเนินการไปก่อนแล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่ออธิการบดี

และเมื่ออธิการบดีให้ความเห็นชอบแล้ว

ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับด้วย

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาให้พนักงานพัสดุทำเอกสารสอบราคาตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนดและแสดงรายการต่อไปนี้

(๑)

คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ต้องการซื้อและจำนวนที่ต้องการหรือแบบรูปรายการละเอียด

(๒)

คุณสมบัติของผู้เข้าเสนอราคาซึ่งจะต้องมีอาชีพขายพัสดุตาม (๑)

โดยให้ผู้เสนอราคาแสดงหลักฐานด้วย

(๓) กรณีจำเป็นให้ระบุผู้เสนอราคาส่งตัวอย่าง แคตตาล็อก

หรือแบบรูปและรายละเอียดไปพร้อมกับใบเสนอราคา

(๔) ถ้าจำเป็นต้องมีการตรวจทดสอบ

ให้กำหนดจำนวนตัวอย่างให้พอแก่การตรวจทดสอบและเหลือไว้สำหรับการทำสัญญาด้วย

ทั้งนี้ ให้มีข้อกำหนดไว้ด้วยว่ามหาวิทยาลัยไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ

ที่เกิดขึ้นจากการทดสอบตัวอย่างนี้

(๕) สถานที่ติดต่อเกี่ยวกับแบบรูปรายการละเอียด

ในกรณีที่มีการขยายได้ระบุราคาขายไว้ด้วย

(๖) ข้อกำหนดให้ผู้เข้าเสนอราคาเสนอราคารวมทั้งสิ้น

และราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการ (ถ้าทำได้)

พร้อมทั้งระบุหลักเกณฑ์โดยชัดเจนว่าจะพิจารณาราคารวมหรือราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการในกรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคาให้พิจารณาราคารวม

(๗) แบบใบเสนอราคา

โดยกำหนดไว้ด้วยว่าในการเสนอราคาให้ลงราคารวมทั้งสิ้นเป็นตัวเลขและต้องมีตัวหนังสือกำกับ

ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่รวมภาษีต่าง ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว

ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ

(๘) กำหนดระยะเวลายืนราคาเท่าที่จำเป็นต่อมหาวิทยาลัย

และมีเงื่อนไขด้วยว่าซองเสนอราคาที่ยื่นต่อมหาวิทยาลัยและลงทะเบียนรับซองแล้วจะถอนคืนมิได้

(๙) กำหนดสถานที่ส่งมอบพัสดุ

และวันส่งมอบโดยประมาณสำหรับการซื้อหรือการจ้าง

(๑๐) กำหนดสถานที่ วัน เวลา เปิดซองสอบราคา

(๑๑)

ข้อกำหนดให้ผู้เสนอราคาผนึกซองราคาให้เรียบร้อยก่อนยื่นต่อมหาวิทยาลัยจ่าหน้าถึงประธานกรรมการเปิดซองสอบราคาการซื้อการจ้างครั้งนั้นและส่งถึงมหาวิทยาลัยภายในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด

โดยให้ส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมจัดทำบัญชีรายการเอกสารเสนอไปพร้อมกับซองราคาด้วย

(๑๒)

กำหนดเงื่อนไขในการสงวนสิทธิ์ที่จะถือว่าผู้ที่ไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยเป็นผู้ทิ้งงาน

(๑๓) ข้อกำหนดที่ว่าผู้เข้าเสนอราคา

ที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปทำสัญญาจะต้องวางหลักประกันสัญญาตามชนิดและอัตราร้อยละ ๕

ของราคาพัสดุรวม ที่จัดหา

(๑๔) ร่างสัญญา รวมทั้งเงื่อนไขการจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี)

(๑๕) ข้อสงวนสิทธิ์ว่า

มหาวิทยาลัยจะไม่พิจารณาผู้เสนอราคาที่เป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ

และมหาวิทยาลัยทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะงดซื้อหรือเลือกซื้อ

โดยไม่จำเป็นต้องซื้อจากผู้เสนอราคาต่ำสุดเสมอไป รวมทั้งจะพิจารณายกเลิกการสอบราคาและลงโทษผู้เสนอราคาเสมือนเป็นผู้ทิ้งงาน

หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการเสนอราคากระทำไปโดยไม่สุจริตหรือมีการสมยอมกันในการเสนอราคา

(๑๖) หลักประกันซองอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ ๗๗

และตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อ ๗๘ ในกรณีการซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน

๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

การให้หรือขายเอกสารสอบราคาในการสอบราคาซึ่งรวมทั้งคุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียดให้กระทำ

ณ สถานที่ที่ผู้มาขอรับหรือขอซื้อสามารถติดต่อได้โดยสะดวกและไม่เป็นเขตหวงห้าม

กับจะต้องเตรียมไว้ให้มากพอสำหรับความต้องการของผู้มาขอรับหรือขอซื้ออย่างน้อยรายละ

๑ ชุด โดยไม่มีเงื่อนไขอื่นในการให้หรือขาย ทั้งนี้

ให้เผื่อเวลาไว้สำหรับการคำนวณราคาของผู้ประสงค์จะเข้ามาเสนอราคาด้วย

ในกรณีที่มีการขาย

ให้กำหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่ทางมหาวิทยาลัยต้องเสียไปในการจัดทำสำเนาเอกสารสอบราคานั้น

ถ้ามีการยกเลิกการสอบราคาครั้งนั้นแล้วมีการสอบราคาใหม่

ให้ผู้รับหรือซื้อเอกสารการสอบราคาในการสอบราคาครั้งก่อนและใช้สิทธิยื่นซองการสอบราคาครั้งแรกแล้ว

มีสิทธิใช้เอกสารนั้นหรือได้รับเอกสารสอบราคาใหม่

โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อเอกสารสอบราคาอีก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ วิธีการซื้อโดยวิธีสอบราคา

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ก่อนวันเปิดซองสอบราคาไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน

ให้พนักงานส่วนพัสดุดำเนินการประกาศเผยแพร่ให้ทราบทั่วกันโดยเปิดเผย ณ

ที่ทำการของมหาวิทยาลัยและหรือจะประกาศทางหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง

หรือวิธีอื่นอีกก็ได้ เพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

การเผยแพร่เอกสารสอบราคาให้จัดทำเป็นประกาศตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด

และอย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้

ก) รายการพัสดุที่ต้องการซื้อ

ข) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าสอบราคา

ค) กำหนดวิธีการ สถานที่ วัน เวลา รับซอง

ปิดการรับซองและเปิดซองสอบราคา

ง) สถานที่

ระยะเวลาในการขอรับหรือขอซื้อเอกสารการสอบราคาและราคาของเอกสาร

(๒) ในการยื่นซองสอบราคา

ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธานคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาโดยยื่นโดยตรงต่อเลขานุการคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาหรือผู้ที่หัวหน้าส่วนพัสดุมอบหมาย

(๓) ให้เลขานุการคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาลงรับโดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวันและเวลาที่รับซอง

และออกใบรับให้แก่ผู้เสนอราคาการรับซองทางไปรษณีย์จะกระทำมิได้

(๔)

ให้เลขานุการคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาเก็บรักษาซองเสนอราคาทุกรายโดยไม่เปิดซอง

และเมื่อถึงกำหนดเวลาเปิดซองแล้วให้ส่งมอบซองเสนอราคาพร้อมทั้งรายงานผลการรับซองต่อประธานคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาเพื่อดำเนินการต่อไป

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคาให้พนักงานพัสดุทำเอกสารประกวดราคาตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด

และแสดงรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) รายการพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้าง

และจำนวนที่ต้องการหรือแบบรูปรายการละเอียด

(๒)

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าประกวดราคาซึ่งจะต้องมีอาชีพขายตาม (๑)

โดยให้ผู้ประกวดราคาแสดงหลักฐานด้วย

(๓) กรณีจำเป็นให้ระบุผู้ประกวดราคาส่งตัวอย่าง

แคตตาล็อกหรือแบบรูปและรายละเอียดไปพร้อมกับใบเสนอราคา

(๔) ถ้าจำเป็นต้องมีการตรวจทดสอบ

ให้กำหนดจำนวนตัวอย่างให้พอแก่การตรวจทดสอบและเหลือไว้สำหรับการทำสัญญาด้วย ทั้งนี้

ให้มีข้อกำหนดไว้ด้วยว่ามหาวิทยาลัยไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ

ที่เกิดขึ้นจากการทดสอบตัวอย่างนี้

(๕) สถานที่ติดต่อเกี่ยวกับแบบรูปรายการละเอียด

ในกรณีที่มีการขายให้ระบุราคาขายไว้ด้วย

(๖) ข้อกำหนดให้ผู้เข้าประกวดราคาเสนอราคารวมทั้งสิ้น

และราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการ (ถ้าทำได้)

พร้อมทั้งระบุหลักเกณฑ์โดยชัดเจนว่าจะพิจารณาราคารวมหรือราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการในกรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาให้พิจารณาราคารวม

(๗) แบบใบเสนอราคา

โดยกำหนดไว้ด้วยว่าในการเสนอราคาให้ลงราคารวมทั้งสิ้นเป็นตัวเลข

และต้องมีตัวหนังสือกำกับซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่รวมภาษีต่าง ๆ

และค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ

(๘) กำหนดระยะเวลายืนราคาเท่าที่จำเป็นต่อมหาวิทยาลัย

และมีเงื่อนไขด้วยว่าซองเสนอราคาที่ยื่นต่อมหาวิทยาลัยและลงทะเบียนรับซองแล้วจะถอนคืนมิได้

(๙)

กำหนดสถานที่ที่ส่งมอบพัสดุและวันส่งมอบโดยประมาณสำหรับการซื้อ

(๑๐) กำหนดสถานที่ วัน เวลา รับซองและเปิดซองประกวดราคา

(๑๑)

ข้อกำหนดให้ผู้เสนอราคาผนึกซองราคาให้เรียบร้อยก่อนยื่นต่อมหาวิทยาลัย

จ่าหน้าถึงประธานกรรมการรับซองประกวดราคาการซื้อหรือการจ้างครั้งนี้

และส่งถึงมหาวิทยาลัยภายในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยให้ส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ

พร้อมจัดทำบัญชีรายการเอกสารเสนอไปพร้อมกับซองราคาด้วย

(๑๒)

กำหนดเงื่อนไขในการสงวนสิทธิ์ที่จะถือว่าผู้ที่ไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยเป็นผู้ทิ้งงาน

(๑๓)

ข้อกำหนดว่าผู้เข้าประกวดราคาที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปทำสัญญาจะต้องวางหลักประกันสัญญาตามชนิดและอัตราร้อยละ

๕ ของราคาพัสดุรวมที่จัดหา

(๑๔) ร่างสัญญา รวมทั้งเงื่อนไขการจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี)

(๑๕)

ข้อสงวนสิทธิ์ว่ามหาวิทยาลัยจะไม่พิจารณาผู้เสนอราคาที่เป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ

และมหาวิทยาลัยทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะงดซื้อหรือเลือกซื้อโดยไม่จำเป็นต้องซื้อจากผู้เสนอราคาต่ำสุดเสมอไป

รวมทั้งจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาและลงโทษผู้เสนอราคาเสมือนเป็นผู้ทิ้งงาน

หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการเสนอราคากระทำไปโดยไม่สุจริตหรือมีการสมยอมกันในการเสนอราคา

(๑๖) หลักประกันซองอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ ๗๗

และตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๗๘

การให้หรือการขายเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคา

ซึ่งรวมทั้งคุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียดให้กระทำ ณ

สถานที่ที่ผู้มาขอรับหรือขอซื้อสามารถติดต่อได้โดยสะดวกและไม่เป็นเขตหวงห้ามกับจะต้องเตรียมไว้ให้มากพอสำหรับความต้องการของผู้มาขอรับหรือขอซื้ออย่างน้อยรายละ

๑ ชุด โดยไม่มีเงื่อนไขอื่นในการให้หรือขาย ทั้งนี้

ให้เผื่อเวลาไว้สำหรับการคำนวณราคาของผู้ประสงค์จะเข้ามาเสนอราคาด้วย

ในกรณีที่มีการขาย

ให้กำหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่ทางมหาวิทยาลัยจะต้องเสียไปในการจัดทำสำเนาเอกสารประกวดราคานั้น

ถ้ามีการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น และมีการประกวดราคาใหม่

ให้ผู้รับหรือซื้อเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาครั้งก่อนและใช้สิทธิยื่นซองประกวดราคาครั้งแรกแล้ว

มีสิทธิใช้เอกสารประกวดราคานั้นหรือได้รับเอกสารประกวดราคาใหม่โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอีก

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ วิธีการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ก่อนวันเปิดซองประกวดราคาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

ให้พนักงานพัสดุปิดประกาศประกวดราคาโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการของมหาวิทยาลัย

และหรือจะประกาศทางหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิธีอื่นอีกก็ได้

เพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

(๒) ในการยื่นซองประกวดราคา

ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธานคณะกรรมการรับซองและพิจารณาผลการประกวดราคาโดยยื่นโดยตรงต่อเลขานุการคณะกรรมการรับซอง

และพิจารณาผลการประกวดราคา หรือผู้ที่หัวหน้าส่วนพัสดุมอบหมาย

(๓)

ให้เลขานุการคณะกรรมการรับซองและพิจารณาผลการประกวดราคาลงรับโดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวันและเวลาที่รับซอง

และออกใบรับให้แก่ผู้เสนอราคา การรับซองทางไปรษณีย์จะกระทำมิได้

(๔) ให้เลขานุการคณะกรรมการรับซองและพิจารณาผลการประกวดราคา

เก็บรักษาซองเสนอราคาทุกรายโดยไม่เปิดซอง

และเมื่อถึงกำหนดเวลาเปิดซองแล้วให้ส่งมอบซองเสนอราคาพร้อมทั้งรายงานผลการรับซองต่อประธานคณะกรรมการรับซองและพิจารณาผลการประกวดราคาเพื่อดำเนินการต่อไป

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การซื้อโดยวิธีพิเศษ ให้กระทำเฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังนี้

(๑) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ

องค์การระหว่างประเทศหรือหน่วยงานของต่างประเทศ

(๒) เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่มหาวิทยาลัย

(๓)

เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ

(๔) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งาน

หรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ

(๕)

เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องเฉพาะแห่ง

(๖)

เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

(๗) เป็นพัสดุที่ซื้อจากส่วนราชการ

(๘)

เป็นพัสดุที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยและจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม

(Repeat Order)

การซื้อพัสดุจากส่วนราชการให้ดำเนินการจัดซื้อได้โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ

แต่จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยวิธีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การจ้างโดยวิธีพิเศษ ให้จัดทำเฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังนี้

(๑) เป็นงานที่ต้องการช่างผู้มีฝีมือดี

ผู้มีความชำนาญงานเป็นพิเศษหรือมีผู้ที่มีความชำนาญในกิจการนั้นน้อยราย

(๒)

เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วนหากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่มหาวิทยาลัย

(๓)

เป็นงานที่หากดำเนินการจัดจ้างหรือจะจัดจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

(๔)

เป็นงานที่จำเป็นต้องการจ้างเพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยและจำเป็นต้องจ้างเพิ่ม

(Repeat Order)

(๕)

เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้

เช่น งานจ้างซ่อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์

เครื่องไฟฟ้าหรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

(๖) การจ้างส่วนราชการ

ให้ดำเนินการได้โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการจัดจ้างแต่ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยวิธีพิเศษ

การจัดทำเอง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การจัดซื้อพัสดุเพื่อจัดทำพัสดุเองให้ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องใช้

พร้อมทั้งวงเงินโดยประมาณ เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ วิธีการซื้อพัสดุเพื่อจัดทำพัสดุเองให้ดำเนินการตามวิธีการซื้อตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การจัดทำเอง

ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิดชอบในการจัดทำเองขึ้นหรือแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติงาน

โดยมีคุณสมบัติและหน้าที่เช่นเดียวกันกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

เว้นแต่จะมีพนักงานรับผิดชอบโดยเฉพาะอยู่แล้ว

การจ้างที่ปรึกษา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การจ้างที่ปรึกษา

ก่อนดำเนินการจ้างที่ปรึกษาให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนออธิการบดี

ตามรายการดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องจ้างที่ปรึกษา

(๒) ขอบเขตโดยละเอียดของงานที่จะจ้างที่ปรึกษา

(๓) คุณสมบัติของที่ปรึกษาที่จะจ้าง

(๔) วงเงินค่าจ้างที่ปรึกษาโดยประมาณ

(๕) กำหนดระยะแล้วเสร็จของงาน

(๖) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้มหาวิทยาลัยออกหนังสือเชิญผู้เสนอราคาเพื่อยื่นข้อเสนอ

โดยให้ยื่นซองเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคาพร้อมกัน โดยแยกเป็น ๒ ซอง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ อัตราค่าจ้างที่ปรึกษา

ให้เป็นไปตามความเหมาะสมและประหยัดโดยคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น

ลักษณะของงานที่จะจ้าง อัตราค่าจ้างของงานในลักษณะเดียวกันที่ส่วนราชการเคยจ้าง

(ถ้ามี) เป็นต้นในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้า

ให้จ่ายได้ไม่เกินอัตราตามข้อ ๖๗ (๕)

และที่ปรึกษาจะต้องจัดหาหลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๗๗

เพื่อประกันเงินค่าจ้างที่ได้รับล่วงหน้าไปนั้น และให้มหาวิทยาลัยคืนหนังสือค้ำประกันดังกล่าวแก่ที่ปรึกษาเมื่อพ้นข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว

ทั้งนี้

ให้นำเรื่องการคืนหลักประกันตามข้อ ๘๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

วิธีการจ้างที่ปรึกษาให้ใช้วิธีการซื้อหรือการจ้างโดยอนุโลม

การจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงาน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เพื่อประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย

ให้อธิการบดีมีอำนาจจ้างส่วนราชการหรือเอกชน ออกแบบและหรือการควบคุมงานก่อสร้างได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงานก่อสร้างให้ใช้วิธีการคัดเลือก

วิธีการจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงาน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ก่อนดำเนินการจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงานก่อสร้างให้พนักงานพัสดุรายงานต่ออธิการบดี

ตามรายการดังต่อไปนี้

(๑)

เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงาน

(๒) ขอบเขตของงาน รวมทั้งรายละเอียดเท่าที่จำเป็น

(๓) วงเงินงบประมาณค่าก่อสร้าง

(๔) ประมาณการค่าจ้าง

(๕) กำหนดเวลาแล้วเสร็จ

(๖) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

เมื่ออธิการบดีให้ความเห็นชอบรายงานที่เสนอแล้ว

ให้พนักงานพัสดุดำเนินการจ้างต่อไปได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงาน

โดยวิธีคัดเลือกให้พนักงานพัสดุจัดทำประกาศเชิญชวน

โดยอย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้

(๑) ความต้องการด้านประโยชน์ใช้สอยของอาคารและขอบเขตของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

(๒) กำหนดวัน เวลา และสถานที่เปิดและปิดรับการเสนอราคา

(๓) เงื่อนไขและระยะเวลาการออกแบบ

(๔)

กำหนดให้ผู้เสนอราคาวางหลักประกันซองตามชนิดและจำนวนในข้อ ๗๗และข้อ ๗๘

และให้มีเงื่อนไขว่าถ้าผู้เสนอราคาถอนการเสนอราคาหรือไม่ไปทำสัญญากับมหาวิทยาลัยภายในกำหนดให้ริบหลักประกันซองหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ค้ำประกัน

และสงวนสิทธิ์ที่จะถือว่าผู้ที่ไม่ไปทำสัญญากับมหาวิทยาลัยเป็นผู้ทิ้งงานด้วย

ทั้งนี้ ยกเว้นผู้เสนอราคาที่เป็นส่วนราชการ ไม่ต้องมีหลักประกันซอง

(๕) กำหนดให้ผู้เสนอราคา ยื่นหลักฐานประกอบการเสนอราคาดังนี้

(ก) ข้อกำหนดของผู้เสนอราคาตามที่กำหนดไว้

(ข) คุณวุฒิและประวัติการทำงาน

จำนวนสถาปนิกและหรือวิศวกรที่ประจำ

(ค) หลักฐานแสดงผลงานที่เคยปฏิบัติมาแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ วิธีการจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงานโดยวิธีคัดเลือกให้ดำเนินการ

ดังนี้

(๑) ก่อนวันรับซองเสนอราคาไม่น้อยกว่า ๗ วัน

ให้พนักงานพัสดุปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการของมหาวิทยาลัย

และหรือจะประกาศทางหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียงหรือวิธีอื่นอีกก็ได้

เพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

(๒) ในการยื่นซองเสนอราคา ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธานคณะกรรมการจัดจ้างออกแบบและหรือควบคุมงานโดยยื่นโดยตรงต่อเลขานุการคณะกรรมการจัดจ้างออกแบบและหรือควบคุมงาน

หรือผู้ที่หัวหน้าส่วนพัสดุมอบหมาย

(๓)

ให้เลขานุการคณะกรรมการจัดจ้างออกแบบและหรือควบคุมงานลงรับโดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวันและเวลาที่รับซอง

และออกใบรับให้แก่ผู้เสนอราคา การรับซองทางไปรษณีย์จะกระทำมิได้

(๔)

ให้เลขานุการคณะกรรมการจัดจ้างออกแบบและหรือควบคุมงานเก็บรักษาซองเสนอราคาทุกรายโดยไม่เปิดซอง

และเมื่อถึงกำหนดเวลาเปิดซองแล้ว

ให้ส่งมอบซองเสนอราคาพร้อมทั้งรายงานผลการรับซองต่อประธานคณะกรรมการจัดจ้างออกแบบและหรือควบคุมงานเพื่อดำเนินการต่อไป

การจ่ายเงินค่าออกแบบและหรือการควบคุมงาน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การจ่ายเงินค่าออกแบบและหรือควบคุมงานให้เป็นไปตามอัตราที่คณะกรรมการการเงินกำหนดโดยไม่สูงกว่าอัตราค่าออกแบบหรือการควบคุมงานที่จ่ายกันอยู่ขณะนั้น

งานก่อสร้างที่ใช้แบบซ้ำกันโดยไม่ต้องเขียนแบบใหม่และทำการก่อสร้างในครั้งเดียวกันให้จ่ายค่าออกแบบ

ทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละ ๑

ของวงเงินงบประมาณค่าก่อสร้าง

การจ่ายเงินค่าออกแบบและหรือควบคุมงานไม่รวมถึงค่าสำรวจและวิเคราะห์ดินฐานราก

กรรมสิทธิ์ของงานออกแบบ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ บรรดาแบบแปลนและหรือรายละเอียดงานออกแบบที่ผู้รับจ้างได้ทำขึ้นตามสัญญาให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย

ผู้รับจ้างจะนำไปให้ผู้อื่นดำเนินการก่อสร้างอีกไม่ได้

เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากมหาวิทยาลัยก่อน

การขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ระหว่างดำเนินการตามสัญญาจ้าง

มหาวิทยาลัยอาจขอให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนแปลงแก้ไขในส่วนที่ไม่กระทบกระเทือนโครงสร้างที่สำคัญของงานก่อสร้าง

ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบประปา ระบบโทรศัพท์

ของงานที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบตามงวดงานในสัญญาแล้วใน

ในกรณีที่จำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในส่วนที่กระทบกระเทือนโครงสร้างที่สำคัญ

ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างขออนุมัติต่อมหาวิทยาลัยก่อน

การจ้างแบบเบ็ดเสร็จ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ก่อนดำเนินการจ้างแบบเบ็ดเสร็จ

ให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนออธิการบดีตามรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องดำเนินการจ้างแบบเบ็ดเสร็จ

(๒) ขอบเขตของงานที่จะจ้างแบบเบ็ดเสร็จ

(๓) วงเงินค่าจ้างโดยประมาณ

(๔) กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน

(๕) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การจ้างแบบเบ็ดเสร็จให้ใช้วิธีประกวดราคาเท่านั้น

โดยให้ผู้เสนอราคายื่นซองเสนอราคาด้านเทคนิคและด้านราคาพร้อมกัน แยกเป็น ๒

ซองโดยผู้เสนอราคาจะต้องชี้แจงรายละเอียดของงานที่เสนอต่อคณะกรรมการรับซองและพิจารณาผลการประกวดราคาตามวันที่มหาวิทยาลัยกำหนด

การแลกเปลี่ยน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีต้องมีการแลกเปลี่ยนพัสดุ

ให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนออธิการบดี ตามรายการดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องแลกเปลี่ยน

(๒) รายละเอียดของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยน

(๓) ให้ระบุวิธีการที่จะแลกเปลี่ยนพร้อมเหตุผล

(๔)

ราคาที่ซื้อหรือได้มาของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยนและราคาที่จะแลกเปลี่ยนได้โดยประมาณ

(๕) พัสดุที่จะรับแลกเปลี่ยน และให้ระบุว่าจะแลกเปลี่ยนกับส่วนราชการหรือเอกชน

(๖) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การแลกเปลี่ยนพัสดุของมหาวิทยาลัยกับส่วนราชการ

ให้มหาวิทยาลัยกับหัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ ตกลงกัน

ในกรณีที่แลกเปลี่ยนกับเอกชนให้นำวิธีการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ในกรณีที่มหาวิทยาลัยได้รับเงินจากการแลกเปลี่ยนพัสดุให้นำส่งเป็นเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ เมื่อมีการรับและจำหน่ายพัสดุจากการแลกเปลี่ยน

ให้ลงทะเบียนพัสดุที่รับมาหรือจำหน่ายพัสดุนั้น

แล้วให้พนักงานพัสดุรายงานอธิการบดีเพื่อทราบและส่งให้ส่วนการเงินและบัญชีดำเนินการ

การเช่า

การเช่าสังหาริมทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การเช่าสังหาริมทรัพย์

ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็นโดยให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลม

การเช่าอสังหาริมทรัพย์

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การเช่าอสังหาริมทรัพย์

ให้ดำเนินการโดยวิธีตกลงราคา โดยให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลมเพิ่ม

และให้กระทำได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) เช่าที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในมหาวิทยาลัย

(๒)

เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่ทำการในกรณีที่ไม่มีสถานที่ของมหาวิทยาลัยหรือมีแต่ไม่เพียงพอ

และถ้าสถานที่ที่เช่านั้นกว้างขวางพอจะใช้เป็นที่พักของมหาวิทยาลัยด้วยก็ได้

(๓)

เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่พักสำหรับผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าที่พักตามระเบียบของมหาวิทยาลัยในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานในต่างจังหวัด

(๔)

เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่เก็บพัสดุของมหาวิทยาลัยในกรณีที่ไม่มีสถานที่เก็บเพียงพอ

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ก่อนดำเนินการเช่าให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนออธิการบดีตามรายการ

ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องเช่า

(๒) ราคาค่าเช่าที่ผู้ให้เช่าเสนอ

(๓) รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเช่า เช่น

สภาพของสถานที่ บริเวณที่ต้องการใช้ พร้อมทั้งภาพถ่าย (ถ้ามี) และราคาที่ที่สถานที่นั้นเคยให้เช่า

เป็นต้น

(๔) อัตราค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์

ซึ่งมีขนาดและสภาพใกล้เคียงกับที่จะเช่า(ถ้ามี)

การเช่าซื้อ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การเช่าซื้อให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น

โดยให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ก่อนดำเนินการเช่าซื้อให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนออธิการบดีตามรายการ

ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องเช่าซื้อ

(๒) คุณสมบัติเฉพาะของพัสดุที่จะเช่าซื้อ

(๓)

ราคาในท้องตลาดในขณะนั้นที่สืบทราบหรือประมาณราคาได้หรือราคาที่เคยเช่าซื้อครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา

๒ ปีงบประมาณ

และราคาของพัสดุที่จะเช่าซื้อรวมทั้งจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายในแต่ละคราว

(๔)

รายละเอียดคำมั่นของผู้ให้เช่าซื้อที่จะขายพัสดุที่ให้เช่าซื้อ

(๕)

วงเงินที่จะเช่าซื้อให้ระบุวงเงินงบประมาณที่จะเช่าซื้อในครั้งนั้นทั้งหมด

(๖) กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้น

และระยะเวลาการเช่าซื้อ รวมทั้งระยะเวลาที่ต้องจ่ายเงินในแต่ละคราว

(๗) วิธีที่จะเช่าซื้อและเหตุผลที่ต้องเช่าซื้อโดยวิธีนั้น

(๘) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

การประกันภัย

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การประกันภัย

ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็นโดยให้เชิญผู้มีอาชีพประกันภัยโดยตรงมาตกลงราคา

ทั้งนี้

ให้คำนึงถึงประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ

โดยให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนออธิการบดีตามรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องประกันภัย

(๒) เงื่อนไขในการประกันภัย และระยะเวลาในการประกันภัย

(ถ้ามี)

(๓) รายละเอียดของทรัพย์สินหรือบุคคลที่เอาประกันภัยของมหาวิทยาลัย

การรับบริจาค

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การรับบริจาคพัสดุจะกระทำได้เมื่อพัสดุนั้นเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและเป็นการบริจาคให้โดยไม่มีเงื่อนไขหรือมีเงื่อนไขแต่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อมหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ ให้นำข้อ ๖๒ และข้อ ๘๗

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

อำนาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง

และอำนาจคณะกรรมการ

อำนาจอนุมัติในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้อธิการบดีมีอำนาจในการสั่งซื้อ สั่งจ้าง

และหรือก่อหนี้ผูกพันตามระเบียบนี้ในวงเงินไม่เกินวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี

และโดยเฉพาะให้มีอำนาจอนุมัติในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑) การยกเลิกการสอบราคาหรือประกวดราคา

(๒) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาเฉพาะในกรณีจำเป็น

เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยหรือไม่ทำให้มหาวิทยาลัยต้องเสียประโยชน์

โดยไม่คำนึงว่าจะเพิ่มวงเงินหรือระยะเวลาหรือไม่

(๓) การบอกเลิกสัญญาทั้งหมดหรือบางส่วน

(๔)

การกำหนดค่าออกแบบและหรือควบคุมงานก่อสร้างเกินกว่าอัตราที่กำหนดในข้อ ๓๐

(๕) การจ่ายเงินล่วงหน้าตามข้อ ๖๗ และข้อ ๖๘

(๖) การกำหนดอัตราค่าปรับตามข้อ ๗๒

(๗) การผ่อนปรนการยกเลิกสัญญาตามข้อ ๗๕

(๘) การสั่งงดปรับหรือลดค่าปรับหรือขยายเวลาให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามข้อ

๗๖

(๙) การผ่อนผันการชำระเงินทางแพ่งตามข้อ ๙๓ วรรค ๒

(๑๐) การขาย การโอน การแปรสภาพ หรือทำลายพัสดุตามข้อ ๙๔

(๑๑) การจำหน่ายพัสดุเป็นสูญตามข้อ ๙๖

(๑๒) การแต่งตั้งบุคคล คณะบุคคล

เพื่อทำหน้าที่ตามระเบียบนี้

คณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในการดำเนินการจัดหาแต่ละครั้ง

ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้ แล้วแต่กรณี คือ

(๑) คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

(๒) คณะกรรมการรับซองและพิจารณาผลการประกวดราคา

(๓) คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ

(๔) คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

(๕) คณะกรรมการจัดจ้างที่ปรึกษา

(๖) คณะกรรมการจัดจ้างออกแบบและหรือควบคุมงาน

(๗) คณะกรรมการแลกเปลี่ยนพัสดุ

(๘) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

(๙) คณะกรรมการตรวจการจ้าง

เมื่อคณะกรรมการตามวรรคแรกดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ให้คณะกรรมการแต่ละคณะรายงานผลการดำเนินการต่ออธิการบดี

องค์ประกอบของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ คณะกรรมการตามข้อ ๔๗ แต่ละคณะให้ประกอบด้วย

ประธานกรรมการ ๑ คน รองประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๑ คน

ให้กรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยจะแต่งตั้งบุคคลที่มิใช่พนักงานร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้

ถ้าประธานกรรมการไม่มาหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้รองประธานกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทน

ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการ

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานการประชุมเฉพาะคราวนั้น

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ในการซื้อหรือการจ้างครั้งเดียวกัน

ห้ามแต่งตั้งกรรมการเปิดซองสอบราคาและหรือกรรมการรับซองและพิจารณาผลการประกวดราคาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ

และหรือกรรมการตรวจการจ้างการแต่งตั้งคณะกรรมการควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิ

เกี่ยวกับพัสดุหรืองานจ้างนั้นเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยสำหรับการซื้อหรือจ้างในวงเงินไม่เกิน

๕๐,๐๐๐ บาท

จะแต่งตั้งพนักงานของมหาวิทยาลัยคนหนึ่งซึ่งมิใช่ผู้จัดซื้อหรือจัดจ้างเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้นโดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้

องค์ประชุมและมติ

97 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2541 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b97ca9042680c788

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com