法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
44
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

พ.ศ. ๒๕๔๕

โดยที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้รับงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

๒๕๔๕ เพื่อจัดตั้งกองทุนในลักษณะเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้ผู้รับงานไปทำที่บ้านกู้ไปซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการผลิตหรือการขยายการผลิตให้มากขึ้น

เป็นการสร้างอาชีพ สร้างโอกาสการมีงานทำและรายได้ให้กับผู้รับงานไปทำที่บ้าน

ก่อให้เกิดกระแสหมุนเวียนของเงินตราขึ้นในชุมชน การรับงานไปทำที่บ้านนั้น

สามารถรองรับผู้ว่างงานและผู้ถูกเลิกจ้างอันเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจและเป็นการสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยเร็ว

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารและการใช้จ่ายเงินกองทุนดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

มีความคล่องตัว เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงวางระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

วิธีปฏิบัติอื่นใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติตามข้อกำหนดในระเบียบนี้ ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้และมีอำนาจตีความ

วินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

“ผู้รับงานไปทำที่บ้าน”

หมายความว่า บุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งรับงานจากเจ้าของงานหรือคนกลางไปผลิต ประกอบ

บรรจุ ซ่อมหรือแปรรูปสิ่งของตามที่ได้ตกลงในบ้านของตนเองหรือสถานที่ที่มิใช่สถานประกอบกิจการของเจ้าของงานเพื่อรับค่าจ้าง

“กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน”

หมายความว่า กลุ่มของผู้รับงานไปทำที่บ้านที่รวมตัวกันไม่น้อยกว่าสิบคนเพื่อรับงานไปทำที่บ้าน

และได้จดทะเบียนไว้กับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กองทุน

ประกอบด้วย

(๑) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(๒) เงินที่มีผู้บริจาคให้

(๓) ดอกผลของเงินกองทุน

(๔) เงินรายได้อื่น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับงานไปทำที่บ้านกู้ไปซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการผลิตหรือขยายการผลิต

เพื่อสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับผู้รับงานไปทำที่บ้าน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เงินกองทุนให้จ่ายเพื่อกิจการ ดังต่อไปนี้

(๑)

จ่ายเป็นเงินกู้ให้แก่กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน

(๒) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี

(๓) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน

และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวกับการจัดกิจการของกองทุน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้สำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้านเปิดบัญชีกองทุนไว้ที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

เรียกว่า “บัญชีกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน”

เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงาน

ให้สำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้านมีบัญชีเงินฝากไว้ที่ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

ตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้สำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้าน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการ

วิเคราะห์และประเมินสินเชื่อ ติดตามสินเชื่อ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้บริการสินเชื่อ

บริหารด้านการเงินการบัญชี รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการและอนุกรรมการมอบหมายเพื่อใช้เป็นไปตามระเบียบนี้

คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน” ประกอบด้วย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นประธานกรรมการ

ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมการพัฒนาชุมชน ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์

ผู้แทนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้แทนธนาคารออมสิน ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ผู้แทนกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานคุ้มครองแรงงาน ผู้แทนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน

ผู้แทนกองนิติการ ผู้แทนกองคลัง เป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้าน

เป็นกรรมการและเลขานุการ และหัวหน้าฝ่ายโครงการพิเศษ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนโยบาย

กำกับและดูแลบริหารงานกองทุน

(๒) อนุมัติเงินกู้

(๓)

ออกระเบียบและข้อบังคับการบริหารงานกองทุน

(๔) อนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อการบริหารงานกองทุนตามความจำเป็น

(๕)

ปฏิบัติการอื่นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้หรือตามที่อธิบดีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

มติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ในกรณีที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นการส่วนตัวในเรื่องที่พิจารณา

ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การประชุมของคณะอนุกรรมการให้นำข้อ ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หลักเกณฑ์การให้กู้และการชำระหนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ประสงค์จะกู้เงินจากกองทุน ต้องมีคุณสมบัติ

ดังนี้

(๑) เป็นกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ได้จดทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

(๒)

เป็นกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านที่มีการจัดการที่ชัดเจน

(๓)

เป็นกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านมีทรัพย์สินหรือเงินทุนร่วมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท

(๔)

เป็นกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ดำเนินการร่วมกันมาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๕)

ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดตามระเบียบนี้ทุกประการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ย ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การยื่นคำขอกู้และการพิจารณาคำร้องขอกู้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การยื่นคำร้องขอกู้ ให้สมาชิกกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านยื่นคำร้องขอกู้ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

พร้อมเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของสมาชิกกลุ่มหรือหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ซึ่งแสดงได้ว่าระบุถึงตัวผู้นั้น

(๒)

สำเนาทะเบียนบ้านซึ่งต้องอยู่ในเขตจังหวัดที่ยื่นขอกู้

(๓) โครงการที่ขอกู้

และรายละเอียดการประกอบกิจการของกลุ่ม

(๔)

แผนผังที่อยู่อาศัยของสมาชิกทุกคนและที่ตั้งของสถานที่ทำงานของกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน

(๕) สำเนาหลักฐานการจดทะเบียนกลุ่ม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การยื่นคำร้องขอ ให้ยื่นต่อ

(๑) ส่วนกลาง ให้ยื่นคำร้องที่สำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้านหรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่

(๒) ส่วนภูมิภาค

ให้ยื่นคำร้องที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาคำร้องขอกู้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

เมื่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดหรือสำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้านหรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่

ได้รับคำร้องแล้วให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวิเคราะห์เสนอความเห็นให้คณะอนุกรรมการตามข้อ

๒๑ เพื่อพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การพิจารณาอนุมัติเงินกู้ ให้พิจารณาโดยอาศัยหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑)

วัตถุประสงค์และความเป็นไปได้ของโครงการที่ขอกู้

(๒) ความสามารถในการบริหารจัดการของกลุ่ม

(๓) ความสามารถในการชำระคืนของกลุ่ม

(๔) หลักประกันในการกู้

(๕) หนี้สินของกลุ่ม

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

คณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติเงินกู้ และอาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ภายในวงเงินที่คณะกรรมการกำหนดก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ก่อนการจ่ายเงินกู้ให้แก่กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัดให้ผู้กู้มาทำสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่อธิบดีกำหนด

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายลงนามในสัญญาในฐานะผู้ให้กู้

และให้สมาชิกกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านผู้กู้เป็นผู้ลงนามในฐานะผู้กู้ทุกคน

ผู้กู้จะต้องชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญา

ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือความจำเป็นเกิดขึ้น

ถ้าเห็นเป็นการสมควรคณะกรรมการอาจพิจารณาให้ระงับการคิดดอกเบี้ยหรือผ่อนผันเลื่อนกำหนดเวลาการส่งใช้คืน

ทั้งนี้ ยกเว้นดอกเบี้ยซึ่งเกิดจากกรณีที่กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านนำเงินที่ได้จากการกู้ไปใช้ผิดความมุ่งหมายตามที่ระบุในสัญญาและอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้เรียกเงินกู้คืน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการใช้เงินคืนตามสัญญา หากกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านไม่ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดสัญญา

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายบอกกล่าวเป็นหนังสือแก่กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านและให้ผู้กู้ชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว

เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วหากไม่ชำระหนี้

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายดำเนินการตามกฎหมายเพื่อบังคับชำระหนี้ต่อไป

การเงินและการบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ให้สำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้าน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร

๓ บัญชี

(๑) บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ใช้ชื่อบัญชีว่า “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน บัญชีกระแสรายวัน ๑”

เพื่อรับเงินทั้งปวงของกองทุนและโอนเงินเข้าบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

บัญชีออมทรัพย์”

(๒) บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้านบัญชีออมทรัพย์”

เพื่อการโอนเข้าบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

บัญชีกระแสรายวัน ๒” เท่านั้น

(๓) บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ใช้ชื่อบัญชีว่า “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน บัญชีกระแสรายวัน ๒”

เพื่อจ่ายเงินตามข้อ ๙

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร

บัญชีกระแสรายวัน ๑ บัญชี ใช้ชื่อบัญชีว่า “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้านจังหวัด.......บัญชีกระแสรายวัน” เพื่อรับเงินจากส่วนกลางและเพื่อจ่ายเงินตามข้อ ๙

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ให้กองทุนรับเงินได้โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) เงินสด เช็ค ตั๋วแลกเงิน หรือธนาณัติ

(๒) โดยวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ให้กองทุนออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้ง เว้นแต่รายรับซึ่งตามลักษณะไม่อยู่ในสภาพที่จะออกใบเสร็จรับเงินได้ก็ให้ใช้หลักฐานการรับเงินแทน

ใบเสร็จรับเงินให้เป็นไปตามแบบท้ายระเบียบนี้

และให้มีสำเนาสองฉบับเพื่อส่งสำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้านหนึ่งฉบับ

และติดไว้กับเล่มหนึ่งฉบับ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

เงินที่กองทุนได้รับ ให้สำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้านและสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนำส่งเข้าบัญชี

“กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน บัญชีกระแสรายวัน ๑” ภายในวันที่ได้รับเงินหรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

การจ่ายเงินกู้ในส่วนกลาง ให้จ่ายบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

บัญชีกระแสรายวัน ๒” ในส่วนภูมิภาคให้จ่ายจากบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้านจังหวัด........บัญชีกระแสรายวัน”

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

วิธีการจ่ายเงินให้จ่ายได้โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) เช็ค หรือตั๋วแลกเงิน

(๒) โดยวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การเขียนเช็คสั่งจ่าย

ให้เขียนเช็คสั่งจ่ายในนามผู้กู้หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้กู้และขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ” ออก

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

การจ่ายเงินกู้ให้ใช้ใบรับเงินท้ายแบบสัญญากู้ ซึ่งผู้รับเงินลงชื่อรับเงินแล้วเป็นหลักฐานการจ่าย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

บัญชีกระแสรายวัน ๒” ให้มีผู้ลงลายมือชื่อในเช็คร่วมกันสองคน

ซึ่งต้องเป็นข้าราชการพลเรือนไม่ต่ำกว่าระดับ ๘

ที่อธิบดีมอบหมายและข้าราชการพลเรือนไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ ในสำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้าน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้านจังหวัด.......บัญชีกระแสรายวัน” ให้มีผู้ลงลายมือชื่อในเช็คร่วมกันสองคน ซึ่งต้องเป็นข้าราชการพลเรือนไม่ต่ำกว่าระดับ

๖ ที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ให้สำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้าน จัดทำประมาณการรายรับรายจ่ายประจำปี

และจัดสรรเงินกองทุนไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของดอกผลของกองทุนต่อปี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานกองทุน

เสนอคณะกรรมการและกระทรวงการคลังพิจารณาเห็นชอบในแต่ละปี โดยให้ใช้จ่ายเฉพาะรายจ่ายในลักษณะหมวดรายจ่าย

ดังต่อไปนี้

(๑) ค่าจ้างชั่วคราว

(๒) ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ

(๓) ค่าสาธารณูปโภค

(๔) ค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง

(๕) รายจ่ายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเป็นผู้สั่งจ่ายตามรายการและภายในวงเงินประมาณรายจ่ายประจำปีที่กระทรวงการคลังอนุมัติตามข้อ

๓๘

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

การบัญชีให้ทำตามระบบบัญชีคู่ เกณฑ์เงินคงค้างตามที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

ให้สำนักงานผู้รับงานไปทำที่บ้าน จัดทำรายงานการรับจ่ายเงินกองทุนประจำเดือน

เสนอคณะกรรมการเพื่อทราบภายใน ๔๕ วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันสิ้นเดือน

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒[๒]

การปิดบัญชีให้กระทำปีละครั้งตามปีงบประมาณ

และจัดทำงบการเงินพร้อมรายละเอียดประกอบ

ส่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบและรับรองภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นสุดปีงบประมาณ

เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบและรับรองแล้ว

ให้ส่งสำเนางบการเงินดังกล่าวให้กรมบัญชีกลางและคณะกรรมการเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

การตัดหนี้สูญ ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานขออนุมัติจากคณะกรรมการและขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นรายๆ

ไป

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

ให้หน่วยงานตรวจสอบภายใน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบเกี่ยวกับการดำเนินงานการเงินและบัญชีกองทุน

การพัสดุ แล้วรายงานผลการตรวจสอบให้อธิบดีทราบอย่างน้อยปีละครั้ง

ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕

ฐาปบุตร

ชมเสวี

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

ใบเสร็จรับเงินกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕[๓]

พุทธชาด / แก้ไข

๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕

A+B (C)

สุนันทา/ผู้จัดทำ

๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๗๓ ง/หน้า ๓๔/๑๐ กันยายน ๒๕๔๕

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

[๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๗๓ ง/หน้า ๔๕/๑๐ กันยายน ๒๕๔๕

44 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ba4a576f98c026a1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com