法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการไต่สวนชั้นที่สุด กรณีการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

เรื่อง

แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณา

ผลการไต่สวนชั้นที่สุด

กรณีการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟต

หรือโซเดียมไตรฟอสเฟตที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]

ด้วยคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัยชั้นที่สุด

เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒

ว่ามีการทุ่มตลาดสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างสำคัญแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา

๑๙ (๑)

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒

จึงให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยที่

๒๘๓๕.๓๑๐๐.๐๐๐ ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

เพื่อขจัดความเสียหายที่เกิดจากการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดดังกล่าว

เพื่อให้เป็นไปตามความในข้อ

๑ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งกำหนดว่า เมื่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนมีคำวินิจฉัยเบื้องต้นหรือคำวินิจฉัยชั้นที่สุดเกี่ยวกับการไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

การยอมรับข้อเสนอทำความตกลงเพื่อระงับการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

การเพิกถอนความตกลงเพื่อระงับการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน หรือการยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนอันเนื่องมาจากการทบทวน

ให้กรมการค้าต่างประเทศออกประกาศแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญ

ที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการไต่สวน

การยอมรับหรือการเพิกถอนความตกลงและผลการทบทวน กรมการค้าต่างประเทศจึงออกประกาศไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

การเปิดการไต่สวน

เมื่อวันที่

๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑

กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศเปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ตามคำขอของบริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ซึ่งมีสถานะเป็นอุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟต

ทั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนเมื่อวันที่ ๑๖

พฤษภาคม ๒๕๕๑ และกรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการไต่สวนการทุ่มตลาดและความเสียหาย

ตามหลักเกณฑ์ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยปรากฏข้อเท็จจริง ดังนี้

๑.๑

สินค้าทุ่มตลาด

สินค้าที่ถูกพิจารณา

คือ

สินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยที่

๒๘๓๕.๓๑๐๐.๐๐๐ ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

๑.๒

ผู้มีส่วนได้เสีย

๑.๒.๑

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่

(๑)

Yibin Tianyuan Group Co., Ltd.

(๒)

Kunming Malong Chemical Co., Ltd.

(๓)

Hubei Xingfa Chemicals Group Co., Ltd.

(๔)

Jiangyin Chengxing Industrial Group Co., Ltd.

(๕)

Chongqing Chuandong Chemical Group Co., Ltd.

(๖)

Guizhou Jiang Fong Chemical Co., Ltd.

(๗)

Wuhan Inorganic Salt Chemical Plant Co., Ltd.

(๘)

Xuzhou Tian Fu Chemical Co., Ltd.

(๙)

Yang Quan Nan Mei Group Chemical Co., Ltd.

(๑๐)

Luoping Grasun Co., Ltd.

(๑๑)

Hefei Sifang Phosphate Compound Fertilizer Co., Ltd.

(๑๒)

Sichuan Blue Sword Chemical (Group) Co., Ltd.

(๑๓)

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น นอกจาก (๑) ถึง (๑๒)

๑.๒.๒

ผู้นำเข้าในประเทศไทย ได้แก่

(๑)

บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด

(๒)

บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด

(๓)

บริษัท คอลเกต - ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด

(๔)

บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด

(๕)

บริษัท เซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด

(๖)

บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

(๗)

บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ สเปเชียลตี้ส์ จำกัด

(๘)

บริษัท เนชั่นแนล สตาร์ช แอนด์ เคมิเคิล (ไทยแลนด์) จำกัด

(๙)

บริษัท ไทยฟูด แอนด์ เคมิคอล จำกัด

(๑๐)

บริษัท จิรคร จำกัด

(๑๑)

บริษัท เทพไทย เคมี จำกัด

(๑๒)

บริษัท คอนแนลล์ บราเดอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

(๑๓)

บริษัท ไทยเฟลเวอร์ แอนด์ แฟรกแร็นซ์ จำกัด

(๑๔)

บริษัท โรเดีย (ประเทศไทย) จำกัด

(๑๕)

บริษัท วิคกี้ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด

(๑๖)

บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด

(๑๗)

บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด

(๑๘)

บริษัท สหสิทธิ์ อิมปอร์ต แอนด์ เอ๊กปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด

(๑๙)

บริษัท สยามยูเนียนอินเตอร์เคมีคอล จำกัด

(๒๐)

บริษัท สาธรเคม จำกัด

(๒๑)

ผู้นำเข้ารายอื่น นอกจาก (๑) ถึง (๒๐)

๑.๒.๓

อุตสาหกรรมภายในที่ผลิตสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตในฐานะผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันภายในประเทศ

คือ บริษัท อดิตยา เบอร์ล่าเคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

๑.๒.๔

รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะรัฐบาลของประเทศผู้ส่งออกสินค้าทุ่มตลาด

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่

๒๗ ถึงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๑

กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับจากการตอบแบบสอบถามของอุตสาหกรรมภายใน

คือ บริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ณ

ที่ทำการของอุตสาหกรรมภายในดังกล่าว

สำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีนปรากฎว่ามีจำนวนมาก

กรมการค้าต่างประเทศ จึงได้ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่าง (Sampling)

จากผู้ผลิตและผู้ส่งออกดังกล่าว

โดยให้ตอบข้อมูลเบื้องต้นเฉพาะข้อมูลการผลิตและการส่งออก

เพื่อนำมาคัดเลือกผู้ผลิตและผู้ส่งออกที่มีปริมาณการส่งออกมาประเทศไทยมากที่สุด

ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ผลิตและผู้ส่งออกที่ตอบกลับแบบสอบถามเบื้องต้นจำนวน ๓ ราย คือ Yibin Tianyuan Group Co., Ltd. Kunming Malong Chemical Co., Ltd. และ Hubei Xingfa Chemicals Group Co., Ltd. กรมการค้าต่างประเทศ จึงส่งแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ไปให้เพื่อตอบแบบสอบถาม

ซึ่งผู้ผลิตและผู้ส่งออกทั้ง ๓

รายดังกล่าวให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามกรมการค้าต่างประเทศ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับจากการตอบแบบสอบถามของผู้ผลิตและผู้ส่งออกทั้ง

๓ รายดังกล่าว ณ ที่ทำการของผู้ผลิตและผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ Yibin Tianyuan Group Co., Ltd. และ Kunming Malong Chemical Co., Ltd. เมื่อวันที่ ๑๐ ถึงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และ Hubei Xingfa Chemicals Group Co., Ltd. เมื่อวันที่ ๒๒

ถึงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

คำวินิจฉัยเบื้องต้นและการกำหนดมาตรการชั่วคราว

เมื่อวันที่

๔ มีนาคม ๒๕๕๒ คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัยเบื้องต้นว่า

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ส่งสินค้าดังกล่าวเข้ามาทุ่มตลาดและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างสำคัญแก่อุตสาหกรรมภายใน

และมีความจำเป็นต้องป้องกันความเสียหายแก่อุตสาหกรรมภายใน

จึงกำหนดให้ใช้มาตรการชั่วคราวตอบโต้การทุ่มตลาดการนำเข้าสินค้าดังกล่าวโดยประกาศเรียกเก็บอากรชั่วคราวหรือให้วางหลักประกันการชำระอากรชั่วคราว

เป็นระยะเวลา ๔ เดือน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๒ เป็นต้นไป

สำหรับการนำเข้าสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยที่

๒๘๓๕.๓๑๐๐.๐๐๐ ที่มีแหล่งกำเนิด จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งผลิตจาก

(๑)

Yibin Tianyuan Group Co., Ltd. ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๑๘.๗๕ ของราคา

ซี.ไอ.เอฟ.

(๒)

Kunming Malong Chemical Co., Ltd. ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๑๙.๓๐ ของราคา

ซี.ไอ.เอฟ.

(๓)

Hubei Xingfa Chemicals Group Co., Ltd.

ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๖.๙๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๔)

รายอื่น ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๓๑.๔๒ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การยื่นคำขอข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นในการใช้มาตรการชั่วคราว

เมื่อวันที่

๒๓ มีนาคม ๒๕๕๒

กรมการค้าต่างประเทศได้แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดมาตรการชั่วคราวให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบเพื่อเปิดโอกาสให้ยื่นข้อคิดเห็นหรือข้อโต้แย้ง

รวมทั้งแสดงความจำนงขอแถลงการณ์ด้วยวาจา ภายในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๒

พร้อมทั้งได้แจ้งรายละเอียดดังกล่าวไปยังรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน

ปรากฎว่ามีผู้ผลิตและผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน

๑ ราย

ได้แสดงข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งในประเด็นเกี่ยวกับการพิจารณาความสามารถในการทำกำไร

(Profitability Test) และการเปรียบเทียบราคาส่งออกกับมูลค่าปกติ ณ

ระดับการค้าเดียวกัน และมีผู้นำเข้า ๒ ราย

ได้แสดงข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งในประเด็นเกี่ยวกับการพิจารณาความเสียหายและประโยชน์สาธารณะ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การแจ้งข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นฐานในการไต่สวนชั้นที่สุด

กรมการค้าต่างประเทศได้จัดส่งร่างสรุปผลการไต่สวนซึ่งแสดงข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาวินิจฉัยชั้นที่สุด

ให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบและแสดงข้อคิดเห็น ข้อโต้แย้งภายในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๒

ปรากฎว่า

ผู้ผลิตและผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน ๑ ราย ที่ได้แสดงข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งในชั้นการใช้มาตรการชั่วคราว

ได้แสดงข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งในประเด็นเดิมว่าการพิจารณาความสามารถในการทำกำไรไม่ควรเปรียบเทียบราคาขายต่อหน่วยกับต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยเฉพาะในช่วงระยะเวลาการไต่สวน

แต่ควรเปรียบเทียบกับต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยเป็นรายเดือนด้วยและการเปรียบเทียบราคาส่งออกกับมูลค่าปกติควรเปรียบเทียบ

ณ ระดับการค้าเดียวกัน คือ ณ ระดับตัวแทนการขาย

เนื่องจากราคาที่ขายภายในประเทศมีความแตกต่างกันระหว่างการขายให้แก่ตัวแทนการขายกับการขายให้แก่ผู้ใช้ขั้นสุดท้าย

โดยราคาที่ขายให้กับผู้ใช้ขั้นสุดท้ายจะมีราคาสูงกว่า และผู้นำเข้า ๑ ราย

ที่ได้แสดงข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งในชั้นการเปิดไต่สวนและชั้นการใช้มาตรการชั่วคราวได้แสดงข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งว่า

ราคาที่เพิ่มขึ้นของกรดฟอสฟอริกที่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตของอุตสาหกรรมภายใน

เป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมภายใน

สินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตที่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่ได้ขายตัดราคา

หรือกดราคาและสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตของผู้ผลิตภายในประเทศมีคุณสมบัติเฉพาะ (Specification)

สูงเกินความจำเป็นทำให้ผู้ซื้อต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงเกินความจำเป็นด้วย

นอกจากนี้ ได้มีข้อคิดเห็นอื่นจากอุตสาหกรรมภายในด้วย เช่น

ความเสียหายของอุตสาหกรรมภายในเกิดจากสินค้าทุ่มตลาดไม่ใช่จากการนำเข้าวัตถุดิบ

และการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตมิได้เป็นการส่งเสริมให้มีการผูกขาดหรือทำลายการแข่งขันทางการค้าในสินค้าดังกล่าว

หากแต่เป็นการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมภายในเติบโตมากขึ้น เป็นต้น

ทั้งนี้

ข้อเท็จจริงจากการพิจารณาข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งปรากฎว่า ข้อโต้แย้งที่ให้เปรียบเทียบราคาขายต่อหน่วยกับต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยเป็นรายเดือนไม่สามารถยอมรับได้

เนื่องจากผู้โต้แย้งมิได้ให้ข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตที่ขายในแต่ละเดือนนั้น

เป็นสินค้าที่เกิดจากการผลิตภายในเดือนเดียวกันทั้งหมด

สำหรับการขายที่นำมาพิจารณามูลค่าปกติเพื่อเปรียบเทียบกับราคาส่งออกได้พิจารณาจากธุรกรรมการขายภายในประเทศทั้งหมดทั้งที่ขายให้แก่ตัวแทนการขายและที่ขายให้แก่ผู้ใช้ขั้นสุดท้ายในช่วงระยะเวลาการไต่สวน

(Investigation Period : IP) เนื่องจากความแตกต่างของราคาขาย ณ

ระดับตัวแทนการขายและระดับผู้ใช้ขั้นสุดท้ายไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยบางช่วงเวลา ราคาขาย ณ ระดับตัวแทนการขายสูงกว่าราคาขาย ณ

ระดับผู้ใช้ขั้นสุดท้าย

สำหรับราคากรดฟอสฟอริกที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างความเสียหายบางส่วนต่ออุตสาหกรรมภายใน

แต่ไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะหักล้างความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าทุ่มตลาดกับความเสียหายที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในได้ในเรื่องผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายใน

ซึ่งผลการไต่สวนแสดงให้เห็นว่ามีการตัดราคา โดยสินค้าทุ่มตลาดที่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีราคาขายต่ำกว่าสินค้าชนิดเดียวกันของอุตสาหกรรมภายในตลอดในช่วงปี

๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวน และยังพบแนวโน้มของการกดราคาด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การพิจารณาผลการไต่สวนชั้นที่สุด

กรมการค้าต่างประเทศได้จัดทำรายงานสรุปผลการไต่สวนชั้นที่สุดและเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนเพื่อพิจารณาวินิจฉัยชั้นที่สุด

เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒

ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้พิจารณาแล้ว มีความเห็น ดังนี้

๖.๑

ผลการพิจารณาการทุ่มตลาด

ในการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดกรณีของผู้ที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามพิจารณาข้อมูลตามแบบสอบถามที่ได้รับจากผู้ผลิตและผู้ส่งออกแต่ละราย

ส่วนกรณีของผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามหรือกรณีผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายอื่น

จะพิจารณาโดยใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๗

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ โดยช่วงระยะเวลาของข้อมูลที่ใช้ในการไต่สวนการทุ่มตลาด (Investigation Period: IP) คือ

ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑

ซึ่งผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าที่ถูกพิจารณาที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามมี ๓ ราย

คือ Yibin Tianyuan Group Co., Ltd. Kunming Malong Chemical Co., Ltd. และ Hubei Xingfa Chemicals Group Co., Ltd. โดยทั้ง ๓

รายดังกล่าวมีปริมาณส่งออกสินค้าที่ถูกพิจารณามายังประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการนำเข้ารวมจากสาธารณรัฐประชาชนจีนตามสถิติของกรมศุลกากรภายใต้พิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าที่ถูกพิจารณา

คิดเป็นร้อยละ ๒๘.๗๗ ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

สรุปการคำนวณมูลค่าปกติและราคาส่งออกเพื่อพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

ภายใต้หลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้

๖.๑.๑

Yibin Tianyuan Group Co., Ltd.

(๑)

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕ โดยคำนวณจากราคาขายภายในสาธารณรัฐประชาชนจีนตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

(๒)

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔ โดยคำนวณจากราคาส่งออกมาประเทศไทยตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำ หนัก ณ หน้าโรงงาน

(๓)

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติตาม (๑) และราคาส่งออกตาม (๒) ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือ

ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด ซึ่งปรากฏส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ

๑๘.๗๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

๖.๑.๒

Kunming Malong Chemical Co., Ltd.

(๑)

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕ (๒) โดยเป็นมูลค่าที่คำนวณขึ้น (Constructed Value)

ซึ่งคำนวณจากต้นทุนการผลิตในประเทศแหล่งกำเนิดรวมกับจำนวนที่เหมาะสมของค่าใช้จ่ายในการจัดการ

การขาย ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และกำไร เนื่องจากเมื่อพิจารณาข้อมูลการขายภายในประเทศ

พบว่าราคาขายไม่ใช่ในทางการค้าปกติ

(๒)

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔ โดยคำนวณจากราคาส่งออกมายังประเทศไทยตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

(๓)

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติตาม (๑) และราคาส่งออกตาม (๒) ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกัน คือ ราคา ณ หน้าโรงงาน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือ

ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด ซึ่งปรากฏส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ

๑๙.๓๐ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

๖.๑.๓

Hubei Xingfa Chemicals Group Co., Ltd.

(๑)

มูลค่าปกติ

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๕ โดยคำนวณจากราคาขายภายในสาธารณรัฐประชาชนจีนตามแบบสอบถาม

แล้วทอนเป็นราคาขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน

(๒)

ราคาส่งออก

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๔ โดยคำนวณจากราคาส่งออกมายังประเทศไทยตามแบบสอบถาม แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

ณ หน้าโรงงาน

(๓)

ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติตาม (๑) และราคาส่งออกตาม (๒) ซึ่งเป็นราคา ณ

ระดับการค้าเดียวกันคือ ราคา ณ หน้าโรงงาน และในช่วงระยะเวลาเดียวกัน คือ

ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด ซึ่งปรากฏส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ

๖.๙๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

๖.๑.๔

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น

คำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา

๑๘ ประกอบมาตรา ๒๗ โดยใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ คือ

มูลค่าปกติและราคาส่งออกตามแบบคำขอของอุตสาหกรรมภายใน

ซึ่งปรากฏส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๓๑.๔๒ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

๖.๒

ผลการพิจารณาความเสียหาย

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้วินิจฉัยความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา

๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยพิจารณาจากข้อมูลตามแบบสอบถามที่ได้รับจากอุตสาหกรรมภายใน จำนวน ๑

ราย คือ บริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้า จำนวน ๖

ราย คือ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท จิรคร จำกัด บริษัท เทพไทย เคมี จำกัด บริษัท ไทยเฟลเวอร์ แอนด์ แฟรกแร็นซ์

จำกัด และบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต

และผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน ๓ ราย คือ Yibin Tianyuan Group Co., Ltd.

Kunming Malong Chemical

Co., Ltd. และ Hubei Xingfa Chemicals Group Co., Ltd.

ซึ่งได้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามครบถ้วน ทั้งนี้ ข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา

คือ ข้อมูลในช่วงระยะเวลา ๓ ปีย้อนหลัง (ปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๐)

โดยช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด คือ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๐ ถึงวันที่

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑ และช่วงระยะเวลาเดียวกันก่อนช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด คือ

ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๐

ปรากฏว่ามีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน ดังนี้

๖.๒.๑

ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ

(๑)

ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด

จากสถิติของกรมศุลกากรพบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี

๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๙๒.๐๒

เป็นร้อยละ ๙๗.๓๓

ของปริมาณการนำเข้ารวมในขณะที่ปริมาณนำเข้าจากประเทศอื่นรวมกันมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ

๗.๙๘ เป็นร้อยละ ๒.๖๗ของปริมาณการนำเข้ารวม ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

(๒)

ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ

การทุ่มตลาดทำให้เกิดผลกระทบต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายใน

ในลักษณะการตัดราคา

โดยสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการขายตัดราคาระหว่างร้อยละ ๑๓

ถึงร้อยละ ๑๗ ในปี ๒๕๔๘ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด และมีแนวโน้มการกดราคาในปี

๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๕๐

๖.๒.๒

ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน

ยอดจำหน่าย

อุตสาหกรรมภายในมียอดจำหน่ายลดลงอย่างต่อเนื่องระหว่างปี

๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

กำไร

อุตสาหกรรมภายในประสบภาวะขาดทุนในปี

๒๕๔๙ แต่มีกำไรเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

ผลผลิต

อุตสาหกรรมภายในมีผลผลิตลดลงอย่างต่อเนื่องระหว่างปี

๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

ส่วนแบ่งตลาด

อุตสาหกรรมภายในมีส่วนแบ่งการตลาดลดลงอย่างมากตั้งแต่ปี

๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

ความสามารถในการผลิต

เมื่อพิจารณาจากอัตราของผลผลิตที่ได้เปรียบเทียบกับวัตถุดิบที่ใช้พบว่าความสามารถในการผลิตของอุตสาหกรรมภายในคงที่

ผลตอบแทนการลงทุน

อุตสาหกรรมภายในมีผลตอบแทนการลงทุนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี

๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

การใช้กำลังการผลิต

การใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมภายในลดลงอย่างต่อเนื่องระหว่างปี

๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

ราคาสินค้าภายในประเทศ

สินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีราคาขายต่ำกว่าราคาสินค้าของอุตสาหกรรมภายใน

ระหว่างปี ๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดทำให้อุตสาหกรรมภายในต้องปรับลดราคาขายลงเพื่อแข่งขันกับสินค้าทุ่มตลาด

กระแสเงินสด

อุตสาหกรรมภายในมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นในปี

๒๕๔๘ และปี ๒๕๔๙ เนื่องจากการควบรวมกิจการของอุตสาหกรรมภายในในช่วงปลายปี ๒๕๔๘

และมีกระแสเงินสดลดลงในปี ๒๕๕๐ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

สินค้าคงคลัง

สินค้าคงคลังมีการเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในปี

๒๕๔๙ และลดลงเล็กน้อย ในปี ๒๕๕๐

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดและช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

พบว่าสินค้าคงคลังมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

การจ้างงาน

พิจารณาจากจำนวนแรงงาน

โดยอุตสาหกรรมภายในมีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๐

ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

ค่าจ้างแรงงาน

อัตราค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยต่อเดือนลดลงโดยตลอด

ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

อัตราการเจริญเติบโต

พิจารณาจากปริมาณการขายภายในประเทศ

อุตสาหกรรมภายในมีอัตราการเจริญเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่องในระหว่างปี ๒๕๔๘ ถึงปี

๒๕๕๐ และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

ความสามารถในการเพิ่มทุนหรือการลงทุน

อุตสาหกรรมภายในไม่มีการเพิ่มทุนตั้งแต่ปี

๒๕๔๙ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

มีความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

โดยมีอัตราการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนร้อยละ ๖.๙๕ ถึงร้อยละ ๓๑.๔๒ ของราคา

ซี.ไอ.เอฟ.

ซึ่งการทุ่มตลาดดังกล่าวส่งผลให้การนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ

๙๒.๐๒ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. ในปี ๒๕๔๘ เป็นร้อยละ ๙๗.๓๓ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

๖.๒.๓

การพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน

(๑)

ปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น

จากสถิติการนำเข้าของกรมศุลกากรพบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่นรวมกันเมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

มีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ ๗.๙๘ ในปี ๒๕๔๘ เป็นร้อยละ ๒.๖๗

ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

(๒)

ความต้องการใช้ภายในประเทศ

ความต้องการใช้สินค้าชนิดเดียวกันภายในประเทศมีอัตราลดลงในระหว่างปี

๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๔๙ และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังจากปี ๒๕๔๙

ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด อย่างไรก็ตาม

ปริมาณการขายของอุตสาหกรรมภายในมีอัตราลดลงมากกว่าการลดลงของความต้องการใช้ภายในประเทศระหว่างปี

๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๔๙

และมีการลดลงอย่างต่อเนื่องแม้ความต้องการใช้ภายในประเทศได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น

ซึ่งเมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายในและของประเทศอื่น ๆ

พบว่ามีการลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงระหว่างปี ๒๕๔๘

ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด

ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศของสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนกลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมิได้มีสาเหตุมาจากการหดตัวของตลาดหรือการลดลงของอุปสงค์

จากผลการพิจารณาข้างต้น

สรุปได้ว่ามีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑)

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ เนื่องจาก

(ก)

ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

(ข)

มีผลกระทบต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศโดยมีการขายตัดราคาและมีแนวโน้มการกดราคา

(ค)

มีผลกระทบต่อสถานะของอุตสาหกรรมภายใน

ซึ่งจากการพิจารณาปัจจัยที่บ่งบอกเกี่ยวกับสภาพทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมภายใน

ปรากฏว่าสัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนสูงขึ้นเป็นลำดับ

ทำให้ส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง

และทำให้ยอดจำหน่ายในประเทศ ปริมาณการขายในประเทศผลผลิตและอัตราการใช้กำลังการผลิต

ค่าจ้างแรงงานและอัตราการเจริญเติบโตลดลง

รวมทั้งทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีแนวโน้มลดลง

(ง)

มีความสัมพันธ์ระหว่างการทุ่มตลาดและความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๒๑

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ โดยในช่วงปี ๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดสัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คือ จากร้อยละ ๙๒.๐๒ ในปี ๒๕๔๘ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๙๗.๓๓

ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด โดยมีการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๖.๙๕ ถึงร้อยละ

๓๑.๔๒ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. และเมื่อพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ

ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน ได้แก่

ปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น และความต้องการใช้ภายในประเทศ

พบว่ามิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน

สรุปได้ว่าความเสียหายที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในเกิดจากการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

คำวินิจฉัยชั้นที่สุดของคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

เมื่อวันที่

๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัยชั้นที่สุดว่า

การนำเข้าสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการทุ่มตลาดและมีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน

ตามพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒

เพื่อขจัดความเสียหายที่เกิดจากการนำเข้าสินค้าดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๙

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนจึงกำหนดให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในอัตราเพียงเพื่อขจัดความเสียหายและไม่เกินส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับการนำเข้าสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยที่

๒๘๓๕.๓๑๐๐.๐๐๐ ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งผลิตจาก

(๑)

Yibin Tianyuan Group Co., Ltd. ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๑๘.๗๕ ของราคา

ซี.ไอ.เอฟ.

(๒)

Kunming Malong Chemical Co., Ltd. ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๑๙.๓๐ ของราคา

ซี.ไอ.เอฟ.

(๓)

Hubei Xingfa Chemicals Group Co., Ltd.

ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๖.๙๕ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๔)

ผู้ผลิตรายอื่น ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๓๑.๔๒ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

สำหรับบรรดาอากรชั่วคราวที่เรียกเก็บหรือหลักประกันการชำระอากรชั่วคราวที่ให้วางไว้ระหว่างที่มีการใช้มาตรการชั่วคราวตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

เรื่อง

การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

พ.ศ. ๒๕๕๒

ให้เรียกเก็บเป็นอากรตอบโต้การทุ่มตลาดตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

เรื่อง

การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒ กรณีที่ผู้นำเข้าได้ชำระอากรชั่วคราวหรือวางหลักประกันการชำระอากรชั่วคราวไว้แล้ว

ให้คืนผลต่างของอากรชั่วคราวส่วนที่เกิน หรือให้คืนหลักประกันการชำระอากรชั่วคราว

เมื่อผู้นำเข้าได้ชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในอัตราที่กำหนดไว้ดังกล่าว

ทั้งนี้หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอข้อเท็จจริงที่ใช้ในการกำหนดอากรตอบโต้การทุ่มตลาดให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์

เรื่อง การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ ลงวันที่ ๓๐

มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ชุติมา บุณยประภัศร

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

วิภา/ผู้จัดทำ

๘.กันยายน.๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๑๐ ง/หน้า ๕๓/๖ สิงหาคม ๒๕๕๒

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการไต่สวนชั้นที่สุด กรณีการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าโซเดียมไตรโพลิฟอสเฟตหรือโซเดียมไตรฟอสเฟตที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_baa34c549a493530

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com