法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2537 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ. ๒๕๓๗

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม

พ.ศ. ๒๕๓๗

เป็นปีที่ ๔๙

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักนายกรัฐมนตรี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๘ วรรคสี่

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๓๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๒)

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี ดังนี้

(๑)

สำนักงานเลขานุการกรม

(๒)

กองกฎหมายต่างประเทศ

(๓)

กองกฎหมายไทย

(๓

ทวิ)[๒]

กองพัฒนาวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

(๔)

กองยกร่างกฎหมาย

(๕)

กองวิเคราะห์กฎหมายและการร้องทุกข์

มาตรา ๕

มาตรา ๕

อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี

มีดังนี้

(๑)

สำนักงานเลขานุการกรม

มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

และราชการที่มิได้แยกให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกองหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ อำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง

(ก)

ปฏิบัติงานสารบรรณของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(ข)

ดำเนินการเกี่ยวกับงานช่วยอำนวยการ งานเลขานุการ งานแผนงาน

และงานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(ค)

ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ อาคาร สถานที่

และยานพาหนะของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(ง)

จัดระบบงานและบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(จ)

จัดวางระบบการสำรวจ การจัดเก็บ การประมวลผล

และการใช้ประโยชน์ข้อมูลของทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

รวมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเป็นศูนย์กลางในการให้บริการข้อมูลด้านกฎหมาย

(ฉ)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(๒)

กองกฎหมายต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่

(ก)

ศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์กฎหมายต่างประเทศและเอกสารทางกฎหมายของต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศกับกฎหมายไทยเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(ข)

แปลกฎหมายและเอกสารทางกฎหมายตามที่หน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ

และสถานทูตของรัฐบาลต่างประเทศขอความร่วมมือ

(ค)

ให้ความเห็นเกี่ยวกับการกู้เงินต่างประเทศและการออกพันธบัตร

รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย

(ง)

รวบรวมเอกสารทางวิชาการเพื่อประโยชน์ในการอ้างอิง

(จ)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(๓)

กองกฎหมายไทย มีอำนาจหน้าที่

(ก)

ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจพิจารณาร่างกฎหมายตามที่ได้รับมอบหมาย

(ข)

ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมและพัฒนานิติกรของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานอื่นของรัฐ

(ค)

รวบรวมกฎหมาย และข้อมูลทางกฎหมายและทางวิชาการ

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(ง)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(๓

ทวิ)[๓]

กองพัฒนาวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มีอำนาจหน้าที่

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับงานของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

(ข) เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนจัดทำเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและหลักกฎหมายปกครองที่เกี่ยวข้องให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน

(ค) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนในปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

(ง) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

(จ) ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงหรือพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการทางปกครอง

(ฉ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(๔)

กองยกร่างกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่

(ก)

ดำเนินการยกร่างกฎหมายตามที่หน่วยงานของรัฐร้องขอ และตามที่ได้รับมอบหมาย

(ข)

ให้คำปรึกษาและคำแนะนำในปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ

(ค)

ประสานงานและติดตามผลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอร่างกฎหมาย

(ง)

ศึกษา ค้นคว้า และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุง หรือยกร่างประมวลกฎหมาย

(จ)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

(๕)

กองวิเคราะห์กฎหมายและการร้องทุกข์ มีอำนาจหน้าที่

(ก)

ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย

(ข)

ติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐในเรื่องร้องทุกข์ และรวบรวม

ศึกษาและวิเคราะห์เหตุแห่งการร้องทุกข์ รวมทั้งดำเนินการเพื่อพัฒนากฎหมายปกครอง

(ค)

รวบรวม จัดทำและเผยแพร่เอกสารทางวิชาการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(ง)

ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ชวน หลีกภัย

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักนายกรัฐมนตรี และระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการดังกล่าว

ให้เหมาะสมกับสภาพงาน และเนื่องจากมาตรา ๘ วรรคสี่

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติว่า

การแบ่งส่วนราชการภายในส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

และมีฐานะเป็นกรมให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

และให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐[๔]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้

คือ โดยที่พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กำหนดให้มีคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมีหน้าที่ในการดูแลการใช้บังคับกฎหมายให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

และเสนอแนะการตราพระราชกฤษฎีกาและการออกกฎกระทรวงหรือประกาศตามกฎหมายดังกล่าว โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการดำเนินงานของคณะกรรมการ

ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความถูกต้อง

รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ จึงสมควรจัดตั้งกองพัฒนาวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เพื่อเป็นหน่วยงานในการดำเนินงานดังกล่าวอย่างถาวรต่อไป และเนื่องจากมาตรา ๘ วรรคสี่

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติว่า การแบ่งส่วนราชการภายในส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรมให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

และให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

เอกฤทธิ์/ผู้จัดทำ

๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๑

โชติกานต์/ปรับปรุง

๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๑/ตอนที่ ๒๒ ก/หน้า ๕/๑๐ มิถุนายน ๒๕๓๗

[๒] มาตรา ๔ (๓ ทวิ)

เพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐

[๓] มาตรา ๕ (๓ ทวิ)

เพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม

๑๑๔/ตอนที่ ๔๗ ก/หน้า ๒๐/๑๒ กันยายน ๒๕๔๐

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2537 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bb3ac1fbc7cc6927

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com