มาตรา ๗
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกา
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากอาวุธยุทธภัณฑ์และสิ่งที่ใช้ในการสงครามบางอย่าง
มีความจำเป็นต้องส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อการสร้าง ดัดแปลง และแลกเปลี่ยน
แต่ตามพระราชกฤษฎีกาควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งอาวุธยุทธภัณฑ์และสิ่งที่ใช้ในการสงคราม
พ.ศ. ๒๔๙๖ มิได้มีบทบัญญัติในการนี้ไว้ ทั้งในปัจจุบันได้มีอาวุธประเภทนิวเคลียร์และอาวุธปรมาณูเพิ่มขึ้น
ซึ่งจำเป็นต้องมีการควบคุมอาวุธเหล่านี้ด้วย
จึงเห็นควรแก้ไขพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเสียใหม่ให้เป็นการเหมาะสมยิ่งขึ้น
และให้มีบทกำหนดเงื่อนไขในการควบคุมไว้ด้วย
พระราชกฤษฎีกาควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งอาวุธยุทธภัณฑ์
และสิ่งที่ใช้ในสงคราม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑[๓]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันการส่งออกไปหรือการส่งผ่านไปนอกราชอาณาจักรซึ่งอาวุธยุทธภัณฑ์และสิ่งที่ใช้ในการสงครามจะกระทำได้เฉพาะกรณีตามที่กำหนดไว้ในมาตรา
๕
แห่งพระราชกฤษฎีกาควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งอาวุธยุทธภัณฑ์และส่งที่ใช้ในการสงคราม
พ.ศ. ๒๕๐๖ คือ กรณีที่รัฐบาลต่างประเทศร้องขอตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับรัฐบาล
และกรณีที่เป็นอาวุธยุทธภัณฑ์และสิ่งที่ใช้ในการสงครามของทางราชการซึ่งได้แปรสภาพ
หมดคุณภาพ ล้าสมัย หรือไม่ต้องการใช้แล้ว
สมควรเพิ่มเติมข้อกำหนดดังกล่าวเพื่อให้อาวุธยุทธภัณฑ์และสิ่งที่ใช้ในการสงครามที่กระทรวงกลาโหมผลิตขึ้นในประเทศสามารถส่งออกเพื่อขายไปยังต่างประเทศเมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พรพิมล/พิมพ์
๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๕
พัสสน/ผู้ตรวจ
๔ เมษายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๐/ตอนที่
๒๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๓/๒๕ มีนาคม ๒๕๐๖
[๒] มาตรา ๕
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งอาวุธยุทธภัณฑ์
และสิ่งที่ใช้ในสงคราม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑
[๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๕/ตอนที่ ๑๘๓/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๑